(รายงาน) "สมชัย"สวดแนวคิด มท.-ศธ.จัดเลือกตั้ง เปรียบจันทโครพ "สปช.ยื่นดาบให้โจร"
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์อธิบายเหตุผลเพื่อคัดค้านข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข จัดการเลือกตั้งแทน กกต.
นายสมชัย กล่าวว่า สิ่งสำคัญเราพูดถึงอำนาจหน้าที่ ซึ่ง กกต.มีอำนาจหน้าที่จัดการเลือกตั้งโดยตรง แต่กระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงศึกษาธิการไม่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง แต่ถ้าอยากเปลี่ยนก็เปลี่ยนได้ ส่วนจะเหมาะสมหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
การจัดการเลือกตั้งไม่ใช่แค่ทำให้สำเร็จ แต่ต้องทำให้ดี สามารถคัดกรองคนดีมีคุณภาพเข้าสู่ระบบการเมือง ซึ่ง กกต.มีประสบการณ์มา 16 ปี รู้ถึงเล่ห์กลที่ฝ่ายการเมืองจะใช้เพื่อให้ตัวเองได้รับเลือกตั้งเข้ามา ทำให้เชื่อว่าจะสามารถคัดกรองคนดีเข้าสภาได้ แต่ถ้าจะให้กระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงศึกษาธิการจัดการเลือกตั้ง คงทำแค่ให้การเลือกตั้งสำเร็จและรับรองความชอบธรรมให้ฝ่ายการเมืองหรือได้คนทุจริตเข้าสู่การเมืองได้
ทั้งนี้ หากจะใช้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงศึกษาธิการจัดการเลือกตั้ง ถามว่าทุกวันนี้ใครจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดต้องได้รับการสนับสนุนจากนักการเมืองในพื้นที่หรือไม่ ขณะที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กล้าปฏิเสธหรือไม่ว่าไม่ใช่หัวคะแนนของนักการเมือง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ก็เป็นเครือญาตินักการเมือง ส่วนบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ก็ใช้เส้นสายนักการเมืองในการเติบโต
ถ้าหากสิ่งเหล่านี้ยังคงมีอยู่ก็ไม่ควรให้การจัดเลือกตั้งไปอยู่ภายใต้หน่วยงานราชการ เพราะไม่สามารถไว้วางใจได้ว่าจะจัดเลือกตั้งได้เป็นกลาง
แนวคิดที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงมาจากคน 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มร้อนวิชา เป็นพวกอยากลองของใหม่ เห็นว่าสิ่งที่เป็นอยู่มีปัญหา ทั้งที่เรื่องการเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาทดลองกัน การแก้ปัญหาต้องมองถึงทางออก คิดถึงอนาคต ไม่ใช่ทำอะไรเป็นการถอยหลังเข้าคลอง
2.กลุ่มบ้าอำนาจ เป็นพวกนักการเมืองที่มองการณ์ไกลว่าหลังการเลือกตั้งครั้งนี้ถ้าสามารถเข้าไปกำกับดูแลกระทรวงมหาดไทยและศึกษาธิการได้ ก็จะสามารถควบคุมการเลือกตั้งได้
และ 3.กลุ่มที่มีอำนาจในปัจจุบัน ซึ่งไม่รู้จะใช้คำว่าอะไร แต่กลุ่มนี้คิดที่จะใช้อำนาจที่มีอยู่ในปัจจุบันควบคุมกลไกต่างๆ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ไม่ได้มองระยะยาว
จริงอยู่ว่าที่ผ่านมาก็ให้คนของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงศึกษาธิการเข้ามาช่วยจัดการเลือกตั้งอยู่แล้ว แต่จริงๆ คืออยู่ภายใต้การควบคุมของกกต.ที่ใช้กลไกที่มีอยู่ในการดูแล จะไม่เหมือนกับแนวคิดใหม่ที่กกต.จะกลายเป็นเพียงผู้กำกับดูแลเท่านั้น
"การคิดใหม่ในเรื่องนี้ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนนิทานจันทโครพ สปช.(สภาปฏิรูปแห่งชาติ) ท้ายสุดจะเหมือนนางโมราที่ยื่นดาบให้กับโจร สิ่งที่เราคิดว่าจะให้เกิด คือ จัดการกับโจร คนทุจริต เราก็สร้างกลไกขึ้นมา แต่กลายเป็นว่าฝ่ายโจรกลับได้ดาบนั้นไป แล้วเอาดาบนั้นมาทิ่มแทงเรา ก็เท่ากับว่าเรายื่นดาบให้กับโจร"
"ดังนั้นการจะร่างอะไร ประสบการณ์ในอดีตต้องเป็นตัวชี้ ไม่ใช่แค่มองปัญหาในปัจจุบัน จึงอยากให้คนคิดมีสติ เพราะการสร้างกลไกขึ้นมาไม่ได้ใช้ครั้งเดียว แต่จะอยู่ไปเรื่อยๆ"
นายสมชัย กล่าวด้วยว่า ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้คิดเพื่อกกต.หรือหวงอำนาจ แต่คิดตามหลักสากล หน่วยงานที่จัดการเลือกตั้งจะเป็นหน่วยงานใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นกกต. แต่ขอให้มีความเป็นอิสระ ไม่อยู่ภายใต้กำกับนักการเมืองหรือหน่วยราชการ เพราะประวัติศาสตร์ชี้แล้วว่าราชการประจำไม่อยู่ในฐานะที่จะไว้วางใจได้ว่าเป็นกลางทางการเมือง
ส่วนการให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเลือกตั้งนั้น ต้องไม่เป็นลักษณะเข้ามาร่วมตรวจสอบการเลือกตั้งอย่างในปัจจุบัน เพราะทุกวันนี้องค์กรเอกชนไม่ได้มีความเป็นกลางอย่างแท้จริง ทำให้การตรวจสอบเหมือนเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และกลายเป็นเพียงพิธีกรรมเท่านั้น
ขณะที่การจะให้เข้ามามีส่วนเป็นกกต.จังหวัด ก็ต้องเปลี่ยนวิธีคิดในการสรรหาที่มองว่าต้องได้หัวหน้าส่วนราชการมาเป็นกกต. เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งได้รับการช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้กำกับการโรงพัก ซึ่งตรงนี้ทำให้ไม่ไว้ใจกกต.จังหวัดร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าจะสร้างกลไกที่ไว้ใจได้ต้องมีภาคประชาสังคมเข้ามาเป็นกกต.จังหวัดในสัดส่วนที่เป็นเสียงข้างมาก





