"พล.ต.ท.ศรีวราห์" ผบช.น. สั่งตั้งกก.สอบ "2รองผู้การฯ" นครบาล เกี่ยวข้องสถานบริการเบสแลนด์ -สบายดี๙๙
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ได้มีหนังสือเลขที่ 730/2557 ลงวันที่31 ธ.ค. เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ด้วย พ.ต.ท.ไพโรจน์ ไตรธรรม รอง ผกก.ปป.สน.เพชรเกษม และผู้ใช้ชื่อว่า "ตำรวจ สน.เพชรเกษม" ได้ร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาว่า พ.ต.อ.อนุชา อ่วมเจริญ รอง ผบก.น.5 และ พ.ต.อ.บุญส่ง นามกรณ์ รอง ผบก.น.9 เกี่ยวข้องกับสถานบริการ ร้านสบายดี๙๙ และร้านเบสท์แลนด์ (สถานบริการนวดสุขภาพ) ซึ่งเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต
เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่กล้าเข้าทำการจับกุม บช.น. จึงสั่งการให้ กก.สส.1 บก.สส.บช.น. เข้าทำการสืบสวนจับกุม ผลการสืบสวนสามารถจับกุมตัวนางโสภา มียันต์ อายุ 45 ปี ในความผิดฐานเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2557 เวลาประมาณ 21.30 น. ที่ร้านเบสแลนด์เลขที่ 919/7-10 ถนนเพชรเกษม แขวงและเขตบางแค และกองบังคับการสืบสวนได้รายงานว่า ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเข้าทำการจับกุมปรากฎว่ามีข้าราชการตำรวจที่ถูกร้องเรียนดังกล่าวข้างต้น มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องภายหลังการจับกุม ดังนี้
พ.ต.อ.อนุชา และ พ.ต.อ.บุญส่ง ได้โทรศัพท์หมายเลขของนางโสภา (ผู้ต้องหา) ซึ่งเป็นผู้ดูแลร้านเบสแลนด์ ขอพูดคุยกับ พ.ต.ต.ธิติพงษ์ สียา สว.กก.1 ชุดจับกุมและสอบถามรายละเอียดการจับกุมและฝากให้ช่วยดูแลและอำนวยความสะดวกเจ้าของร้าน ด้าน พ.ต.ท.ชนะเทพ สวนแก้ว สว.กก.2 (กาญจนบุรี) กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ได้สั่งให้ดาบตำรวจอำพร ศรชัย ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาเข้ามาติดต่อ พ.ต.ต.ชุมพล แสนวิชัย สว.กก.1 บก.สส. ร้องขอให้ช่วยเรื่องคดีและขอเปลี่ยนตัวผู้ต้องหา แต่ชุดจับกุมไม่ยินยอมให้เปลี่ยนตัว ยืนยันจับกุมตามข้อเท็จจริง
เเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สอบถามนางโสภา ทราบว่า พ.ต.อ.บุญส่ง เป็นเพื่อนสนิทของเสี่ยสอง ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง เจ้าของร้านเบสแลนด์ที่เกิดเหตุและเปิดให้เป็นสมาชิกห้องซาวด์น่าและนวดดแผนโบราณ จึงได้มาร้านที่เกิดเหตุเป็นประจำ และ พ.ต.อ.อนุชา เคยเป็น ผกก.สน.เพชรเกษม มาก่อน จึงมีความสัมพันธ์อันดีกับเสี่ยสอง ส่วน พ.ต.ท.ชนะเทพ มีความสนิทสนมกับ พ.ต.อ.อนุชา จึงได้เข้ามาช่วยดูแลร้านที่เกิดเหตุ รวมทั้งเป็นผู้ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ แทนเสี่ยสองเจ้าของร้าน
จากกรณีดังกล่าวอาศัยอำนาจตามความในพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติพ.ศ.2547มาตรา 84จึงแต่งตั้งคณะกรรมการ สืบสวน โดยให้พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รองผบช.น.เป็นประธานกรรมการทั้งนี้ให้คณะกรรมการสืบสวนดำเนิน การสืบสวนพิจารณาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จ จากนั้น เสนอสำนวนการสืบสวนมาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปถ้าคณะกรรมการฯเห็นว่ากรณีมีมูลว่าผู้ถูกกล่าวหากระ ทำผิดวินัยในเรื่องอื่นนอกจากที่ระบุในคำสั่งนี้หรือกรณีที่การสืบสวนพาดพิงไปถึงข้าราชการตำรวจผู้อื่น และคณะกร รมการฯพิจารณาเบื้องต้นแล้วเห็นว่าข้าราชการตำรวจผู้นั้นมีส่วนร่วมกระทำการเรื่องที่สืบสวนอยู่ด้วยนั้นให้ประธาน กรรมการรายงานมาโดยเร็ว
ด้าน พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนสืบสวนหาข้อเท็จจริง โดยกำหนดกรอบการพิจารณาภายใน 60 วัน ตามกฎ ก.ตร. ทั้งนี้ตนยืนยันว่าการสืบสวนหาข้อเท็จจริงนั้นมีผลต่อการแต่งตั้งโยกย้ายเพียงส่วนหนึ่ง ซึ่งการแต่งตั้งโยกย้ายจะต้องดำเนินการตามมาตรา 54
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วของตำรวจที่อยู่กองบังคับการท่องเที่ยว จะต้องดำเนินการอย่างไร พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า ต้องรายงานผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด เพราะอยู่นอกเหนืออำนาจ บช.น.





