วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปชป.อัดกมธ.ยกร่างโมเดลเยอรมันไม่แก้ปัญหา

ปชป.อัดกมธ.ยกร่างชงโมเดลเยอรมันไม่แก้ปัญหา ชี้ออกแบบได้แค่เปลือก ขณะที่"สมบัติ"ลั่นตีตกข้อเสนอเลือกนายกฯโดยตรง

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอของข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ใช้ระบบเลือกตั้งแบบเยอรมัน ให้มี ส.ส.ระบบเขต 250 คน และระบบบัญชีรายชื่อ 200 คน ว่า มติของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ให้มีส.ส. 250 คน และส.ส.บัญชีรายชื่อ 250 คนนั้น ทำให้พรรคการเมืองมีปัญหาอยู่เหมือนกัน เพราะในพื้นที่ไหนที่พรรคใดมีส.ส.เต็มพื้นที่อยู่แล้วจะทำให้ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ได้รับเลือก เช่น ภาคใต้ ส.ส.เขตมีคนเลือกประมาณ 90เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เสียงของพรรคเลือก 80เปอร์เซ็นต์ กรณีนี้ทำให้ส.ส.สัดส่วนโซนนั้นตกหมด ภาคใต้มีโอกาสที่คนลงระบบสัดส่วนไม่ได้รับเลือกตั้งเข้าสภา ส่วนการแก้ไขปัญหา ถ้าพรรคใดจะแก้ปัญหาก็ตั้งพรรคสำรองขึ้นมา เช่น พรรคที่มีเสียงในภาคนั้นๆ มาก ก็เสี่ยงว่าจะได้ส.ส.บัญชีรายชื่อน้อย ก็จะตั้งพรรคลูกขึ้นมา เพื่อให้ส.ส.เขตไปลงพรรคลูก พรรคแม่ก็ไม่ส่งส.ส.แข่ง จะได้ทำให้ส.ส.พรรคลูกได้รับเลือก ถือเป็นการลดอำนาจส.ส.พรรคแม่ลง แต่ส.ส.ลงพรรคลูกก็จะหาเสียงว่าระบบสัดส่วนเลือกพรรคแม่ แต่ระบบเขตเลือกพรรคลูก จะทำให้ได้ระบบพรรคแม่พรรคลูก อย่างไรก็ตามวิกฤติการเมืองจะแก้ไขได้ด้วยระบบวัฒนธรรมประชาธิปไตยที่เมืองนอกใช้แก้ไขปัญหาได้เพราะเขาอุดช่องโหว่ แต่ไทยมีช่องโหว่ตรงไหนก็ออกทางนั้น ซึ่งตนได้เรียกร้องอยากให้ออกแบบกลไกถ่วงดุลอำนาจให้มีประสิทธิภาพ แต่กลับออกแบบไม่ได้ จึงคิดแค่เปลือกของประชาธิปไตยคือการวิธีได้ส.ส. ถือว่าคิดง่ายๆ เพราะไม่ใช่เนื้อประชาธิปไตย

ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. กล่าวว่า กปปส.ยืนยันแนวทางว่า จะต้องไม่มี ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เพราะเห็นว่า จะเป็นช่องทางของนายทุนเข้ามาครอบงำพรรคการเมืองได้ ซึ่งกปปส.ต้องการให้มีการปฏิรูปการเมือง ทำให้พรรคการเมืองเป็นพรรคของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่พรรคที่เป็นของนายทุน ทั้งนี้ ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยกร่างแสดงให้เห็นว่า ได้ให้ความสำคัญกับ ส.ส.กับระบบบัญชีรายชื่อมากว่า ส.ส.ระบบเขต โดยได้มีการเพิ่ม ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อจาก 125 คน เป็น 200 คน ซึ่งตรงข้ามกับแนวทาง กปปส. ส่วน ส.ส.ระบบเขตจากเดิมมีจำนวน 375 คน ของใหม่ลดเหลือเพียง 250 คนและใช้ระบบแบบเขตเดียวเบอร์เดียว ซึ่ง กปปส.เอง ไม่ขัดข้องหรือติดใจอะไร ทั้งเรื่องจำนวน ส.ส.ระบบเขตและวิธีการเลือก เชื่อว่า จะควบคุมการซื้อเสียงได้ ส่วนการเลือกนายกรัฐมนตรี ทาง กปปส.ไม่ติดใจว่า จะใช้วิธีการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรงหรือทางอ้อม เพราะ กปปส.มุ่งเน้นการพัฒนาระบบพรรคการเมืองมากกว่า ซึ่งไม่ว่า จะเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรงหรืออ้อม ก็ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา แต่หัวใจอยู่ที่การกำกับไม่ให้มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยกร่างทั้งหมด ทางคณะทำงานของ กปปส.จะมีการหารือกันอีกครั้งหนึ่ง

ขณะที่นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า การที่คณะกมธ.ยกร่างฯ ตีตกข้อเสนอเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรงนั้นไม่เป็นไร เพราะกมธ.ปฏิรูปการเมืองได้บอกไปแล้ว ซึ่งเรามีหน้าที่เสนอความคิดเห็น เรื่องนี้นอกเหนืออำนาจกมธ.ปฏิรูปการเมือง แต่อยู่ในอำนาจกมธ.ยกร่างฯที่มีหน้าที่พิจารณาข้อเสนอ หลังจากนี้จะติดตามว่าผลการพิจารณาของกมธ.ยกร่างฯ แก้ไขปัญหาวิกฤติประเทศที่มีอยู่ได้หรือไม่ ซึ่งการปฏิรูปต้องเปลี่ยนแปลงจากเดิม ไม่ใช่เหมือนก่อนหน้านี้ที่รัฐบาลมีอำนาจล้นฟ้าคุมอำนาจเบ็ดเสร็จในสภา ส่วนรูปแบบที่กมธ.ยกร่างฯเห็นชอบจะแก้ไขปัญหาได้อย่างไรก็ต้องให้กมธ.ยกร่างฯ เป็นผู้ตอบ ขณะเดียวกันไม่คิดว่าข้อเสนอกมธ.ปฏิรูปการเมืองจะเสียของ เพราะประชาชนและองค์กรต่างๆรับฟังมากขึ้น และเห็นด้วย ขณะเดียวกันมีบางข้อเสนอ เช่น ข้อเสนอให้นายกรัฐมนตรีเสนอรายชื่อครม.ให้สภาให้ความเห็นชอบก่อนทูลเกล้าฯ กมธ.ยกร่างฯ ก็รับไว้พิจารณา อย่างไรก็ตามตนไม่ท้อ เพราะเป็นนักวิชาการ เพียงแต่เห็นว่าที่ผ่านมาประเทศไทยนำรูปแบบรัฐสภาประเทศต่างๆ เช่น อังกฤษ สหรัฐอเมริกา และฝรั่งเศส มาประยุกต์ใช้แล้ว แต่ทำให้โครงสร้างรัฐสภาล้มเหลว

นายสมบัติ กล่าวต่อว่าการที่ กมธ.ยกร่างฯ เห็นชอบให้มีส.ส.บัญชีรายชื่อ 200 คนนั้น อาจเป็นช่องทางให้หัวหน้าพรรคเพิ่มอำนาจบารมีคัดเลือกคนที่จงรักภักดีต่อตัว เองมาอยู่ในบัญชีรายชื่อ เพื่อให้เป็นส.ส.ได้ ส่วนรูปแบบการเมืองจะกลับมาเหมือนก่อนหน้านี้หรือไม่ก็ต้องดูต่อไป