รัฐบาลซุ่มลุยปฏิรูปเอง11ด้าน ครม.เห็นชอบข้อเสนอจาก27หน่วยงาน เคลื่อน2ระดับ ให้หน่วยงานทำทันทีและชงเข้าสปช.
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) เปิดเผยว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันอังคารที่ 6 มกราคมที่ผ่านมาโดยที่ทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไม่ได้แถลงให้สื่อมวลชนทราบ คือ ครม.ได้รับทราบและเห็นชอบรายงานข้อเสนอการปฏิรูปประเทศไทยตามที่สศช.ได้เสนอทั้ง 11 ด้านที่ได้ประมวลและกลั่นกรองข้อเสนอจาก27หน่วยงาน และมอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปดำเนินการต่อในส่วนที่รัฐบาลดำเนินการได้ทันทีและอีกส่วนให้นำเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)
โดยในส่วนของข้อเสนอที่รัฐบาลดำเนินการได้ทันทีในการปฏิรูปด้านการเมือง ให้กอ.รมน.และสถาบันพระปกเกล้า สร้างความเข้าใจและปรองดองสมานฉันท์ของกลุ่มที่คิดต่างทางการเมือง ให้สำนักงานกกต.สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการประชาธิปไตยอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ให้สำนักงานป.ป.ช.และสำนักงานป.ป.ท.รณรงค์ปลูกฝังค่านิยมในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น
นอกจากนี้ยังมีส่วนของข้อเสนอที่จะเสนอให้สภาปฏิรูปฯพิจารณา โดยเฉพาะในส่วนของการปฏิรูปการเมือง ที่มีการเสนอว่าควรพิจารณาปฏิรูปกระบวนการจัดตั้งพรรคการเมือง การสรรหาสมาชิกพรรค การดำเนินการทางการเมือง รวมถึงระบบการเลือกตั้งที่ควรพิจารณาปรับเปลี่ยนระบบการเลือกตั้งใหม่ที่จะลดปัญหาการซื้อสิทธิ์ขายเสียงการทุจริตเลือกตั้ง อาทิ กำหนดให้ผู้ที่จะได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภาต้องได้รับคะแนนเสียงเกินร้อยละ 50 ของผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น ๆ ส่วนการเข้าสู่อำนาจและการดำรงตำแหน่งทางการเมือง ควรพิจารณากระบวนการได้มาซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งขององค์กรทางการเมืองให้โปร่งใส ได้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับอำนาจหน้าที่และกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งทางการเมืองของนักการเมืองเพื่อป้องกันการผูกขาดทางการเมือง
ส่วนการทุจริตคอร์รัปชั่น เสนอว่าสปช.ควรพิจารณาประเด็นการปรับปรุงบทลงโทษนักการเมืองที่กระทำความผิดให้เด็ดขาด รวมถึงแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.........ในประเด็นการพิจารณาให้คดีคอร์รัปชั่นไม่มีอายุความ และให้เป็นคดีร้ายแรงไม่มีการรอลงอาญา
ส่วนการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน เสนอว่าควรพิจารณากฎหมายรองรับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาชนให้เป็นรูปธรรม เช่น การเสนอกฎหมาย การเสนอความเห็นทางการเมือง การเรียกร้องหรือชุมนุม การตรวจสอบการทำหน้าที่ของนักการเมือง การสร้างกลไกและวางระบบให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจ
ส่วนการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจที่เสนอต่อสปช.คือ การปฏิรูปการดำเนินการนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในด้านการคลัง คือกำหนดกลไกหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรงบประมาณเพื่อผูกพันการดำเนินนโยบายในระยะปานกลางและระยะยาวให้แก่โครงการที่มีลำดับความสำคัญสูงและจำเป็นเร่งด่วนซึ่งสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ เช่น การดำเนินแผนงานหรือโครงการตามยุทธศาสตร์ฯอาจพิจารณาจัดทำแผนการระดมทุนเพื่อจัดสรรให้แก่โครงการที่มีความสำคัญสูงและจำเป็นเร่งด่วนตามแผนแม่บทการพัฒนารายสาขา เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเกิดความต่อเนื่อง และพิจารณาความเหมาะสมของการจัดให้มีกลไกและผู้ทำหน้าที่วิเคราะห์การใช้จ่ายงบประมาณที่มีวงเงินสูงหรือวงเงินผูกพันระยะยาวจากภายนอกเพื่อเป็นเครื่องมือประกอบการตัดสินใจของรัฐสภา และพิจารณากำหนดกลไกหลักเกณฑ์เพื่อป้องกันภาระทางการคลังที่เกิดจากพรรคการเมืองนำเสนอนโยบายระยะสั้นหรือนโยบายเร่งด่วนในลักษณะประชานิยมเป็นเครื่องมือในการแข่งขันทางการเมือง
ส่วนข้อเสนอการปฏิรูปการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคด้านการเงินที่เสนอสปช. เสนอว่าควรพิจารณาการจัดตั้งคณะกรรมการและองค์กรที่ทำหน้าที่ในการดูแลระบบการเงินของประเทศ เช่น สถาบันการเงิน ตลาดหลักทรัพย์ บริษัทประกันภัย ฯ เพื่อให้มีการกำกับดูแลที่สอดคล้องกันและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของภาคการเงินไทยให้สามารถสนับสนุนภาคเศรษฐกิจและการให้บริการแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม
สำหรับการปฏิรูปด้านการบริหารราชการแผ่นดินที่น่าสนใจ อาทิ ให้สำนักงาน ก.พ.ร. ทบทวนบทบาทภารกิจของตัวเองให้มีประสิทธิภาพตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง และปรับปรุงบทบาทภารกิจและปรับโครงสร้างหน่วยงานรัฐให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต และให้สำนักงานก.พ.แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการสรรหา บรรจุแต่งตั้งข้าราชการให้มีระบบคุณธรรม จริยธรรมและขั้นตอนที่ชัดเจน และจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อพิจารณาโครงสร้างอัตราเงินเดือนและค่าตอบแทนของบุคลากรภาครัฐในภาพรวม รวมทั้งให้จัดอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต และให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา(สคก.)ปรับปรุงระเบียบกฎหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกระบวนการดำเนินการของรัฐ โดยเฉพาะการปรับปรุงขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง
การปฏิรูปด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ที่น่าสนใจ อาทิ ให้สำนักงานป.ป.ช.จัดตั้งกองทุนต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. 2542 ให้คดีการทุจริตคอร์รัปชั่นไม่มีอายุความ ให้กระทรวงยุติธรรม(ยธ.)กำหนดแนวทางเร่งรัดการพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จโดยเร็วโดยกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จเป็นมาตรฐานกลาง
การปฏิรูปด้านการปกครองท้องถิ่น ให้กระทรวงมหาดไทย(มท.)ปรับปรุงแนวทางการจัดทำยุทธศาสตร์ขององค์กรปกครองท้องถิ่นและการแปลงแผนสู่การปฏิบัติ และให้มท.และสำนักนายกรัฐมนตรีปรับปรุงหลักเกณฑ์วิธีการการจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเเพื่อลดความล่าช้าการโอนและลดการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง
การปฏิรูปด้านการศึกษา ที่น่าสนใจอาทิ ให้กระทรวงศึกษาธิการปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นให้เด็กสามารถคิด วิเคราะห์ มีทักษะ และให้จัดทำแผนบริหารจัดการครู ให้กระทรวงการคลังบูรณาการกองทุนกู้ยืมฯกับกองทุนผู้ให้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคตให้มีเพียงระบบเดียว
การปฏิรูปด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ที่น่าสนใจ อาทิ จัดตั้งคณะกรรมการระดับเขตสุขภาพเพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการร่วมกันในเรื่องงบประมาณ บุคลากรและครุภัณฑ์ จัดทำแผนการบริหารจัดการสาธารณสุขทั้งระบบ กำหนดบทบาทและขอบเขตในการจัดระบบบริการสุขภาพระหว่างผู้ซื้อและผู้ให้บริการ จัดทำมาตรฐานข้อมูลที่สามารุเชื่อมโยงกันระหว่างระบบประกันสุขภาพทั้ง 3 กองทุน และจัดทำระบบฐานข้อมูลเพื่อเฝ้าระวังโรคระบาดร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน
การปฏิรูปด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แบ่งเป็น ทรัพยากรป่าไม้ ทรัพยากรที่ดิน ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพ ทรัพยากรน้ำและการบริหารจัดการน้ำ ปรับปรุงระบบการจัดการขยะและของเสียอันตราย ปรับปรุงระบบการจัดการสารเคมี และปรับปรุงเครื่องมือในการตัดสินใจทางด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ ปราบปรามและป้องกันการบุกรุกทำลายป่าอย่างเข้มงวด ฟื้นฟูพื้นที่ป่าและป่าต้นน้ำ เร่งรัดกลไกการจัดสรรที่ดินให้แก่ผู้ยากไร้ แก้ไขปัญหาจัดการที่ดินของรัฐและจัดทำฐานข้อมูลที่ดินอย่างเป็นระบบ รวมทั้งให้มีกลไกควบคุมการถือครองที่ดิน พิจารณาปรับเปลี่ยนหรือยกเลิกโครงการพัฒนาชายฝั่งที่ทำลายระบบนิเวศน์ ทำร่างระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการบริหารจัดการน้ำแห่งชาติ พ.ศ..... ร่างพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ.. เพื่อเป็นแผนแม่บทในการบริหารจัดการน้ำ แก้ไขอุทกภัย ภัยแล้ง และมีองค์กรที่เหมาะสมในการบริหารจัดการน้ำ ฯ
ขณะที่ข้อเสนอต่อสปช. ด้านสิ่งแวดล้อม เสนอให้ปฏิรูปโครงสร้างและระบบการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ(EIA และ HIA) โดยผู้จัดทำอีไอเอควรเป็นบุคคลที่ไม่มีส่วนได้เสียกับโครงการ โดยเจ้าของโครงการจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดทำอีไอเอ และควรมีการกำหนดอายุอีไอเอที่มีการอนุมัติแล้ว แต่ทั้งนี้การปฏิรูปควรพิจารณาบนพื้นฐานของการไม่ก่อให้เกิดอุปสรรคหรือข้อจำกัดต่อการพัฒนาประเทศโดยรวมด้วย และนอกจากนี้ควรมีการปฏิรูประบบภาษีสิ่งแวดล้อม โดยกระทรวงการคลังควรเร่งผลักดันพ.ร.บ.มาตรการคลังเพื่อสิ่งแวดล้อมและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องเเพื่อสร้างแรงจูงใจใในการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและลดการก่อมลพิษ
และยังเสนอให้มีการปฏิรูปกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ให้ทันสมัยสอดคล้องกับเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป เช่นพ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ในเรื่องสิทธิของประชาชน ผลักดันร่างกฎหมายใหม่ เช่น พ.ร.บ.การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ พ.ร.บ.องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พ.ร.บ.เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อม กฎหมายเฉพาะด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการจัดตั้งศาลพิเศษสำหรับพิจารณาคดีว่าด้วยความผิดที่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขึ้นมาเป็นการเฉพาะ และผลักดันการจัดตั้งองค์กรอิสระต่างๆ เพื่อตรวจสอบการถ่วงดุลการกำหนดนโยบายสาธารณะด้านสิ่งแวดล้อม เช่น องค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
ข้อเสนอการปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชน อาทิ ให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตร(สลน.) สร้างกลไก3ฝ่าย คือ สื่อมวลชน รัฐ และภาคประชาชน กำกับดูแลสื่อฯทุกประเภทให้ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้จรรยาบรรณ โดยพัฒนากฎหมาย กฎระเบียบให้กลไกดังกล่าวเป็นอิสระจากการเมืองภายใต้ขอบเขตกฎหมายและมีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลจัดระเบียบสื่อฯรวมทั้งกำหนดบทลงโทษสื่อที่ทำผิดจรรยาบรรณ ให้สำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักงานกสทช.พัฒนาหน่วยงานด้านสื่อมวลชนภาครัฐให้เป็นที่นิยมขอประชาชน และจัดโครงการส่งเสริมสื่อมวลชน สื่อชุมชนให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม ให้กระทรวงศึกษาธิการ พัฒนาหลกสูตรเกี่ยวกับสื่อสารมวลชนในสถานศึกษาระดับต่างๆ อาทิ หลักสูตรความรู้เท่าทันสื่อ ในหลักสูตรการเรียนการสอนทุกระดับ รวมถึงจัดสรรทุนการศึกษาด้านสื่อมวลชนแก่เยาวชนและสื่อมวลชน ให้สนช. ทบทวนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเสรีภาพและส่งเสริมมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนพ.ศ... ปรับปรุงร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ พ.ศ. 2553 และพ.ร.บ.การประกอบกิจการวิทยุและโทรทัศน์พ.ศ. 2551 และพัฒนากฎหมายหรือกฎระเบียบให้ผู้ประกอบการวิชาชีพสื่อมวลชนททุกประเภทต้องสังกัดองค์กรวิชาชีพเเพื่อกำกับดูแล ควบคุม ตรวจสอบด้วยกันเอง และพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวกับสื่อดิจิตัลให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีนำไปกำกับดูแลสื่อออนไลน์ รวมทั้งบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการบิดเบือนข่าวสารหรือสร้างความแตกแยก
การปฏิรูปด้านสังคม เร่งรัดผลักดันพ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติพ.ศ. 2554 โดยให้เชื่อมโยงระบบการบริหารจัดการกับกองทุนประกันสังคมโดยเฉพาะในส่วนของสิทธิประโยชน์ตามมาตรา 40 ของพ.ร.บ.ประกันสังคม เร่งรัดการดำเนินการจัดสรรที่ดินของรัฐ สร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการพื้นฐานของรัฐ สำรวจและจัดทำทะเบียนกลุ่มเป้าหมายยากจนและผู้ด้อยโอกาส เร่งผลักดันร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน(องค์การมหาชน) เร่งรัดการดำเนินการตรวจสอบและคุ้มครองแรงงานในสถานประกอบการ พัฒนารูปแบบการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
และด้านสุดท้ายคือการปฏิรูปด้านอื่นๆ ที่แยกย่อย เป็นด้านเกษตร ด้านความมั่นคง ด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรมไทย ซึ่งด้านการเกษตร แบ่งเป็นข้อเสนอการพัฒนาเกษตรกร พพัฒนาสถาบันเกษตรกร พัฒนาสินค้าเกษตร และการบริหารจัดการภาครัฐ ส่วนด้านความมั่นคง เสนอให้กระทรวงกลาโหม(กห.)สนับสนุนการพัฒนากองทัพให้มีเทคโนโลยียุทโธปกรณ์และเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพทันสมัย ปลอดภัยและเพียงพอกับกำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่ ให้สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ปรับปรุงแนวทางแก้ปัญหาภัยคุกคามด้านความมั่นคงทั้งระบบไปสู่การปฏิบัติ และให้กห.และสมช. ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในนโยบายด้านความมั่นคง และควรทบทวนการกำหนดบทลงโทษของกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการกระทำอันเป็นการล่วงละเมิดต่อสถาบันหลักและการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรมไทยนั้น ข้อเสนอที่น่าสนใจ อาทิ จัดระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองภูมิปัญญาไทยไม่ให้ถูกลอกเลียนและละเมิดสิทธิ จัดเก็บข้อมูลทางศิลปวัฒนธรรมเพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ รณรงค์ใช้สื่อเชิงสร้างสรรค์ ปลูกฝังค่านิยม12ประการ ททำโครงการหมู่บ้านรักษาศีล5 และกำหนดมาตรการดูแลสอดส่องพฤติกรรมของพระสงฆ์ที่กระทำผิดพระวินัย พัฒนากลไกปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา


