วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีเอสไอนำกำลังจนท.เข้าตรวจโกดังมันเส้นที่ลพบุรี

ดีเอสไอนำกำลังตำรวจ ทหาร เข้าตรวจโกดังมันเส้นที่ลพบุรี พบแกลบปลอมบนยัดไส้ก่อนเผามูลค่าความเสียหายกว่า160ล้าน

พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักคดีพิเศษภาค พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปิยวิชญ์ วงศ์สวัสดิ์ รองผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร จากมณฑลทหารบกที่ 13 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากสถานีตำรวจตำบลโคตูม จังหวัดลพบุรี ลงพื้นที่ เข้าตรวจสอบโกดังเก็บมันเส้นของ อคส. ซึ่งอยู่ในโครงการรับจำนำมันสำปะหลังปี 55/56 ที่รัฐฝากเก็บไว้ใน ที่ตั้งอยู่เลขที่ 58 หมู่ 5 ต.โคกตูม อ.เมือง จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นของบริษัท เกษตรพืชผล อินเตอร์เทรด จำกัด ซึ่งมีทั้งหมด 5 แห่ง ใน 5 จังหวัด ได้แก่ จ.ราชบุรี กาญจนบุรี ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา และสระบุรี สำหรับจังหวัดลพบุรี ถือเป็นแห่งแรกที่ได้เข้าทำการตรวจสอบ หลังทาง อคส.ได้ร้องขอให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ เพราะ มีการทุจริตโดยการยัดแกลบสอดไส้แทนมันสำปะหลัง และเกิดไฟไหม้พร้อมกัน ทั้ง 5 แห่ง

ซึ่งการตรวจสอบในวันนี้ พบว่า มีโกดังเก็บมันสำปะหลังเส้น 2 หลัง โดยแยกเก็บมันเส้น หลังที่ 1 จำนวน 14,005.265 ตัน และ หลังที่ 2 จำนวน 8,636.947 ตัน และเคยถูกไฟไหม้จนได้รับความเสียหายเมื่อหลายเดือนก่อน เหมือนกับที่ตรวจพบใน 5 จังหวัด นอกจากนี้ยังพบว่า มีการนำแกลบมายัดไส้แทนมันสำปะหลัง โดยนำแกลบใส่ถุงบิ๊กแบ็กซึ่งมีน้ำหนักถุงละ 1 ตัน มาวางไว้ด้านในและนำมันสำปะหลังเส้นวางไว้รอบนอกเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ โดย ทาง อคส. ได้แจ้งความดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องไว้แล้ว

ทั้งนี้ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักคดีพิเศษภาค เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่า การทุจริตครั้งนี้ มีลักษณะเช่นเดียวกับจังหวัดราชบุรี ซึ่งดูความเสียหายในส่วนของจังหวัดลพบุรี ทั้ง 2 โกดัง น่าจะมีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 160 ล้านบาท

ด้าน พ.ต.ท.ปิยวิชญ์ วงศ์สวัสดิ์ รองผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า ก็กล่าวว่า ได้ทำการแจ้งความในแต่ละจังหวัดทั้ง 5 จังหวัดที่มีโกดังเก็บมันเส้นของบริษัท เกษตรพืชผล อินเตอร์เทรด จำกัด แล้ว เพราะมีการกระทำความผิดเหมือนกัน ซึ่งมันเส้นที่ยังพบอยู่นั้นยังสามารถนำไปใช้ได้ โดยการแยกแกลบออก แต่อย่างไรก็ตามต้องให้ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบเพื่อดูว่าจะสามารถใช้ได้หรือไม่ เพราะตอนนี้มีแกลบเยอะกว่า ซึ่งจะต้องทำการตรวจสอบว่า มันเส้นที่ยังเหลืออยู่นั้นจะมีมูลค่าเท่าไหร่ จะต้องทำการคัดแยกออกมาก่อน ซึ่งการเก็บรักษามันเส้นนั้นจะต้องไม่มีแกลบปนมาด้วย แต่เมื่อมีแกลบมาปน ก็ต้องดูว่า มาได้อย่างไร และมันเส้นหายไปไหน ซึ่งในเรื่องต้องนั้นให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนของดีเอสไอ