ปชป.ไม่เห็นด้วยกมธ.ยกร่างรธน.นายกฯไม่ต้องมาจากส.ส.และส.ส.ไม่สังกัดพรรคการเมือง
นายราเมศ รัตนเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญระบุว่าจะให้มี ส.ส.เขต 250 คนและส.ส.ระบบรายชื่อ 200 คน รวมทั้งนายกฯไม่จำเป็นต้องเป็นส.ส. และส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมืองนั้น ตนไม่เห็นด้วยที่นายกฯไม่ต้องเป็นส.ส.เพราะคิดว่า การยึดโยงกับประชาชนเป็นสาระสำคัญของความเป็นประชาธิปไตย ส่วนการปฏิบัติต่าง ๆ เป็นที่ตัวบุคคล ตนเห็นว่านายกฯต้องมาจากการเป็นส.ส. เพราะอำนาจนิติบัญญัติและบริหาร ต้องยึดโยงผูกพันกันส.ส.ก็ต้องยึดโยงประชาชนมากกว่า ถ้าต้องการให้ระบบพรรคการเมืองเข้มแข็ง ก็ต้องไม่ส่งเสริมให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ความเชื่อมั่นของสถาบันการเมืองหากได้คะแนนเสียงมากก็ถือเป็นหลักการอยู่แล้ว หากจะบอกว่า ป้องกันการเสนอนายกฯม. 7 ก็ตอบโจทย์ไม่ได้
สำหรับส.ส.เขต 250 ปาตี้ลิสต์ 200 คนก็ไม่ทราบว่าใช้ฐานความคิดมาจากกความเป็นจริงให้มากที่สุดหรือไม่เพราะจำนวนประชาชนและส.ส.ต้องสมดุลกันคนเป็นส.ส.ต้องดูแลประชาชน จำนวนประชาชน เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องนำมาตัดสินใจเพื่อเป็นตัวสะท้อนสมดุลกัน ส.ส.ต้องดูแลประชาชนได้ ส่วนกระบวนการในการจัดการเลือกตั้งจะเป็นเขตใหญ่หรือเป็นแบบไหน ตนเห็นว่า หลายฝ่ายก็ยังสับสนกันอยู่ว่าจะเอาอย่างไรและเรื่องนี้กมธ.กับสปช.จะอุดช่องโหว่อย่างไร ตนเชื่อว่าระบอบทักษิณและพรรคเพื่อไทยจะใช้ช่องโหว่จากเงื่อนไขกติกาตรงนี้
ส่วนที่ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมืองตนก็ไม่เห็นด้วยตามระบอบประชาธิปไตยพรรคการมืองถือว่าสำคัญมาก ฉะนั้นต้องส่งเสริมให้เกิดความเข้มแข็ง มีกระบวนการจัดการที่ดีมีศักยภาพหากส.ส.อิสระแยกจากพรรคการเมืองคิดว่าทำอะไรน้ำหนักไม่เพียงพอ ห่วงนักธุกิจเข้ามาครอบงำซึ่งเกิดมาแล้วในระบบทักษิณที่เข้ามาได้ง่ายมากจำเป็นต้องเป็นบทเรียนในเรื่องนี้ ให้รอบคอบหากส.ส.ทำตามมติพรรคไปในทางทิศทางเดียวกับกับอุดมการพรรคการเมืองก็เป็นเรื่องที่ดี ตนคิดว่า การสังกัดพรรคการเมืองไม่ได้เลวร้ายหากไม่สังกัดพรรคการเมือง สปช.และกมธ.ยกร่างก็จะรู้ว่าความเลวร้าย จะตามมาในวันข้างหน้าอย่างแน่นอน ส่วนจะให้สว.มาจากการแต่งตั้งตนคิดว่า ควรให้มีแต่ละจังหวัดมีการเลือกตั้งด้วยส่วนตัวมองว่าจะได้รับรู้และมีส่วนร่วมกับประชาชนมากขึ้น หากแต่งตั้งทั้งหมดก็ไม่ยึดโยงกับประชาชน





