วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฝากขังเพิ่ม'2นายตร.กองปราบ'รับส่วยบ่อนออนไลน์

ฝากขังเพิ่ม “พ.ต.อ.วรพจน์-พ.ต.ท.ณภัค” 2นายตำรวจกองปราบ รับส่วยบ่อนออนไลน์ ตร.ค้านประกัน โทษสูงกลัวหนี

เมื่อเวลา 10.30 น. ร.ต.ท.กิตติธัช ศักดิ์สนิท พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ได้ควบคุมตัว พ.ต.อ.วรพจน์ พืชผล อายุ 44 ปี อดีตผู้กำกับการ.1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ( ผกก.1บก.ปอศ. ) และ พ.ต.ท.ณภัค หรือพิพัฒน์ เฉวงราษฏร์ อายุ 36 ปี อดีตสารวัตรกลุ่มงานสนับสนุนเทคโนโลยี กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา คดีร่วมกับพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และพวกเรียกรับส่วยบ่อนพนันออนไลน์ มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 7-18 ม.ค.นี้ เนื่องจากต้องสอบปากคำพยานอีก 20 ปาก และรอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร และผลตรวจสอบการดำเนินการทางบัญชีออมทรัพย์ของผู้ต้องหา ซึ่งท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน ได้ขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง และคดีอยู่ในความสนใจของประชาชน หากได้รับการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาอาจจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

โดยคำร้อง ระบุพฤติการณ์สรุปว่า พ.ต.อ.วรพจน์ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งได้นำตัวผู้ต้องหาส่ง พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ดำเนินคดี เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ พ.ต.ท.ณภัค ผู้ต้องหาอีกคนก็ได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาทั้งสองแล้ว กระทำผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียก รับทรัพย์สิน หรือประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และ 157 ขณะที่ชั้นสอบสวนผู้ต้องทั้งสองให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

สำหรับพฤติการณ์ผู้ต้องหาทั้งสอง สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานสืบสวนจับกุมขบวนการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลต่างประเทศ และการพนันออนไลน์ โดยมีพล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ เป็นผู้ควบคุมกำกับดูแล และพ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการสืบสวนหาข่าวตรวจสอบบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้จัดให้มีการเล่นการพนันและผู้เล่น ขณะที่พ.ต.อ.วรพจน์ ผู้ต้องหา เป็นผู้ดูแลเรื่องกฎหมายทั้งกระบวนการอายัดและถอนอายัดบัญชี และมีพ.ต.อ.วัชรพล ทองล้วน พ.ต.อ.อธิป แท่นนิล พ.ต.ต.จักรพันธ์ ลีลานันทวงศ์ เป็นพนักงานสอบสวน ขณะที่ฝ่ายสืบสวนมีพ.ต.ท.วัฒนา ผลงานดี, พ.ต.ท.ณภัค หรือพิพัฒน์ ผู้ต้องหา, พ.ต.ต.อภิสิทธิ์ เมฆประยูร, พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี, ร.ต.อ.ศักรินทร์ เกสรเทียน และ ร.ต.อ.นิธิพัฒน์ กังรวมบุตร ซึ่งในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ต้องหาทั้งสองพบว่ามีการปฏิบัติที่ไม่ปกติส่อไปในทางเรียกรับผลประโยชน์ ด้วยการถอนอายัดบัญชีโดยไม่ผ่านกระบวนการสอบสวน

โดยพ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี จะเรียกเจ้าของบัญชีมาพบแล้วเรียกรับผลประโยชน์แลกกับการถอนอายัดบัญชี เมื่อมีการตกลงกันเรียบร้อย พ.ต.ท.ทรงรักษ์จะรายงานให้พล.ต.ต.โกวิทย์ ทราบ จากนั้นพล.ต.ต.โกวิทย์จะให้นายวิฑูรย์ ตระการพฤกษ์ เลขาส่วนตัว นำคำสั่งถอนอายัดบัญชีที่มีการเรียกรับผลประโยชน์แจ้งไปยังพ.ต.อ.วรพจน์ ซึ่งทำหน้าที่ประสานงานระหว่างฝ่ายสืบสวนสอบสวนในการอายัดบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้กระทำผิดและถอดอายัดเมื่อได้รับประโยชน์ตามที่ได้เรียกร้องจากผู้กระทำผิด เพื่อร่างหนังสือแจ้งรายชื่อบัญชีที่สั่งถอนอายัดไปยัง ร.ต.อ.นิธิพัฒน์ หรือพนักงานสอบสวนคนอื่นเพื่อนำคำสั่งแจ้งถอนอายัดบัญชีไปที่ธนาคาร พ.ต.ท.ทรงรักษ์ น่าจะปรึกษากับพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพล.ต.ต.โกวิทย์ พฤติการณ์และการกระทำของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์กับพวก น่าเชื่อว่าได้รับเงินไปมากกว่า 150 ล้านบาท หลังได้รับข้อมูลจากการสืบสวน พนักงานสอบสวนตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ให้ดำเนินคดีกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กับพวก ซึ่งศาลอาญาได้ออกหมายจับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์กับพวกรวม 14 คน ต่อมาผู้ต้องหาทั้งสองได้เข้ามอบตัวเอง ซึ่งพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหากระทำผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียก รับทรัพย์สิน หรือประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และ 157 ขณะที่ชั้นสอบสวนผู้ต้องทั้งสองให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ทั้งนี้ ศาลพิจารณาคำร้อง และสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขัง