วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิษณุ'แจงผลงานด้านกม.ออกตามนโยบาย6ฉบับ

"วิษณุ"แจงผลงานด้านกฎหมายของรัฐบาล ระบุต้องออกกฎหมายตามนโยบาย 6 ฉบับ เผยมีอีก143ฉบับที่กระทรวงกำลังร่าง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงผลงานรัฐบาลด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ว่า งานด้านกฎหมายส่วนใหญ่เป็นงานที่เกื้อกูลงานฝ่ายอื่นมากกว่า อาทิ สนับสนุนงานด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ เพราะในการบริหารราชการแผ่นดินนั้นเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย หากกฎหมายล้าสมัยก็ต้องยกเลิกแก้ไขเพิ่มเติม ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจึงเจาะจงให้มีฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเกิดขึ้นมา จำเป็นต้องมีกฎหมายเป็นเครื่องมือตามนโยบายรัฐบาล 11 ด้าน โดยต้องออกกฎหมายมารองรับทั้งหมด 63 ฉบับ และรัฐบาลสามารถเสนอกฎหมายเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ประกาศใช้แล้ว จำนวน 13 ฉบับ อยู่ในสนช.อีก 12 ฉบับ ส่วนที่ยังค้างอยู่ในแต่ละกระทรวงอีก 38 ฉบับ อย่างไรก็ตาม กฎหมายที่รัฐบาลเสนอไปนั้นมีทั้งตามนโยบายและนอกนโยบายรัฐบาล แต่เป็นกฎหมายที่ต้องพิจารณาให้แต่ละกระทรวงซึ่งรวมแล้วมีจำนวน 71 ฉบับ ผ่านออกมาเป็นกฎหมายแล้ว 49 ฉบับ อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภา 22 ฉบับ อยู่ที่กฤษฎีกา 62 ฉบับ อยู่ระหว่างกระทรวงยกร่าง 143 ฉบับ

นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้มีข้อมูลที่น่าสนใจว่า เมื่อครั้งที่มีการยึดอำนาจโดยรสช.(23 ปีก่อน) สมัยรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน (พ.ศ. 2534 ) มีเวลา 1 ปี สามารถออกกฎหมายได้ 240 ฉบับ ส่วนการยึดอำนาจเมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา ครั้งที่พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน หัวหน้าคมช. ตั้งพล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ เป็นนายกฯ ได้ออกกฎหมาย 200 ฉบับ แต่ปีนี้นายกรัฐมนตรีมีนโยบายแล้วว่า ไม่เน้นที่ปริมาณ เพราะรัฐบาลก่อน ๆ นั้นอาจจะออกกฎหมายมามากพอแล้ว จึงไม่เน้นปริมาณ แต่ขอให้ดูแลคุณภาพ

ตนได้ถามนายกฯว่ากฎหมายอย่างไรเป็นกฎหมายที่มีคุณภาพ นายกฯได้ให้คำตอบว่า กฎหมายใดที่เป็นกฎหมายยุ่งยากออกในเวลาปกติ ไม่ได้ หรือออกได้ยาก ถือเป็นกฎหมายจำเป็นสำคัญที่ควรได้ออกในเวลานี้ กฎหมายใดที่ลดความเลื่อมล้ำในสังคม กฎหมายใดที่แก้ปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคม กฎหมายใดที่จัดอยู่ในประเภทลดภาระให้สังคม โดยถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง กฎหมายใดที่ถือเป็นพันธะกรณีระหว่างประเทศที่ลงนามในสัญญา ผูกพันธ์ไว้แล้วต้องออกกฎหมายตาม กฎหมายที่แก้ปัญหาคนด้อยโอกาส คนยากจน

นายวิษณุ กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานก.พ.ได้ออกกฎหมายเพื่อปรับเงินเดือนให้กับข้าราชการชั้นผู้น้อย ที่รัฐบาลได้พิจารณากฎหมาย 6 ฉบับ ที่จะเกี่ยวข้องปรับเงินเดือนแก่ข้าราชการครู ข้าราชการพลเรือน อาจารย์มหาวิทยาลัย ข้าราชการตำรวจ ข้าราชการทหาร ข้าราชการรัฐสภา โดยกฎหมายจะเข้ารัฐสภาในเดือน ม.ค. 2558 นี้ให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ 1 ธ.ค. 2557 ก็สามารถตกเบิกในส่วนนั้นได้ นอกจากนี้ก.พ.ได้พิจารณาโดยความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรีแล้วว่าต้องออกหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการให้เป็นธรรม ปราศจากการแทรกแซงจากนักการเมือง ปลอดการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง ซึ่งขณะนี้กำลังดูหลักเกณฑ์เพื่อวางและประกาศใช้ต่อไป ส่วนก.พ.ร.นั้นน่ายินดีว่าได้ผลักดันจนออกกฎหมายมาหนึ่งฉบับ คือพ.ร.บ.อำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการขออนุญาตอนุมัติจากทางราชการ ซึ่งถือเป็นกฎหมายที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย

รองนายกฯ กล่าวว่า กรณีที่มีคำถามเข้ามามากว่าจะมีการแยกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตั้งกระทรวงน้ำ ซึ่งเรื่องนี้นายกฯได้มอบนโยบายในที่ประชุมครม.และที่ประชุมร่วมครม.-คสช. ถึงเรื่องดังกล่าวว่าการปฏิรูประบบราชการนั้นทำได้ 3 ระดับ คือ ปรับโครงสร้าง ปรับการให้บริการ การปรับลดอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ และนโยบายรัฐบาลนี้คือไม่มีการปรับโครงสร้าง ดังนั้นการคิดตั้งกระทรวง แยกกระทรวง ยุบกระทรวง เป็นเรื่องของโครงสร้าง ขอให้ทำในช่วงท้าย ๆ หรือไม่ก็ปัดรอไปช่วงรัฐบาลหน้า ส่วนกฎหมายที่เกี่ยวกับการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นได้จัดทำร่างพ.ร.บ.จัดระเบียบบริหารราชการนครแม่สอด เพื่อนำร่อง โดยจะเข้าครม.ในสัปดาห์หน้าและเข้าสภาเดือนม.ค. 58 และจะเป็นตัวอย่างการจัดระเบียบการปกครอง และแม่สอดจะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นแบบอย่างให้พื้นที่อื่นมีโอกาสต่อไป ดังนั้น 3 เดือน 13 วันของรัฐบาลนี้ได้ทำสิ่งที่ติดค้างเกือบปีได้คลี่คลายไปคือการเพิ่มอำนาจและรายได้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างไรก็ตามในอีก 3 เดือนข้างหน้านี้มีกฎหมายที่สำคัญที่ต้องเข้าสภาคือ กฎหมายการปรับเงินเดือนข้าราชการ 6 ฉบับ กฎหมายการชุมนุมสาธารณะ กฎหมายการตั้งกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ

“หลังจากที่สปช.ยุ่งอยู่กับเรื่องการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค.นี้รัฐธรรมนูญกำหนดว่าสปช.จะต้องลงมือทำงานเรื่องการปฏิรูปเสียที ทั้ง 11 ด้าน เช่น คาดว่าช่วง 2-3 เดือนจากนี้ไปจะมีผลงานของสปช.ออกมา คาดว่าเรื่องที่จะออกมาก่อนคือเรื่องปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คาดว่าจะมีการเสนอเรื่องการปฏิรูปการศึกษาออกมา คาดว่าจะมีข้อเสนอการปฏิรูประบบราชการออกมา รัฐบาลก็เตรียมตั้งรับข้อเสนอเหล่านั้น หากตรงกับนโยบายรัฐบาลก็ดำเนินการ แต่หากต้องศึกษาต่อก็จำเป็นต้องทำ” นายวิษณุกล่าว

“และเรื่องการสร้างความปรองดองนั้นเป็นภารกิจของรัฐบาล คือความปรองดองใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดระบบยุติธรรมชุมชน ส่งคนลงไปแนะนำข้อกฎหมายในปัญหา สร้างความสมานฉันท์ ซึ่งได้ผลเป็นอย่างดี ได้รับความร่วมมือที่ดีมาก ส่วนการสร้างความปรองดองระดับชาตินั้นรัฐบาลจะทำโดยการแก้ปัญหาที่เป็นรากฐาน ไม่ใช่แก้ปัญหาที่ปลาย การพูดถึงเรื่องการนิรโทษกรรมนั้นอาจเป็นการพูดถึงปลายเหตุไม่ใช่ว่าจะทำหรือจะไม่ทำ แต่เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาโดยรอบคอบ แต่สำหรับการแก้ปัญหาเรื่องความไม่ปรองดองนั้นรัฐบาลจะลงไปทำคือการแก้ปัญหาเรื่องความยากจน การแก้ปัญหาเรื่องสองมาตรฐาน การแก้ปัญหาเรื่องข้าราชการรังแก เอาเปรียบประชาชน การแก้ปัญหาเรื่องการไม่รักษากฎหมาย จนทำให้หลายคนใช้อำนาจข่มเหงรังแก เพราะหากแก้ปัญหาเหล่านี้ได้น่าเชื่อว่าจะเกิดความปรองดอง สมานฉันท์ขึ้นในประเทศได้” นายวิษณุกล่าว