กองปราบ แฉ! มีตำรวจ 12 นาย ระดับสารวัตรเอี่ยวอุ้มนักธุรกิจเกาหลีเรียกค่าไถ่
พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รรท.ผกก.1 บก.ป. กล่าวถึงความคืบหน้าในการติดตามตัวผู้ต้องหาชาวเกาหลีแก๊งอุ้มนักธุรกิจเรียกค่าไถ่ที่ยังหลบหนีอีก 1 คน และการสอบสวนขยายผลไปถึงตำรวจชุดจับกุมและผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ว่า ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.สิรวิชญ์ มหัทธนวิศิษฏ์ และ พ.ต.ต.ภาณุมาศ แสงส่ง สว.กก.1 บก.ป. เร่งออกติดตามตัวนายโจว ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี ล่าสุดสืบทราบมาว่านายโจว ได้หลบหนีออกจากที่พักซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ไปเมื่อคืนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เชื่อว่านายโจว ยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในกรุงเทพฯ ไม่ได้เดินทางออกต่างจังหวัด และคงไม่สามารถหลบหนีออกนอกประเทศตามช่องทางปกติได้ เนื่องจากมีหมายจับติดตัวอยู่ และกองปราบได้ประสานไปยัง สตม.สกัดกั้นและปิดช่องทางออกต่างประเทศของผู้ต้องหารายนี้แล้ว
พ.ต.อ.จิรภพ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการสืบสวนขยายผลว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้องกับการเรียกค่าไถ่ครั้งนี้หรือไม่นั้น เบื้องต้นนายคิม หนึ่งในผู้ต้องหายังไม่มีการซัดทอด อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายชาวเกาหลีทั้ง 3 คนได้ให้การว่ามีกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้องกับการเรียกค่าไถ่ครั้งนี้ด้วย จึงถือว่าเป็นหลักฐานสำคัญชิ้นหนึ่งที่จะขยายผลไปถึงกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ อาจจะต้องนำภาพถ่ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมมาให้ผู้เสียหายชี้ตัว และหากมีการชี้ตัวยืนยันได้อย่างถูกต้องก็จะต้องพิจารณาขอหมายจับ หรือหมายเรียกตัวมาแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดี แต่ในกรณีที่ผู้ต้องหาเป็นตำรวจก็อาจจะไม่ต้องขอศาลออกหมายจับ เนื่องจากเป็นข้าราชการมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง อาจจะออกหมายเรียกเพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหาก็ได้ จากนั้นพนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อนำส่งอัยการส่งฟ้องศาลพิสูจน์ข้อเท็จจริงกันต่อไป โดยกองปราบจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายอย่างเป็นกลางที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้การสืบสวนมีความคืบหน้าไปมากพอสมควร และชัดเจนแล้วว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้องกับการอุ้มเรียกค่าไถ่ครั้งนี้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องนั้นมีตั้งแต่ระดับ สารวัตร รองสารวัตร และตำรวจชั้นประทวน รวมทั้งสิ้น 12 นาย ในจำนวนนี้เป็นตำรวจ กก.สส.น.5 และตำรวจในนครบาล 10 นาย ตำรวจกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว(บก.ทท.) 1 นาย และตำรวจกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) 1 นาย นอกจากนี้ ยังมีพลเรือนอีกอย่างน้อย 1 คนเกี่ยวข้องกับแก๊งอุ้มเรียกค่าไถ่ครั้งนี้ด้วย ซึ่งพลเรือนที่เข้ามาเกี่ยวข้องนั้น พบว่าทำงานเป็นสายลับให้กับตำรวจท่องเที่ยว และเป็นคนที่รับเงินจากนายคิม จำนวน 1 ล้านบาท ที่นำมามอบให้ที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาอ่อนนุช เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยในส่วนนี้ชุดสืบสวนได้ภาพวงจรปิดมาเป็นหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจนแล้ว ส่วนเงินจำนวนดังกล่าวจะมีการนำไปแบ่งสันปันส่วนกันอย่างไรนั้น กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ รวมทั้งหาหลักฐานอื่นๆมาประกอบ เพื่อนำมาเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับกลุ่มตำรวจเหล่านี้ต่อไป





