วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ยงยุทธ'แถลงงานด้านสังคม เน้นลดเหลื่อมล้ำ

"ยงยุทธ"แถลงงานด้านสังคม เน้นลดเหลื่อมล้ำนำสู่การแก้ปัญหาสังคมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านสังคม ในฐานะกำกับดูแล กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แถลงผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลรอบ 3เดือน โดย ยึดแนวทางที่อาจสรุปได้ว่าเป็นการ “ลดเหลื่อมล้ำ ค้ำจุนกัน และสร้างสรรค์รากหญ้า” ซึ่งนำไปสู่การแก้ปัญหาสังคมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน สร้างความอยู่ดีมีสุข และความเข้มแข็งของสังคมไทย และวางรากฐานให้ยั่งยืนในอนาคตสืบต่อไป ทั้งนี้ในงานด้านด้านการพัฒนาสังคม รัฐบาลได้ ประกาศให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ เป็นวาระแห่งชาติ และให้มีการบูรณาการข้อมูล บริการ และความช่วยเหลือจากทุกส่วนราชการและหน่วยงาน รวมทั้งความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน การให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบปัญหาโดยเฉพาะกระบวนการคัดแยกเหยื่อจากการค้ามนุษย์ รวมถึงดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้วยมาตรการต่าง ๆ อย่างเต็มที่และต่อเนื่อง เพื่อให้ประเทศไทยขึ้นกลับสู่กลุ่มบัญชีที่ 2 (Tier2) ซึ่งหมายถึงประเทศที่มีปัญหาการค้ามนุษย์แต่มีการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยมีการจัดทำช่องทางอินเตอร์เน็ตและอื่นๆให้คำปรึกษา ความช่วยเหลือ และให้ความรู้กับหญิงไทย ที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศและกำลังจะเดินทางไปอาศัยอยู่ต่างประเทศ ให้เป็นอีกมาตรการหนึ่งในการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ ที่เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ และมีการส่งเสริมสิทธิสตรี โดยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับภาคพื้นเอเชียและเอเชียแปซิฟิคภายใต้หัวข้อ “ความเสมอภาคทางเพศและการเสริมพลังสตรีแห่งเอเชียและแปซิฟิก”และเตรียมการประชุมใหญ่สหประชาชาติชาติด้านสถานภาพสตรีในปีหน้าซึ่งประเทศไทยจะทำหน้าที่ประธาน

นายยงยุทธ กล่าวอีกว่า ส่วนการดูแลคนพิการรัฐบาล ได้นำเทคโนโลยีไอซีทีเป็นเครื่องมือช่วยในการพัฒนาคนพิการ เช่น สร้างหนังสือเสียง พัฒนาสื่อการเรียนรู้ทางโทรศัพท์สมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเพื่อการดำรงชีวิตได้อย่างอิสระ ได้ดำเนินการสร้างชุมชนอารยสถาปัตย์นำร่องในพื้นที่เกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี หรือเกาะเกร็ดโมเดล โดยปรับสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้คนพิการ จัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการและทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ และจัดทำโครงการการสร้างรายได้ฝึกอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการในชนบท อีกทั้งยังเตรียมจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีเพื่อคนพิการและผู้สูงอายุ (องค์การมหาชน) เพื่อเป็นองค์กรวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ในสังคมอย่างอยู่เย็นเป็นสุข และได้เพิ่มเบี้ยความพิการจากเดิม 500บาทต่อเดือน เป็น 800บาทต่อเดือน

ส่วนการจัดทำกฎหมาย รองนายกฯด้านสังคมกล่าวว่า การจัดทำร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่เกิดขึ้นจากการอุ้มบุญ ทำร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหรือขอทาน เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาบุคคลที่ไร้ที่อยู่อาศัย และไม่มีรายได้รวมทั้งเพิ่มมาตรการลงโทษผู้ที่แสวงหาผลประโยชน์จากการขอทาน และจัดทำร่างพระราชบัญญัติหอพัก เพื่อการจัดระเบียบการอยู่หอพักและป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร และยังมีการพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการของสายด่วน 1300 ศูนย์ช่วยเหลือสังคม โดยมีประชาชนโทรเข้าสายด่วน ประมาณ 9,800สายต่อเดือน

นายยงยุทธ กล่าวอีกว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุเพื่อให้บริการแบบครบวงจรที่คัดเลือกพื้นที่ที่มีความพร้อม ประมาณ 900แห่งทั่วประเทศ และมีการดำเนินโครงการบ้านแห่งความสุข โดยปรับปรุง ซ่อมแซมบ้าน ให้กับผู้สูงอายุที่มีฐานะยากจน ส่วนด้านการพัฒนาความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาส ได้มอบเอกสารสิทธิที่ดินทำกิน 15,000ไร่ ให้กับสมาชิก 3,000ครอบครัว มอบเอกสารสิทธิที่ดินทำกินให้กับผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ 50ราย ทั่วประเทศ จัดโครงการบ้านมั่นคงชนบทเพื่อผู้ยากจนและด้อยโอกาสในชนบท โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุดที่1 โดยจัดสร้างที่อยู่อาศัยประเภทขายในราคาต่ำกว่าท้องตลาด และ โครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย ในราคา 2,500บาทต่อเดือน ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และราคา 1,500บาทต่อเดือน ในเขตภูมิภาค

ส่วนการส่งเสริมความเข้มแข็งสถาบันครอบครัว นายยงยุทธ กล่าวว่า ภายใต้โครงการวัคซีนครอบครัวนำร่องจำนวน 1,000แห่งทั่วประเทศ และด้านการพัฒนาการศึกษาอาทิ ขยายผลโครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม สนับสนุนให้เยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าศึกษาระดับปริญญาตรีกว่า 1,000ทุนต่อปี ร่วมกับมูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ และหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ดำเนินโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ต่อเนื่อง จัดตั้งส่วนงานเพื่อประสานงานและบูรณาการการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ทุนการศึกษาและดำเนินการอื่นเพื่อเยียวยาแก่ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และพัฒนาคุณภาพทหารกองประจำการในค่ายทหารกว่าห้าหมื่นนายให้ได้รับการศึกษา ขั้นพื้นฐานและมีอาชีพหลังปลดประจำการ

สำหรับงานด้านการศึกษารองนายกฯด้านสังคม กล่าวอีกว่า ได้จัดทำชุดตัวอย่างหน่วยการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียงในทุกระดับ ส่งเสริมค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ โดยจัดเวทีเสวนาเรียนรู้กับผู้นำความดี 1,900 เวที จัดค่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่ใฝ่ค่านิยม สร้างหลักสูตรและคู่มือการจัดค่ายเยาวชนเพื่อพัฒนาครูให้นำไปบูรณาการการสอนในทุกกลุ่มสาระ รวมทั้งนำนิทานพัฒนาจิตในรูปแบบแอนิเมชั่นมาใช้ประกอบการเรียนการสอนเพื่อปลูกฝังเด็กและเยาวชนและส่งเสริมการสร้างค่านิยม 12 ประการ และปลูกฝังค่านิยม “บัณฑิตไทยไม่โกง” โดยสอดแทรกหลักคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล รวมทั้งการมีจิตอาสาให้แก่นักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา

นอกจากนี้ รองนายกฯ ด้านสังคมยังกล่าวถึงผลงานด้านการพัฒนาสุขภาพชีวิตของประชาชน อาทิ จัดให้มีทีมหมอครอบครัว ในพื้นที่เพื่อดูแลช่วยเหลือและให้คำปรึกษาด้านสุขภาพแก่ทุกครัวเรือนในเขตชนบท นำร่องในอำเภอที่มีความพร้อม จำนวน 250อำเภอ คืนการมองเห็นในผู้ป่วยตาบอดจากต้อกระจก นำร่องในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้สูงอายุที่ได้รับบริการใส่ฟันเทียม ดำเนินการเพื่อลดปัญหาภาวะอ้วนในเด็กวัยเรียน โดยพัฒนานักจัดการน้ำหนักเด็กวัยเรียน เพื่อจัดการลดน้ำหนักเด็กวัยเรียน จัดทำร่าง พรบ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง พ.ศ...เพื่อมิให้มุ่งเน้นผลประโยชน์ทางการค้ามากกว่าสุขภาพของเด็ก

ส่วนการส่งเสริมสนับสนุนการออกกำลังกายเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ รองนายกฯ กล่าวว่า มีนโยบายส่งเสริมการวิ่งเพื่อสุขภาพ นโยบายส่งเสริมให้มีเส้นทางจักรยานที่ปลอดภัยให้ผู้ขับขี่มากขึ้นทั่วทุกภูมิภาค โดยการจัดสวนสาธารณะให้มีเส้นทางสำหรับวิ่งและขี่จักรยาน เส้นทางจักรยานท่องเที่ยวสีเขียวนำร่องที่จังหวัดเชียงรายเป็นต้น ดำเนินการเสริมความเข้มแข็งของระบบเฝ้าระวังโรคระบาด โดยเฉพาะโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำ ส่วนด้านการป้องกันและลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน จัดส่งทีมแพทย์ฉุกเฉินและทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็ว และดำเนินการให้ประชาชนไทยเข้าถึงสิทธิพื้นฐานในหลักประกันสุขภาพ ซึ่งปัจจุบันมีถึงร้อยละ 99.80ของประชากรผู้มีสิทธิ

ด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายยงยุทธ กล่าวว่า อาทิ ได้นำผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์เพื่อยกระดับขีดความสามารถวิสาหกิจชุมชน สินค้า OTOP และผู้ประกอบการ SMEs ดำเนินการนำร่องร่วมกับโรงเรียน 10แห่ง เพื่อพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้วิทยาศาสตร์แบบบูรณาการในระดับมัธยมศึกษา และการดำเนินการแก้ปัญหาสินค้าเกษตรด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาทิ พัฒนาเทคโนโลยีกักเก็บกลิ่นหอมสำหรับผลิตภัณฑ์จากยางพาราให้ยาวนานขึ้น นำเทคโนโลยีนิวเคลียร์มายืดอายุการสุกของผลไม้ไม่ให้เน่าเสียไว