วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จี้เคลียร์ขาดทุนข้าว

สมาชิกสนช.ส่ง20ประเด็นซักถามคดีถอดถอน"ยิ่งลักษณ์" เน้นให้เคลียร์ตัวเลขขาดทุนจำนำข้าว-ไม่ยกเลิกโครงการ

วิป สนช.เปิดช่อง ส่งตัวแทนชี้แจงแทนได้ "สุริยะใส"ชี้ถอดถอนเป็นคนละส่วนกับการปรองดอง ระบุไม่ถอดถอนต่างหากจะกระทบแนวทางปรองดอง เหตุเป็นการล้างผิด แนะสนช.อย่าหวั่นคำขู่ ด้านกกต.เล็งสรุปคดี"ยิ่งลักษณ์"ทัวร์นกขมิ้นภายในเดือนนี้

ความคืบหน้าการถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่งซึ่งจะส่งผลให้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี จากข้อกล่าวหาปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว หลังจากที่ประชุมสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ได้เปิดคดีไปแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างให้สมาชิกตั้งคำถามเพื่อจะไปซักถามคู่กรณีในการประชุมสนช.ในวันที่ 16 ม.ค. ก่อนจะมีการลงมติในวันที่ 23 ม.ค.นั้น

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิก สนช.ในฐานะคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ซักถามคดีถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีสนช.ส่งคำถามเข้ามาให้กมธ.ซักถามแล้ว 20 กว่าคำถาม โดยจะหมดเขตส่งคำถามในวันที่ 13 ม.ค.นี้ ซึ่งในวันดังกล่าวกมธ.ซักถาม จะประชุมกันเพื่อวางกรอบจัดหมวดหมู่คำถามให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจต่อไป

ทั้งนี้คำถามส่วนใหญ่ที่สนช.ส่งมา จะมุ่งถามนางสาวยิ่งลักษณ์มากกว่า อาทิ สอบถามว่าเหตุใดจึงไม่สามารถยกเลิกโครงการรับจำนำข้าวได้ และการขอความชัดเจนเรื่องตัวเลขที่แท้จริงในการขาดทุนโครงการรับจำนำข้าว เพราะตัวเลขที่รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ระบุกับตัวเลขของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าวยังไม่ตรงกัน ส่วนคำถามที่ต้องการถามป.ป.ช.คือ จะใช้กฎหมายฉบับใดมาเอาผิดนางสาวยิ่งลักษณ์ เนื่องจากขณะนี้รัฐธรรมนูญปี 2550 ไม่มีผลบังคับใช้แล้ว

นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนการมาตอบคำถามในวันที่ 16 ม.ค.นั้น นางสาวยิ่งลักษณ์ สามารถให้ทีมทนายความมาตอบคำถามแทนได้ ขึ้นอยู่กับนางสาวยิ่งลักษณ์จะมาตอบเองหรือไม่ หากมาเองแล้วตอบได้ดีจะเป็นผลดีต่อตัวนางสาวยิ่งลักษณ์ แต่หากมาแล้วตอบไม่ดีก็จะเป็นผลเสียต่อตัวเองเช่นกัน

"ส่วนตัวอยากให้นางสาวยิ่งลักษณ์มาตอบคำถามเอง จะได้ไม่เป็นที่ครหาได้ในภายหลังว่า สิ่งที่ตอบไปไม่ตรงกับใจของนางสาวยิ่งลักษณ์ ทั้งนี้คณะกรรมาธิการซักถามยืนยันว่า จะทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ไม่มีอคติทางการเมือง"

วิปสนช.แนะ"ยิ่งลักษณ์"ควรมาตอบคำถามเอง

ด้านนพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิปสนช. กล่าวว่า ตามข้อบังคับการประชุมสนช. ไม่ได้เขียนระบุไว้ว่าผู้ถูกกล่าวหาจะต้องมาตอบคำถามคณะกรรมาธิการซักถามด้วยตัวเอง ดังนั้นนางสาวยิ่งลักษณ์ จะมาตอบคำถามด้วยตัวเอง หรือส่งตัวแทนมาตอบคำถามก็ได้ แต่เมื่อนางสาวยิ่งลักษณ์มาโต้แย้งข้อกล่าวหาด้วยตัวเองในการแถลงเปิดคดีไปแล้ว จึงควรมาตอบข้อซักถามต่อคณะกรรมาธิการซักถามด้วยตัวเองอีกครั้งจะเหมาะสมกว่า จะทำให้คำตอบดูมีน้ำหนักมากกว่าให้บุคคลอื่นมาตอบข้อซักถามแทน

ส่วนคำถามที่คณะกรรมาธิการฯจะซักถามนั้น จะไม่มีการบอกให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบล่วงหน้า แต่เชื่อว่าผู้ถูกกล่าวหาคงคาดการณ์ได้ว่า จะมีการถามอะไรบ้าง และคงต้องไปเตรียมข้อมูลมาเป็นอย่างดี เพราะมีเวลาเตรียมตัวอยู่ 2-3 วัน ก่อนจะถึงวันที่ 16 ม.ค.ที่ต้องมาตอบข้อซักถาม

ทีมทนาย"ยิ่งลักษณ์"ถกวันนี้เตรียมชี้แจง

นายนรวิทย์ หล้าแหล่ง ทีมทนายของนางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า วันที่ 12 ม.ค.นี้ จะเริ่มนัดประชุมของทีมทนาย เพื่อประเมินภาพรวมในกรณีของอดีตนายกฯ เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา และเตรียมข้อมูลและข้อกฎหมายเพิ่มในการชี้แจงในวันที่ 16 ม.ค.ที่จะเป็นการตอบข้อซักถามของ สนช. ส่วนจะมีการเดินทางไปชี้แจงในที่ประชุมเองของนางสาวยิ่งลักษณ์ หรือไม่ ต้องดูอีกทีหลังการประชุมรวบรวมข้อมูลของทีมทนายเสร็จสิ้น แล้วจะเสนอไปยัง นางสาวยิ่งลักษณ์ อีกครั้ง

พท.เชื่อถอดถอน"ยิ่งลักษณ์"ไม่สำเร็จ

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสการกดดันให้มีการถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ ว่า การพยายามมากดดัน สนช.ให้ถอดถอน นางสาวยิ่งลักษณ์ คงไม่มีผลอะไร เพราะเชื่อว่า มี สนช.เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่อยากจะถอดถอน ซึ่งการแถลงโต้แย้งข้อกล่าวหาโครงการจำนำข้าวของนางสาวยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา ชี้แจงได้อย่างมีเหตุผลและน่าเชื่อถือ ขณะที่ข้อมูลของป.ป.ช.เป็นเพียงการคาดว่า จะส่อการทุจริตเท่านั้น

ส่วนวันที่ 16 ม.ค. คาดว่านางสาวยิ่งลักษณ์ อาจจะไม่ไปตอบข้อซักถามต่อคณะกรรมาธิการซักถามด้วยตัวเอง เพราะได้พูดข้อเท็จจริงทั้งหมดไปหมดแล้วในตอนแถลงโต้แย้งข้อกล่าวหา ถือว่าครบตามกระบวนการแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องไปตอบคำถามอีก จะไปหรือไม่ไป ก็มีค่าเท่ากัน เนื่องจาก สนช.ไม่มีสิทธิ์ถามนอกประเด็นจากที่ได้แถลงเปิดคดีไปและได้ชี้แจงครบถ้วนไปหมดแล้ว

"สุริยะใส"ชี้ถอดถอนไม่เกี่ยวปรองดอง

นายสุริยะใส กตะศิลา อาจารย์วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวถึงกระบวนการถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ นายนิคม ไวยรัชพานิช และนางสาวยิ่งลักษณ์ ว่า ขณะนี้กำลังถูกบางฝ่ายบิดเบือนโดยอ้างว่าหากถอดถอนทั้ง 3 คนจะกระทบกับการปรองดองและมีความวุ่นวายตามมา

ทั้งที่คดีของทั้ง 3 คนเป็นคดีที่มีพฤติกรรมความผิดเกิดขึ้นชัดเจน องค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช.และศาลรัฐธรรมนูญ ได้ชี้มูลและตัดสินแล้วว่าผิด ที่สำคัญสังคมทั่วไปก็ประจักษ์ชัดแจ้งถึงความเสียหายที่เกิดจากนโยบายรับจำนำข้าว และปมการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่มา ส.ว. จนเป็นส่วนหนึ่งของวิกฤติการเมืองในช่วงที่ผ่านมา

นายสุริยะใส กล่าวว่า สนช.มีหน้าที่ตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญที่ต้องพิจารณาและพิสูจน์การกระทำความผิดของบุคคลเหล่านั้น สนช.เปรียบเสมือนคณะลูกขุนที่ต้องชี้ถูกผิด ไม่ได้มีหน้าที่มาดูว่าจะปรองดองกันอย่างไร เพราะการกระทำดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐเกิดขึ้นแล้ว

ระบุไม่ถอดถอนเท่ากับล้างผิดให้คนทำผิด

นายสุริยะใส กล่าวว่า เรื่องนี้จะเป็นบทพิสูจน์ถึงความเข้มแข็งและน่าเชื่อถือของระบบการถ่วงดุลตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญ ที่สำคัญการปฏิรูปจะไม่มีทางเกิดขึ้นจริงถ้าสภานิติบัญญัติกลายเป็นสภาที่ไม่มีหลักไม่มีศักยภาพในการแยกแยะถูกผิดได้ หาก สนช.ไม่ถอดถอนโดยอ้างว่าจะเกิดความวุ่นวาย จะกระทบกับแนวทางการปรองดองนั้น การอ้างแบบนี้ต่างหากที่เป็นการทำลายหลักการปรองดอง เพราะ สนช.ไม่ต้องแยกแยะถูกผิดอะไร ให้ลืมๆ กันไป ทั้งที่มีความเสียหายและความผิดเกิดขึ้น

"ต้องแยกแยะว่ากระบวนการถอดถอนเป็นคนละเรื่องกับกระบวนการปรองดอง ผมเป็นห่วงว่าหาก มติ สนช.ไม่ถอดถอน ก็จะเท่ากับเป็นการนิรโทษกรรม หรือล้างผิดให้กับคนที่ทำผิด ซึ่งขัดกับหลักนิรโทษกรรมที่คนผิดควรต้องยอมรับผิดและได้รับการลงโทษถึงจะได้รับการให้อภัยและนิรโทษกรรม ที่สำคัญคดีนี้ไม่ใช่คดีการเมือง แต่เป็นคดีทุจริตในการใช้อำนาจ

กกต.จ่อสรุปคดีทัวร์นกขมิ้นในเดือนม.ค.

นายบุญส่ง น้อยโสภณ กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวถึงความคืบหน้าสำนวนคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งส.ส. เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี่สำนวนคำร้องคัดค้านทั้งหมดอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย สำนักงานกกต. ซึ่งแต่ละเรื่องเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ต้องทำด้วยความรอบคอบ แต่ละสำนวนมีหลายคำร้องที่ร้องเข้ามา เราต้องมาเอารวมเพื่อพิจารณาในคราวเดียว

โดยเฉพาะสำนวนคำร้องคัดค้านนางสาวยิ่งลักษณ์ ที่ใช้ทรัพยากรของรัฐลงพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ระหว่างที่มีพ.ร.ฎ.ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ หรือคำร้องคัดค้านทัวร์นกขมิ้นนั้น พยานในสำนวนนี้มีจำนวนมาก เพราะไม่ว่าอดีตนายกฯจะลงไปจังหวัดไหน ก็มีพยานทุกจังหวัด ดังนั้น คณะอนุกรรมการสืบสวนฯ ต้องสอบพยานทุกคน เพื่อความรอบคอบของสำนวนคดี

อย่างไรก็ตาม ตนให้เกียรติและมั่นใจคณะอนุกรรมการสืบสวนฯทุกคน โดยจะไม่เข้าไปก้าวก่ายในทุกสำนวน และขณะนี้สำนวนทุกสำนวนก็มีการสอบพยานเสร็จเรียบร้อยแล้ว รอเพียงคำวินิจฉัยเท่านั้น คาดว่าไม่เกินสิ้นเดือนม.ค.นี้ น่าจะแล้วเสร็จ