วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ครม.ไฟเขียวกฟภ.ทำโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ1,069ล.

ครม.อนุมัติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 1,069 ล้านบาท ทำโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะที่พัทยา

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า 5. ครม.มีมติอนุมัติและเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอ คือ อนุมัติให้การไฟฟ้าส่วนภูภาค (กฟภ.) ดำเนินโครงการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ในพื้นที่นำร่องที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ในวงเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 1,069 ล้านบาท โดยใช้เงินกู้ในประเทศ วงเงิน 800 ล้านบาท และเงินรายได้ กฟภ. วงเงิน 269 ล้านบาท และครม.ยังเห็นชอบให้ กฟภ. กู้เงินในประเทศ ภายในกรอบวงเงิน 800 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินลงทุนของโครงการดังกล่าว โดยกฟภ. จะทยอยดำเนินการกู้เงินตามความจำเป็นจนกว่างานจะแล้วเสร็จ ทั้งนี้โครงการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ มีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี (พ.ศ. 2558-2560)

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเทคโนโลยีและทดสอบการออกแบบและการใช้งานระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะในด้านต่าง ๆ สำหรับรองรับการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะในพื้นที่อื่นๆ เป็นโครงข่ายไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสารมาบริหารจัดการ ควบคุมการผลิต ส่ง และจ่ายพลังงานไฟฟ้า สามารถรองรับการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าจากแหล่งกำเนิดไฟฟ้าแบบกระจาย และแหล่งพลังงานทางเลือกที่สะอาดที่กระจายอยู่ทั่วไป เป็นระบบบริหารใช้สินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งให้บริการกับผู้เชื่อมต่อกับโครงข่ายผ่านมิเตอร์อัจฉริยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความมั่นคงปลอดภัย เชื่อถือได้ มีคุณภาพไฟฟ้าได้มาตรฐานสากล ซึ่งความอัจฉริยะของโครงข่ายไฟฟ้านี้เกิดจากการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้า ระบบสารสนเทศ ระบบสื่อสาร เข้าไว้ด้วยกันเป็นโครงข่าย ซึ่งโครงข่ายดังกล่าวจะสนับสนุนการทำงานซึ่งกันและกันอย่างเป็นระบบ โดยอาศัยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และระบบฝังตัว เทคโนโลยีระบบควบคุมอัตโนมัติ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

"วงเงินรวมที่ขอมาคือ 1,485 ล้านบาท แต่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)พิจารณาแล้วเห็นว่ากิจกรรมบางกิจกรรมในโครงการยังมีความไม่ชัดเจน จึงเห็นว่าควรดำเนินการเฉพาะกรณีที่มีรายละเอียดที่ชัดเจนแล้ว จึงปรับลดวงเงินเหลือ 1,069 ล้านบาท ซึ่งหากได้ผลทางซุปเปอร์บอร์ดและสศช. ก็ให้กฟภ.ประเมินผลว่าตอบโจทย์ได้ประโยชน์คุ้มค่าหรือไม่เพื่อดำเนินการในพื้นที่อื่นต่อไป"พล.ต.สรรเสริญ กล่าว