"บวรศักดิ์"ยกจุลสารรัฐธรรมนูญ เทียบเท่าเอกสารเพื่อทำประชาพิจารณ์รธน.ใหม่ ขอประชาชนอ่านและแสดงความเห็น
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนนูญ พร้อมด้วย นายมานิจ สุขสมจิตร และ นายมีชัย วีระไวทยะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ฐานะคณะอนุกมธ.สื่อสารสังคม ในกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ร่วมมอบจุลสารรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปเป็นอย่างไร ต่อนายยอดพจน์ วงศ์รักมิตร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานด้านบริหารและเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และ นายวิเชียร พงศธร กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทพรีเมียร์ เพื่อให้นำไปแจกให้กับประชาชนตามร้านค้าในเครือบริษัทดังกล่าว ทั้งนี้นายบวรศักดิ์ กล่าวเชิญชวนให้บริษัทเอกชนอื่น ๆ รวมถึงหน่วยงานอื่นที่สนใจสามารถนำจุลสารดังกล่าวไปแจกกับประชาชนด้วย
ทั้งนี้ในส่วนของการเผยแพร่หลักการสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญใหม่ รูปแบบจุลสารจะผลิตอย่างต่อเนื่องและออกทุก ๆ 2 สัปดาห์โดยมีเนื้อหาที่แตกต่างกันไป โดยฉบับต่อไปจะเป็นหลักการของระบบการเมือง อาทิ ที่มาของสภาผู้แทนราษฎร, ที่มาของวุฒิสภา, ที่มาของนายกฯ เป็นต้น ทั้งนี้จุลสารดังกล่าวถือมีความสำคัญระดับการประชาพิจารณ์ต่อสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะในเนื้อหาที่นำเสนอไปประชาชนสามารถแสดงความเห็น เพื่อขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ โดยระยะเวลานับจากนี้ ถึงวันที่ 23 ก.ค. ประชาชนสามารถส่งความเห็นมายังกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้ โดยประเด็นใดที่ประชาชนเห็นร่วมกันและขอให้แก้ไขในหลักการสามารถทำได้ และกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญพร้อมรับไปปฏิบัติ
นายบวรศักดิ์ กล่าวด้วยว่าสำหรับการรับฟังความเห็นของประชาชน จะมีอยู่ 3 วิธี คือ 1.การรับฟังความเห็นประชาชนในภูมิภาคต่างๆ ผ่าน 10 เวที, 2. ทำแบบสอบถามไปยังประชาชนทั้ง 77 จังหวัด จำนวน 4,000 ชุด โดยกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้ทำแบบสอบถามตามประเด็นที่สำคัญ แล้วให้สำนักงานสถิติแห่งชาติ ดำเนินการไปสอบถามประชาชนตามหลักสถิติ และ 3. วิธี Social Listen โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัทไมโครซอฟ (ประเทศไทย) ทำซอฟแวร์ที่ช่วยค้นหาคำวิจารณ์ คำติ คำชม หรือประเด็นที่เกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ ที่ประชาชนโพสต์ข้อความผ่านเว็ปไซต์ ต่าง ๆ เช่น พันธุ์ทิพย์ , กระปุก รวมถึงเฟซบุ๊ค เพื่อรวบรวมความเห็นและเสนอเป็นข้อมูลประกอบการยกร่างรัฐธรรมนูญ ของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยกิจกรรมที่ดำเนินการทั้งหมดไม่มีค่าจ้างให้กับบุคคลใดหรือต้องเบิกจ่ายส่วนงบประมาณแผ่นดินแต่อย่างใด
นายมานิจ กล่าวว่าสำหรับกระบวนการสื่อสารกับสังคม ต่อจากนี้ จะมีการเผยแพร่จุลสารรัฐธรรมนูญ บนเครือข่ายออนไลน์และให้ประชาชนดาวน์โหลดติดตั้งบนสมาร์ทโฟนที่ประชาชนสามารถอ่านได้ทุกที่ ทุกเวลา รวมถึงทำการ์ตูนเอนิเมชั่นเผยแพร่สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญไปยังประชาชนให้เกิดความเข้าใจด้วย





