วิชา เผย อสส.เตรียมยื่นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง ฟัน ยิ่งลักษณ์ อ้างมีเอี่ยวทุจริตจำนำข้าว
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ได้กลับมาประชุมแบบเปิดเผยอีกครั้ง หลังจากที่พักการประชุมไปประมาณ 40 นาที พร้อมทั้งได้เรียกตัวแทนคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเข้าห้องประชุมอีกครั้ง โดยนายพรเพชร แจ้งว่า ที่ประชุมลับได้พิจารณาปรับปรุงวิธีการซักถามทั้งสองฝ่ายเสร็จแล้วในกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้มาตอบคำถาม จากนั้นที่ประชุมได้เริ่มต้นกระบวนการซักถามทันที โดย พล.อ.ดนัย มีชูเวท คณะกรรมาธิการซักถามฯ เริ่มถามว่า ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการจำนำข้าวปี 2554 ป.ป.ช.ให้ความสำคัญและดำเนินการกับโครงการจำนำข้าวอย่างไรบ้าง และป.ป.ช.ทราบว่าเกิดการทุจริตเมื่อใด มีพยานหลักฐานอะไร และดำเนินการอะไรไปบ้าง รวมทั้งเหตุใดเมื่อน.ส.ยิ่งลักษณ์พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ป.ป.ช.จึงยังคงดำเนินการถอดถอนอยู่
นายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช. ลุกขึ้นตอบว่า ที่ผ่านมาป.ป.ช.แสวงหาข้อเท็จจริงเรื่องพืชผลทางการเกษตรมากว่า 10 ปี เพราะเห็นข้อบกพร่องของแต่ละรัฐบาล ไม่ได้เจาะจงเฉพาะรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยนโยบายจำนำข้าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์นั้นเปิดช่องให้มีการทุจริต จึงให้ทีดีอาร์ไอไปทำวิจัยก็พบว่า การแทรกแซงราคาข้าวทำให้เกิดการบิดเบือนกลไกตลาด เมื่อป.ป.ช.พบว่าโครงการมีปัญหาจึงทำหนังสือเตือนให้ครม.ทราบว่าไม่ควรดำเนินการโครงการ และเตือนถึง 2 ครั้ง แต่รัฐบาลยังนิ่งเฉย ยืนยันที่จะดำเนินโครงการต่อจนกระทั่งเกิดปัญหาโครงการจำนำข้าวขึ้นมา เรื่องการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐมีการทุจริตจำนำข้าวในทุกระดับชั้นทั่วประเทศ ก่อให้เกิดผลร้ายอย่างรุนแรงตามที่ได้เตือนไป ล่าสุดปลัดกระทรวงพาณิชย์ก็ได้แจ้งความเอาผิดกับคู่สัญญาโครงการจำนำข้าวในสมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ในข้อหาฉ้อโกง มีความเสียหาย 6.5 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ป.ป.ช.ไม่ได้กล่าวหาน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าทุจริตโดยตรง แต่มีพฤติการณ์ส่อทุจริต และมีข้อสงสัยว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์เกี่ยวพันกับการทุจริตหรือไม่ ซึ่งการดำเนินคดีอาญานั้น คณะทำงานร่วมระหว่างป.ป.ช.กับอัยการสูงสุดได้ข้อยุติแล้วว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตด้วย ซึ่งอัยการสูงสุดกำลังพิจารณาฟ้องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในเร็วๆ นี้ และแม้ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์จะพ้นจากตำแหน่งนายกฯ ไปแล้วนั้น แต่ก็ยังมีอำนาจถอดถอนอยู่ เพราะยังมีโทษถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีด้วย
คณะกรรมาธิการซักถาม ถามคำถามป.ป.ช.อีกว่า เหตุใดป.ป.ช.ปฏิเสธการขอให้สอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมของผู้ถูกกล่าวหา เหตุใดจึงเร่งรัดลงมติคดีถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ และโครงการรับจำนำข้าวสร้างความเสียหายกระทบระบบการเงินการคลังประเทศอย่างใด มีตัวเลขอะไรเป็นหลักฐาน รวมถึงการที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่า การถอดถอนจะกระทบต่อการปฏิรูปประเทศนั้นป.ป.ช.มีความเห็นอย่างไร โดยนายวิชา กล่าวว่า ยืนยันว่าป.ป.ช.ไม่เคยปฏิเสธข้อมูลของผู้ถูกกล่าวหา ได้แจ้งสิทธิให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบว่าได้รับสิทธิใดบ้าง และผู้ถูกกล่าวหาได้ใช้สิทธิต่างๆ มาโดยตลอด ทั้งการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา การคัดลอกพยานหลักฐาน แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อส่งอะไรมาจะต้องรับไว้หรือสอบทั้งหมด เพราะต้องพิจารณาว่าพยานที่ขอมามีความสำคัญและเกี่ยวพันกับคดีหรือไม่ ถือเป็นเรื่องปกติขององค์กรที่ทำหน้าที่ตุลาการหรือกึ่งตุลาการ
ทั้งนี้ ป.ป.ช.ใช้เวลาไต่สวนคดีนี้ 1 ปี 10 เดือน ไม่ใช่ 21 วันตามที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุ ตลอดเวลา 1 ปี 10 เดือนนั้นเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด เพราะถูกปิดล้อมสำนักงาน ต้องหอบหิ้วสำนวนคดีติดตัวไปตลอด ป.ป.ช.ไม่เคยเจอคดีใดที่ลำบากรุนแรงขนาดนี้ และจะจดจำไว้ตลอดชีวิต
นายวิชา กล่าวอีกว่า โครงการนี้สร้างความเสียหายต่อระบบการเงินการคลังของประเทศ โดยคณะอนุกรรมการปิดบัญชียืนยันตัวเลขการขาดทุนสะสมของโครงการ ณ. วันที่ 31 พ.ค.56 ว่า ขาดทุน 332,372 ล้านบาท ล่าสุดตัวเลขปิดบัญชีการขาดทุนโครงการรับจำนำข้าวเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 57 พบว่า ขาดทุนสะสม 5.18 แสนล้านบาท ส่วนระดับหนี้สาธารณะแม้จะไม่เกินเพดานร้อยละ 60 แต่จากการไต่สวนพบว่า ครม.ตั้งวงเงินดำเนินโครงการ 5 แสนล้านบาท ใช้เงินกู้ธกส. 9 หมื่นล้านบาท และเงินกู้สถาบันการเงิน 4.1 แสนล้านบาท มีภาระดอกเบี้ย เมื่อโครงการขาดทุนรัฐบาลต้องนำเงินไปชำระหนี้ดังกล่าว ซึ่งรองปลัดกระทรวงคลังระบุว่า ภาระหนี้โครงการจำนำข้าวทำให้มีเงินบริหารราชการแผ่นดินลดลง เพราะรัฐบาลต้องรับผิดชอบผลขาดทุนและดอกเบี้ยที่ไปกู้มา ทำให้เกิดความเสียหายต่องบประมาณแผ่นดิน และการระบายข้าวล่าช้าทำให้ขาดเงินหมุนเวียนมาใช้ในปีถัดไป ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อระบบการคลังการเงินของประเทศ หนี้สาธารณะ จนรมว.คลังระบุว่า ต้องแบกภาระหนี้โครงการนี้ 30 ปี
นอกจากนี้ป.ป.ช.ได้ไต่สวนชาวนาที่ร่วมโครงการประกันราคาข้าวในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีด้วย ทราบว่ามีการประกันราคาข้าวที่ 10,000 บาทต่อตัน และใน 1 สัปดาห์ต้องตรวจสอบราคาข้าวและจ่ายชดเชยในส่วนต่าง ซึ่งไม่ใช่การบิดเบือนกลไกตลาด ส่วนโครงการรับจำนำข้าวเป็นการกำหนดราคาข้าวที่สูงกว่าตลาด ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น เช่น ค่าเช่านา ค่าปุ๋ย ทำให้ชาวนาต้องไปกู้เงินเพิ่ม ในที่สุดเมื่อชาวนาไม่ได้รับค่าข้าวก็ไม่สามารถไปจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ ทำให้ชาวนาฆ่าตัวตายไป 10 กว่าราย
นายวิชา กล่าวด้วยว่า ขณะที่การตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวนั้น ได้มอบให้บุคคลคนเดียวไปตรวจสอบ อีกทั้งตรวจสอบภายในวันเดียว ไม่เหมือนกรณีของรัฐบาลปัจจุบันที่ตรวจสอบโดยใช้เวลา มีการพิสูจน์ดีเอ็นเอข้าวจนสามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้อย่างชัดเจน การทุจริตโครงการรับจำนำข้าวต้องยับยั้งตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ปล่อยให้ลุกลามกลายเป็นขบวนการ กระบวนการเหล่านี้ต้องสร้างระบบคุณธรรม จริยธรรม กลั่นกรองผู้ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้มีคุณธรรม จริยธรรมสูงกว่าคนปกติ ไม่ใช่ใครก็มาเป็นได้ ต้องมีหิริโอตตัปปะคือ การเกรงกลัวและละอายต่อบาป
ทั้งนี้กระบวนการปรองดองกับการนำผู้กระทำผิดมาลงโทษนั้นมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง หากนำมารวมกันจะทำให้กลไกการปรองดองผิดเพี้ยนได้ ในกระบวนการทางการเมือง การพิจารณาคดีต้องเป็นไปตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม กระบวนการก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงขนาดนี้จะชดใช้ทั้งชาติก็คงไม่หมด เพราะเอาภาษีของประชาชนไปละเลงให้เกิดผลประโยชน์ส่วนตนไหลเข้ากระเป๋าของบุคคล หากจะให้ป.ป.ช.ยุติก็เป็นการปรองดองผิดวิธี และหากจะให้เลิกแล้วต่อกัน ก็ควรมาทำความจริงให้กระจ่างชัดเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีงามในการตรวจสอบคุณธรรม จริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ซึ่งจะสร้างทัศนคติที่ถูกต้องแก่ประชาชนในอนาคต





