วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปนัดดา'เผยเรื่องร้องทุกข์พุ่งขึ้น3เท่า

สปน.แถลงผลงานศูนย์บริการประชาชน "ปนัดดา"เผยเรื่องร้องทุกข์พุ่งขึ้น3เท่า

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงผลการดำเนินการเรื่องร้องทุกกับการคืนความสุขของประชาชน ซึ่งเป็นการดำเนินงานของศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในช่วงหลังวันที่ 22 พ.ค. 2557 เป็นต้นมาว่า ตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ทางศูนย์บริการประชาชนก็ได้บูรณาการการทำงานที่ต้องจารึกเป็นประวัติศาสตร์ด้วยการนำหน่วยงาน 20 กระทรวงมานั่งรถเรื่องร้องทุกข์ประชาขนแสดงถึงความมีเอกภาพของข้าราชการที่ต้องเรียกความเชื่อมั่น ความน่าเชื่อถือจากประชาชนโดยต้องยึดมั่นความถูกต้อง สุจริตและเป็นธรรม ซึ่งจากข้อมูลพบว่าตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 จนถึงปัจจุบันมีประชาชนร้องทุกข์ผ่าน 5 ช่องแล้วจำนวน 158,286 ครั้ง โดยสามารถแบ่งเป็นเรื่องได้จำนวน 113,073 เรื่องซึ่งถือว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้น 3 เท่า และสามารถดำเนินการช่วยเหลือสำเร็จร้อยละ 91 ส่วนอีกร้อยละ 9 ที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้เนื่องจากปัญหามีความซับซ้อน เช่น หนี้สินนอกระบบ แชร์ลูกโซ่

ม.ล.ปนัดดา กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยากให้ข้าราชการเป็นเพื่อนแท้ของประชาชน ซึ่งการช่วยเหลือแม้จะไม่สำเร็จทุกเรื่องแต่ก็ขอให้เขามีความพอใจกลับไป และนายกฯ อยากให้การทำงานร่วมกันของศูนย์ดำรงธรรม และหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเจ้าของพื้นที่อย่างกำนันและผู้ใหญ่บ้านเพื่อประชาชนจะได้ไม่ต้องเดินทางมาที่ส่วนกลาง โดยยึดหลักการทำก่อน ทำจริง ทำทันที รอบคอบและอย่าผลีผลาม และนายกฯ มีดำริว่าเมื่อมีโอกาสจะลงพื้นที่ไปเยี่ยมศูนย์ดำรงธรรมในบางจังหวัด เพื่อดูโมเดลและการทำงานของส่วนราชการว่าไปทำงานครบหรือไม่

ม.ล.ปนัดดา กล่าวอีกว่า ทางศูนย์บริการฯ จะจัดทำโมบายแอพลิเคชั่นเพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้ประชาชนร้องทุกข์ซึ่งขณะนี้บริษัททีโอทีกำลังดำเนินการออกแบบให้ซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะเมื่อเสร็จแล้วจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบ ทั้งนี้ได้มีการร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศในการทำงานร่วมกับสถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ของ 9 ประเทศในประชาคมอาเซียน เพื่อรองรับการเป็นประชาคมอาเซียนในวันที่ 31 ธันวาคมนี้เพื่อให้ความช่วยเหลือประชากรอาเซียนทั้งที่มีความเดือดร้อนและคนไทยที่มีความเดือดร้อนในต่างประเทศ

นอกจากนี้ม.ล.ปนัดดา ได้กล่าวเตือนประชาชนให้ระวังการเล่นแชร์ลูกโซ่ และอย่าไปยุ่งเกี่ยวเนื่องจากมีการร้องเรียนผ่านศูนย์บริการฯ เข้ามาจำนวนมาก จึงรับทราบข้อมูลมาว่าในช่วงแรกจะมีเงินเข้ามาในบัญชีผู้เล่นจำนวนมาก แต่ต่อมาก็จะไม่โอนเงินเข้ามาพร้อมหลบหนีไม่จ่ายเงินให้ครบ จึงขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจเล่น

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านั้น สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจัดเสวนา แนวทางการดำเนินการเรื่องร้องทุกข์ โดยนายจำเริญ ยุติธรรมสกุล รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งว่า ในการทำงานของศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์จะต้องมีการพัฒนาต่อไปทั้งคนและงาน โดยเฉพาะการพัฒนาด้านเทคโนโลยีที่จะต้องมีความเชื่อมโยงกันเป็นระบบเดียว เนื่องจากที่ผ่านมาประชาชนผู้ที่เดือดร้อนมักจะเดินทางไปร้องเรียนในทุกช่องทาง จึงจำเป็นต้องสร้างระบบที่ทำให้รู้ว่าเรื่องที่รับมานั้นจะไปในช่องทางเดียว ทั้งนี้จะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นระบบที่จะเขื่อมโยงเรื่องราวร้องทุกข์ไปยังรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงต่างๆ และจังหวัดต่างๆ นอกจากนี้ในระยะนี้จะมีการเปิดโมบายแอพลิเคชั่น ที่จะเปิดรับร้องเรียนผ่านแอพฯจากสมาร์ทโฟน ซึ่งจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน ระยะที่ 2 คือการเชื่อมระบบไปยังกรมต่างๆ และหน่วยงานของอำเภอต่างๆ และระยะที่ 3 คือการเชื่อมโยงถึงองค์กรส่วนปกครองท้องถิ่นที่เป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด ทั้งนี้จะมีการเร่งดำเนินการโดยออกเป็นประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีและจะนำเสนอในที่ประชุมในวันที่ 29 ม.ค.นี้ นอกจากนี้ยังมีหลายกระทรวงที่ยังไม่มีหน่วยงานที่มีอำนาจชัดเจนในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ เป็นเพียงสำนักงานฝากเท่านั้น ทาง สปน.จึงจะผลักดันให้ทุกกระทรวงมีสำนักงานรับเรื่องราวร้องทุกข์เป็นโครงสร้างที่ชัดเจนในแต่ละกระทรวงด้วย