วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กปปส.ย้ำจุดยืนไม่มีส.ส.ระบบรายชื่อ

กปปส.ย้ำจุดยืนไม่มีส.ส.ระบบรายชื่อ ค้านโอนเลือกตั้งให้ มท.จัด หนุนประเด็นริบอำนาจใบแดงกกต.

กปปส.ย้ำจุดยืนไม่มีส.ส.ระบบรายชื่อ ยก "จตุพร-ณัฐวุฒิ" ได้เป็นส.ส.ได้ เพราะอยู่ในบัญชีรายชื่อ แต่พร้อมรับหากกมธ.ยกร่างกมธ.มีมติ ค้านโอนเลือกตั้งให้ มท.จัด หนุนประเด็นริบอำนาจใบแดงกกต. เผยมีช่องโหว่เรื่องยัดเงิน จี้ คสช. จัดการทุจริต เผย แกนนำกปปส.พร้อมลงเลือกตั้งหน้า ยกเว้น “พระสุเทพ”ไม่หวนเล่นการเมือง

นายชุมพล จุลใส อดีต.ส.ส.จ.ชุมพร ในฐานะแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้เห็นมติเบื้องต้นของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่างฯ) ในการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 20 กปปส.มีความเห็นในเรื่องดังกล่าวว่า ในส่วนของผู้แทนราษฎรที่มาจากระบบสัดส่วน 200 คนกับแบ่งเขต 250 คนนั้น อยากจะให้ตัดระบบสัดส่วนออกไป เพราะว่าจุดยืนของ กปปส.ก็คือ ต้องการจะตัดส.ส.ในระบบสัดส่วน หรือในระบบบัญชีรายชื่อออก ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการตัดต้นลมในลักษณะของนายทุนพรรคหรือผู้สนับสนุนพรรค ซึ่งไม่ต่างจากการเอาเงินมาซื้อตำแหน่งทางการเมือง ดังนั้นจึงอยากให้ตัดส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งหมด โดยให้เหลือเฉพาะเพียงแค่ระบบแบ่งเขตเท่านั้น

นายชุมพล กล่าวว่า ที่ผ่านมากปปส.ได้พูดคุยปรึกษาหารือในเรื่องนี้กันมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ได้นำความคิดเห็นเสนอไปยัง กมธ.ยกร่างฯ ก็ขอให้ตัดส.ส.ระบบสัดส่วนออกไปให้เหลือเฉพาะส.ส.ระบบเขตตามเหตุผลที่ได้กล่าวมาแล้ว ซึ่งกปปส.เสนอจุดยืนไปแบบนี้ หากกมธ.ยกร่างฯ จะไม่เอาข้อเสนอของเรา เราก็ต้องยอมรับมติของกมธ.ยกร่างฯ โดยไม่มีข้อติดใจ

"ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อทำให้คนที่ไม่เคยคลุกคลีกับประชาชน หรือแค่เอาเจ้าของซ่องมาเป็นหัวหน้าพรรค มันจึงเกิดความเสียหายขึ้นอย่างที่ผ่านมา และในขณะเดียวกันเราก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการได้มาซึ่งส.ส.จากระบบบัญชีรายชื่อนั้น มีจุดบกพร่องหลายประการ อย่างเช่นได้นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ มาเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ ถ้าเขาลงเลือกตั้ง ก็คงไม่มีโอกาสได้เป็นผู้แทนราษฎร พูดอย่างนี้ ผมไม่ได้ดูถูกเขา แต่ว่าเป็นไปไม่ได้ หมดสิทธิ์ เพราะประชาชนเขารู้อยู่ว่าประวัติเป็นอย่างไร แต่พอเอาไปอยู่ระบบบัญชีรายชื่อก็ตอบแทนกันใหญ่” นายชุมพล กล่าว

นายชุมพล กล่าวว่า สำหรับประเด็นที่จะให้กระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงศึกษาธิการมาดำเนินการจัดการเลือกตั้งแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้น มองว่าที่ผ่านมากกต.มีอำนาจอยู่แล้ว แต่ใช้อำนาจไม่เป็นหรือใช้ได้ไม่เต็มที่ ถ้าในสูตรใหม่จะใช้กระทรวงมหาดไทยจัดมันก็จะเป็นอีกระบบหนึ่ง และอาจจะย้อนกลับไปสู่ยุคเก่าๆอย่างไรก็ตามเห็นด้วยกับการริบอำนาจการให้ใบแดงของกกต.ไปขึ้นกับศาลเลือกตั้งซึ่งต้องยอมรับว่า 5 เสือกกต.ก็ไม่ได้มาสอบสวนเอง แต่จะส่งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนลงมาทำหน้าที่แทน ซึ่งมีช่องโหว่ ดังนั้นกกต.จึงควรจะมีอำนาจในการสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่เท่านั้น อีกทั้งในเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการในองค์กรอิสระก็มองว่าดี ลดวาระลงมาถือว่าดี

สำหรับเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นว่า เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นใคร เรื่องนี้รัฐบาลที่มีอำนาจจะต้องทำอย่างเต็มที่โดยไม่กลั่นแกล้ง ต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน เพราะที่มวลมหาประชาชนได้พากันออกมาต่อสู้ก็เพื่อให้บ้านเมืองนี้ดีขึ้น ไม่ต้องการให้บ้านเมืองมีการทุจริตคอรัปชั่น ดังนั้นกฎหมายก็ต้องเป็นกฎหมาย ซึ่งในส่วนนี้สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าประชาชนออกมาแล้วคนที่ทุจริตคอรัปชั่น รัฐบาลที่ทุจริตยังลอยนวลอยู่ก็คงไปกันไม่ได้ ก็อยากจะฝากไปยังคสช.สนช.และสปช.ด้วยว่า ให้ช่วยทำตามที่ชาวบ้านได้ตั้งความหวังไว้ว่าเรื่องที่ทุจริตคอรัปชั่น ไม่ว่าจะเป็นใครต้องดำเนินการให้เด็ดขาด อันนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง

นายชุมพล ยังกล่าวว่า ส่วนในเรื่องของการเลือกตั้งในอนาคตนั้น กปปส.ยกเว้นกำนันสุเทพคนเดียวที่จะไม่ลงรับสมัครเลือกตั้งใดๆ แต่แกนนำที่เหลือพร้อมที่จะลงเลือกตั้ง และไม่ว่ารัฐธรรมนูญจะมีหน้าตาออกมาเป็นอย่างไร กปปส.ก็พร้อมที่จะสานงานเรื่องการปฏิรูปต่อ หากชนะเลือกตั้งเราก็จะไปผลักดันกันในสภากันต่อ เพราะถือเป็นแนวทางที่หลวงลุงกำนันได้เคยประกาศเอาไว้มาโดยตลอด

“การต่อสู้ของกปปส.ไม่ได้สร้างภาพ เราต่อสู้กันจริงๆ พอชนะเราก็กลับบ้านกันจริงๆ ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่ได้เรียกร้องจากรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ว่า เราจะเอาอย่างนั้นจะเอาอย่างนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องการยืนยันก็คือ เราต้องการเอาคนทุจริตมาลงโทษไม่ว่าจะเป็นใครไม่ว่าจะใหญ่สักแค่ไหน ซึ่งพี่น้องประชาชนกำลังจับตามองเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งก็สามารถยืนยันได้ว่าเรายังคงเฝ้าติดตามต่อให้ชนะแล้วเราก็ยังไม่ทิ้งกัน” นายชุมพลกล่าว