ตำรวจค้นบ้านผอ.ส่วนการคลังเทคโนลาดกระบังหาหลักฐานเพิ่ม หลานเชื่อน้าสาวถูกผจก.แบงก์หลอก
พ.ต.ต.ณรงค์ชัย เอกฉันท์ สว.กก.1 บก.ป. พร้อมด้วย ร.ต.อ.กันต์กวี อดุลยาศักดิ์ รอง สว.กก.1 บก.ป. ร.ต.ท.ณัฐกรณ์ แสนทวีสุข รองสว.กก.1บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1บก.ป. นำหมายค้นศาลจังหวัดพระโขนง เลขที่ ค.98/2557 ลงวันที่ 25 ธ.ค. 2557 เข้าตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 562 ซอยจ่าโสด ถ.รางรถไฟสายเก่า แขวงและเขตบางนา กทม. ซึ่งเป็นบ้านของน.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ อายุ 56 ปี ผู้อำนวยการส่วนการคลัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผู้ต้องหาที่ร่วมกับนายทรงกลด ศรีประสงค์ อายุ 40 ปี อดีตผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาบิ๊กซีศรีนครินทร์ ลักทรัพย์ด้วยการปลอมเอกสารสิทธิ ใช้เอกสารสิทธิปลอม เปิดบัญชีเงินฝากปลอม ในการยักยอกเงินของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มีความเสียหายมูลค่า 1,663 ล้านบาท
บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านสภาพเก่าสูงสองชั้น แบบครึ่งปูนครึ่งไม้ มีรั้วรอบขอบชิด เนื้อที่ประมาณ 100 ตรว. เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงหมายค้นพบนายผดุงศักดิ์ อ่อนละเอียด อายุ 42 ปี เป็นหลานชายของน.ส.อำพร อยู่ที่บ้านออกมาแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่ ก่อนเปิดประตูให้ความร่วมมือในการเข้าตรวจค้นครั้งนี้ การตรวจค้นเริ่มจากบริเวณชั้นล่างซึ่งเป็นห้องนอนของน.ส.อำพร เจ้าหน้าที่ตรวจพบเอกสารใบแจ้งหนี้ จดหมายจากทางธนาคารกรุงศรีอยุธยา รวมทั้งกล้องถ่ายรูป ส่วนบนชั้น2 แบ่งเป็นห้องนอนจำนวน 4 ห้อง โดยพบเอกสารต่างๆรวมทั้งสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารต่างๆกว่า 10 เล่ม ทองรูปพรรณจำนวนหนึ่ง กรมธรรม์ประกันชีวิตหลาย 10 เล่ม และโฉนดที่ดินหลายฉบับ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานไปตรวจสอบหาความเชื่อมโยง ขณะเดียวกันยังตรวจสอบรถยนต์อีก 2 คัน ซึ่งเป็นรถยนต์เก๋งโตโยต้า โซลูนา สีน้ำเงิน ทะเบียน วณ 6503 กทม. และรถยนต์กระบะ อีซุซุ สีน้ำเงิน ทะเบียน ศณ 2423 กทม.ซึ่งเป็นของนายผดุงศักดิ์ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำเอกสารการครอบครองรถไปตรวจสอบเช่นกัน
พ.ต.ต.ณรงค์ชัย กล่าว่า การเข้าตรวจค้นบ้านน.ส.อำพรในครั้งนี้เพื่อหาหลักฐานไปประกอบสำนวนคดี เพื่อขยายผลว่ามีความเชื่อมโยงถึงใครบ้าง เบื้องต้นมีเพียงเอกสารใบแจ้งหนี้และจดหมายจากทางธนาคาร ส่วนสมุดบัญชีเงินฝากของบรรดาญาติๆน.ส.อำพร กว่า 10 เล่มนั้นจะต้องนำส่งพนักงานสอบสวน กก.1บก.ป. เพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบัญชีเหล่านี้เปรียบเทียบความเป็นจริงของรายได้บุคคลเหล่านี้ ถ้าบัญชีมีเงินหมุนเวีนยปกติ มีเงินเข้าตามรายได้ที่ได้รับอยู่ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเกิดมีเงินหมุนเวียนมากเกินกว่ารายได้จริงที่ทำงานอยู่แสดงว่าเกิดความผิดปกติ ซึ่งต้องนำหลักฐานที่ได้ในครั้งนี้ไปให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบอย่างละเอียด อย่างไรก็ตามไม่พบหลักฐานทรัพย์สินอื่น หรือเอกสารจากการทำงานที่สถาบัน เนื่องจากสอบถามญาติไม่เคยพบน.ส.อำพรนำงานกลับมาทำที่บ้าน
พ.ต.ต.ณรงค์ชัย กล่าวว่าต่อว่า คดีนื้ทางผู้บังคับบัญชาได้แบ่งงานออกเป็นหลายชุดในการลงพื้นที่ ตรวจสอบหาข้อมูลพยานหลักฐาน และจากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบสมุดบัญชีเงินฝาก โฉนดที่ดิน ของบรรดาญาติของน.ส.อำพร หลายรายการ แต่มีโฉนดที่ดินจำนวน 6 ไร่ที่อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ที่เป็นของน.ส.อำพร รวมทั้งเอกสารการเป็นผู้จัดการมรดกอีกหลายฉบับ ซึ่งหลังจากนี้จะเก็บรวบรวมเพื่อนำไปตรวจสอบ อย่างไรก็ตามทางญาติให้การว่าสมุดบัญชีเงินฝากบางส่วนอยู่ที่ทนายความ ซึ่งมาเอาไปเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนที่น.ส.อำพรจะถูกดำเนินคดี
ด้านนายผดุงศักดิ์ เปิดเผยว่า เป็นหลานชายของน.ส.อำพร ซึ่งน.ส.อำพรมีศักดิ์เป็นน้า แต่ตนเรียกติดปากว่าเป็นอา ซึ่งจริงๆแล้วน.ส.อำพรรู้จักกับนายทรงกลด มาประมาณ 2 ปี ตั้งแต่ตอนที่นายทรงกรดทำงานที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขานิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง และทั่งคู่สนิทสนมกัน ซึ่งทันทีที่เกิดเรื่อง ทางครอบครัวก็รู้สึกตกใจมาก และได้มีการพูดคุยกันแล้ว โดยนางสาวอำพร เล่าว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ถูกนายทรงกลด หลอกลวงให้เซ็นเอกสารมาโดยตลอด และตนไม่รู้จะกับนายพูลศักดิ์ บุญสวัสดิ์ นักศึกษาปริญญาโท เจ้าของบัญชีธนาคาร ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าคุณอาถูกหลอกใช้ เพราะระยะหลังนายทรงทรดได้เดินทางมาตีสนิทและเข้ามาคลุกคลีกับครอบครัวบ่อยครั้ง ระยะหลังมาถี่ขึ้น บางครั้งนายทรงกรดเดินทางไปต่างจังหวัดก็จะแวะซื้อของฝากมาให้ และก็จะคอยอาสาขับรถมารับส่งให้คุณอาจากที่ทำงานกลับมาบ้านบ่อยครั้ง ในส่วนของธุรกรรมการเงินของน.ส.อำพร นายทรงกรดก็จะอาสาเป็นธุระดำเนินการให้อยู่ตลอด รวมทั้งนายทรงกรดก็จะอ้างว่าเป็นคนมีเงิน ฐานะทางบ้านดี หนำซ้ำยังอ้างว่าสามารถขายที่ดินได้เป็นล้านบาท ซึ่งก็เคยเตือนน.ส.อำพรว่าอย่าไปไว้เนื้อเชื่อใจมาก แต่น.ส.อำพรได้บอกเพียงว่าไม่มีอะไร คบและรู้จักกันในฐานะพี่น้องเท่านั้น
นายผดุงศักดิ์ กล่าวอีกว่า เชื่อว่าคุณอาเป็นคนดี ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ เริ่มทำงานที่เทคโนลาดกระบังตั้งแต่เรียนจบจากวิทยาลัยครู รวมทั้งไม่เคยมีปัญหากับใคร ชอบช่วยเหลือคน เพื่อนร่วมงานต่างให้ความเคารพรัก จะไม่นำเรื่องงานกลับมาทำงานต่อที่บ้าน อย่างไรก็ตามน้าเป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดัน รวมทั้งโรคไต ซึ่งเข้าออกโรงพยาบาลเป็นประจำเพราะมีโรคประจำตัว ทั้งนี้ก่อนที่จะถูกแจ้งข้อหาก็พักรักษาตัวอยู่ที่รพ.ประมาณ 2 สัปดาห์ จนถึงขณะนี้ อย่างไรก็ตามทุกครั้งที่ตนและครอบครัวไปเยี่ยมน.ส.อำพรก็จะพูดว่าท้อแท้ และหมดกำลังใจ อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความเป็นธรรมกับน.ส.อำพรด้วย
รายงานข่าวจากฝ่ายสืบสวนระบุว่า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบโฉนดที่ดินของน.ส.อำพร ที่ย่านบางนา ซึ่งมีมูลค่าหลายล้าน ซึ่งจะนำไปตรวจสอบอย่างละเอียด รวมทั้งในส่วนของการตรวจค้นนั้นประเด็นหลักเจ้าหน้าที่พุ่งเป้าไปที่ตรายางของสถาบัน ว่าน.ส.อำพรมีการทำปลอมแปลงหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบไม่พบ อย่างไรก็ตามจากการสอบปากคำนายผดุงศักดิ์นั้น ขัดแย้งกับคำให้การของนายทรงกรด ที่ให้การกับทางพนักงานสอบสวนวานนี้(24 ธ.ค.) ว่าไม่ได้รู้จักหรือสนิทสนมกับนางสาวอำพรแต่อย่างใด รวมทั้งนายทรงกรดให้การว่ารู้จักกับน.ส.อำพรตอนทำงานที่ธนาคารกรุงศรี ซึ่งขัดแย้งกับหลานชายที่ให้การว่าทั้งสองรู้จักกันตั้งแต่ตอนที่นายทรงกรดทำงานอยู่ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ และพบความเชื่อมโยงในประเด็นหลายอย่าง รวมทั้งพยานหลายปากให้การตรงกันว่า นายทรงกรดเคยมาขอให้น.ส.อำพร เอาเงินมาฝากเพื่อที่จะทำยอดให้กับทางธนาคาร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดาชาวบ้านในละแวกดังกล่าวต่างพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยหลายคนตกใจและไม่เชื่อว่าน.ส.อำพรจะเป็นคนทำ เนื่องจากน.ส อำพร ทำตัวปกติ สมถะ ไม่ได้มีการใช้ของราคาแพง แต่ก็มีบางส่วนวิจารณ์ว่าด้วยเหตุที่น.ส.อำพรทำงานใกล้ชิดกับเงินอาจทำให้เกิดความโลภก็เป็นได้
ขณะที่บรรยากาศบริเวณหน้าบ้านน.ส.อำพร ยังคงปิดเงียบ สภาพบ้านค่อนข้างเก่า เป็นบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ มีรั้วรอบขอบชิด เนื้อที่ประมาณ 2 งาน จากการสอบถามเพื่อนบ้านซึ่งเปิดร้านขายข้าวแกงอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องกับบ้านน.ส.อำพร ยืนยันว่าบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ดังกล่าวเป็นบ้านพักน.ส.อำพรจริง โดย น.ส.อำพรเป็นคนโสด อาศัยอยู่กับครอบครัวพี่สาวและหลาน ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวปลูกมานานตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อแม่ของน.ส.อำพร
แม่ค้าขายข้าวแกงคนเดิม ยังบอกอีกว่า รู้สึกตกใจและไม่น่าเชื่อเมื่อมีข่าวพฤติกรรมของน.ส.อำพร เพราะที่ผ่านมาทำตัวปกติ ไม่ทำตัวฟุ้งเฟ้อ อยู่แบบคนธรรมดา และจะซื้อข้าวแกงที่ร้านเข้าไปทานที่บ้านทุกเย็น สร้อยแหวนเงินทองหรือเครื่องประดับหรูๆก็ไม่เคยเห็นใส่ รถยนต์ที่คนในบ้านใช้ก็เป็นคันเก่าไม่เคยเห็นซื้อใหม่แต่อย่างใด และบ้านก็อยู่สภาพนี้มาตลอดไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร จะซ่อมแซมเล็กน้อยในส่วนที่ผุพังเท่านั้น โดยทราบว่าน.ส.อำพร มีโรคประจำตัวหลายโรค ทั้งเบาหวาน หัวใจ และความดัน เวลาไปทำงานน.ส.อำพรจะใช้บริการแท็กซี่ เพราะขับรถไม่เป็น ซึ่งเท่าที่ได้พูดคุยกับคนในละแวกนี้หลังจากทราบข่าวก็พากันงงว่า คนทำตัวธรรมดา แต่งตัวธรรมดา จะกล้ายักยอกเงินเป็นพันล้าน





