วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'ห้ามตั้งเวทีต้าน ลุยเปิดสัมปทานปิโตรฯ21

นายกฯเปิดทางพลังงานชี้ขาด เปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบ 21 ห้ามเดินขบวน-ตั้งเวทีต้าน พร้อมทำความเข้าใจประชาชน

ระบุใครคัดค้านให้มาเซ็นสัญญา เป็นหลักฐาน หากเกิดวิกฤติพลังงานต้องรับผิดชอบ"หาญณรงค์ "ระบุรัฐมีคำตอบอยู่แล้ว ยันคนเสียหายไม่ใช่สปช.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปพลังงานเสียงข้างมาก ให้เดินหน้าเปิดสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 ว่า ตามกฎหมายกระทรวงพลังงานเป็นผู้ดูแล ในการจัดหาแหล่งพลังงาน ซึ่งไม่ต้องขอตนด้วย เพราะเป็นหน้าที่ของกระทรวงพลังงาน ไม่ว่าจะดำเนินการอย่างไร ต้องทำความเข้าใจกับประชาชน และ สปช. หลังจากนี้จะเป็นขั้นตอนของการทำความเข้าใจ และให้ข้อมูลกับสังคมว่า ปัญหาพลังงานมีผลกระทบกับความมั่นคง

เดินหน้าเปิดยื่นขอสัมปทานก.พ.

ทั้งนี้ ได้บอกว่าให้ไปหารือชี้แจงทำความเข้าใจ เมื่อ สปช.ไม่เห็นด้วย ก็ต้องไปดูข้อเสนอของ กมธ.ว่ามีวิธีการใดบ้าง ซึ่งกระทรวงพลังงานก็เดินหน้าไปตามอำนาจที่มีอยู่

"กระทรวงพลังงานเดินหน้าอยู่แล้ว อย่างไรเสียก็ต้องเดิน แต่ไม่ใช่เดินวันนี้ พรุ่งนี้ เพราะจะมีการเปิดสัมปทานในเดือน ก.พ.นี้ ส่วนบางกลุ่มที่จะออกมาเรียกร้อง ยืนยันว่าออกมาไม่ได้ ไม่ให้ออก ไปหาเรื่องชี้แจง อย่าหาเรื่องออกมาเดินขบวนกันอีก" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ยันได้พิจารณาข้อดี-ข้อเสียแล้ว

เมื่อถามว่าในส่วนของรัฐบาลและกระทรวงพลังงานมีการพิจารณาขั้นตอนการดำเนินการแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้พิจารณามาแล้วในขั้นตอนแรก รับทราบแล้วว่าจะไปเปิดสัมปทาน ได้มีการพิจารณาทั้งข้อดี ข้อเสีย และผลประโยชน์ เพื่อให้ที่ประชุมรับทราบ

"เรื่องความมั่นคงทางพลังงาน มีการเตรียมการสำรองหาแหล่งพลังงานไว้ล่วงหน้า ในการสำรวจต้องดูว่าคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ กระทรวงพลังงานชี้แจงว่าหากมีการสำรวจแล้วเจอแหล่งพลังงาน รัฐบาลจะสามารถแก้ไข ปรับปรุงกฎระเบียบในเรื่องของค่าตอบแทนได้ ที่ประชุมก็รับทราบโดยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่วันนี้หากบอกว่างดการให้สัมปทาน แล้วใครจะตอบคำถามได้ว่ามีแหล่งพลังงานจริงหรือไม่ วันนี้มีแหล่งพลังงานอยู่ก็จริง และมีหลายบริษัทที่ทำอยู่ แต่ 29 แห่งตรงนี้กำลังจะหมดไปอีก 6 ปีข้างหน้า ก็ต้องเตรียมการสำรอง"

นายกฯห้ามทุกกลุ่มเคลื่อนไหว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะไม่ยอมให้มีการเคลื่อนไหวไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตาม ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพลังงานและการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ไม่ว่าจะเป็นการจัดเวทีแสดงความคิดเห็นปลุกระดม หรือเดินขบวน เพราะไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง รัฐบาลยืนยันว่าจะทำทุกอย่างโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ และยึดหลักดำเนินการด้วยความโปร่งใส และพร้อมที่จะรับฟังและนำความเห็นของผู้ที่ไม่เห็นด้วยมาพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นของ สปช. หรือกลุ่มใดก็ตาม

"ไม่เอา ไปทำอย่างอื่น เรื่องนี้จบก็จบ หากไม่เห็นด้วย เมื่อมีการเสนอมาเราก็รับทราบ แต่กฎหมายเขียนว่าอย่างไรก็ต้องว่ากันไปตามนั้น วันหน้าหากมีปัญหามา ไอ้พวกนี้ได้เข้ามารับผิดชอบด้วยหรือเปล่า ถ้ามาก็เขียนชื่อมา สมมติว่าทำสัมปทานนี้ไม่ได้ อีก 6 ปีข้างหน้ามันไม่มีน้ำมันขึ้นมา ไอ้คนพวกนี้รับผิดชอบไหม ถ้ามาก็มาเลย มาเซ็นสัญญากันไว้ เพื่อเป็นหลักฐานและเมื่อใดที่มีปัญหาด้านพลังงาน จะได้ให้คนกลุ่มนี้รับผิดชอบ และขออย่าไปขยายความขัดแย้ง" นายกรัฐมนตรี กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งคำถามกลับด้วยว่า รู้หรือไม่ว่าความมั่นคงทางพลังงานคืออะไร 1.ถ้าปิดท่อแก๊สทั้งหมดรอบบ้านเรา จะเอาแก๊สจากไหนมาใช้ ถ้าอย่างนั้นก็ไปเจาะในบ้านเอง 2.ถ้าปิดสายไฟฟ้าจากต่างประเทศที่ซื้อมากี่เปอร์เซ็นต์จะทำอย่างไร บางคนบอกว่าไม่เห็นจำเป็น มีสตางค์เสียอย่าง ราคาน้ำมันก็ลดแล้ว ไปซื้อก็ได้ แต่ถ้าผู้ขายไม่ขายจะทำอย่างไร อย่างเช่นวันนี้ที่ไม่มีการขายน้ำมันระหว่างประเทศใหญ่กับประเทศเล็ก จึงทำให้เราได้อานิสงส์ตรงนี้ นั่นคือวิกฤติที่มีและเป็นโอกาสของเรา

นายกฯย้ำมีหลายเรื่องหมกอยู่

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าวันนี้เราต้องทำ โดยมองว่าทำอย่างไรถึงจะมีรายได้เข้ารัฐมากขึ้น รัฐบาลนี้ไม่มีการขึ้นภาษี มีแต่ลดแล้วจะเอาเงินจากส่วนไหนมาพัฒนาประเทศ เพราะภาษีก็ไม่สามารถเก็บได้ตามเป้า เพราะเราสร้างการรับรู้ที่ไม่ถูกต้อง เรื่องนี้ต้องทำให้คนรู้ว่าหากอยากได้สิ่งใดสิ่งหนึ่งต้องมีส่วนร่วม รัฐบาลได้พยายามทำอย่างโปร่งใส ขณะนี้มีหลายๆ อย่างที่กำลังหมกในอยู่ โดยเรากำลังจะรื้อฟื้นขึ้นมา

"หาญณรงค์"ชี้รัฐมีคำตอบอยู่แล้ว

นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ กรรมาธิการปฏิรูปด้านพลังงาน สปช. ซึ่งเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่ขอสงวนความเห็นการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 กล่าวถึงการที่รัฐบาลเดินหน้าเปิดสัมปทาน โดยที่ไม่ฟังเสียงส่วนใหญ่ของสปช.ว่า เดิมรัฐบาลต้องการให้สปช. เป็นแม่น้ำสายที่ห้าในการแก้ปัญหา เมื่อมีกรณีการเปิดสัมปทานปิโตรเลียม รัฐบาลถามมายังสปช. เสียงส่วนใหญ่ของสปช.ตอบไม่ตรงใจรัฐบาล รัฐบาลก็ไม่รับฟัง เห็นชัดว่ารัฐบาลมีคำตอบเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ที่ถามมายังสปช. ก็เพื่อหวังว่าหากสปช.เห็นด้วย จะได้อ้างเสียงของสปช.เป็นความชอบธรรมในการเปิดสัมปทาน "คนที่เสียหายคือรัฐบาล ไม่ใช่สปช. เพราะสังคมจะไม่ไว้วางใจการทำงานของรัฐบาล"

ระบุยังไม่มีความชัดเจนในข้อสงสัย

นายหาญณรงค์ กล่าวว่า ในฐานะที่นั่งเป็นกมธ.ปฏิรูปด้านพลังงาน เห็นว่ากมธ.ปฏิรูปด้านพลังงานเสียงข้างมาก ยังไม่มีความชัดเจนในข้อสงสัย ของสปช.เสียงส่วนใหญ่ ตกลงรายละเอียดของตัวเลข ระบบสัมปทานปิโตรเลียมดีกว่าระบบแบ่งปันผลผลิตอย่างไร ที่บอกว่าถ้าไม่เร่งเปิดสัมปทานแล้วจะเกิดความเสียหาย ก็บอกไม่ได้ว่าใครเสียหาย เมื่อไม่ชัดเจน สปช.เสียงส่วนใหญ่ เพียงต้องการอยากให้กลับไปทำให้ชัดเจน แล้วค่อยมาหยั่งเสียงกันดูใหม่

“ผมไม่เชื่อว่าการชะลอการเปิดสัมปทานออกไป 6 เดือนหรือ 1 ปี แล้วน้ำมันมันจะหมด ทำให้เกิดความเสียหายอย่างที่กระทรวงพลังงานอ้าง ดังนั้นเมื่อเสียงส่วนใหญ่ เห็นว่าให้ชะลอไปก่อน รัฐบาลก็ควรรับฟังเพื่อทำให้เกิดความชัดเจน แล้วค่อยนำกลับมาเสนอใหม่ก็ได้ แต่เมื่อรัฐบาลไม่ฟัง ทำให้ประชาชนเขาเข้าใจได้ว่า มัวแต่ห่วงผลประโยชน์ของกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี ไม่ฟังเสียงประชาชน ไม่ว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หรือรัฐบาลทหาร ก็ต้องฟังเสียง ” นายหาญณรงค์ กล่าว

เชื่อไม่ค้านเหตุทำหน้าที่แล้ว

ส่วนประเด็นที่รัฐบาลบอกให้กลุ่มที่คัดค้านเปิดสัมปทานไม่ให้เคลื่อนไหว หรือชุมนุมนั้น เชื่อว่าสปช.เสียงข้างมาก คงไม่มีใครออกไปเคลื่อนไหวอะไร เพราะถือว่าได้ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้วในการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ และประชาชนเอาไว้ หากรัฐบาลยังเดินหน้าเปิดสัมปทาน อ้างความมั่นคงด้านพลังงาน ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ไว้วางใจ ยังเห็นว่าระบบสัมปทานไม่โปร่งใสก็ยิ่งทำให้เกิดปัญหา