กมธ.ยกร่างฯไฟเขียว สื่อไทย-เทศ-ทูตานุทูต ร่วมฟังการพิจารณายกร่างฯรายมาตรา เริ่ม 12 ม.ค. 58
นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงความคืบหน้าการทำงานของกมธ.ยกร่างฯว่า ขยายเวลาให้คณะอนุกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ที่มี นางกาญจนรัตน์ ลีวิโรจน์ เลขากมธ.ยกร่างฯ เป็นประธาน เพื่อจัดทำให้สมบูรณ์มากขึ้นจนถึงวันที่ 11 ม.ค. 58 เมื่อเสร็จแล้วก็ให้นำเสนอสู่การพิจารณาของกมธ.ยกร่างฯในวันที่ 12 ม.ค. โดยไม่ต้องส่งกลับไปยังคณะอนุกมธ.สารัตถะทั้ง 10 คณะ พิจารณาอีก ส่วนการพิจารณารายมาตราของกมธ.ยกร่างฯ ก็อาจจะมีการเชิญ คณะอนุฯทั้ง 10 ด้าน มาให้ข้อมูล
ทั้งนี้ กมธ.ยกร่างฯ ก็จะทำการเชิญสื่อมวลชนทั้งของไทยและต่างประเทศเข้ารับฟังการพิจารณายกร่างฯรายมาตรา ตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค. เป็นต้นไป แต่จะมีการยกเว้นในบางภาคบางหมวด ที่ประเด็นละเอียดอ่อน โดยกมธ.มอบหมายให้ นายมานิจ สุขสมจิตร รองประธานกมธ.ยกร่างฯคนที่ 2 และนายมีชัย วีระไวทยะ กมธ.ยกร่างฯ ร่วมกันพิจารณากฎเกณฑ์และจะหารือกับสื่อมวลชนอีกครั้ง
นอกจากนี้ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ.ยกร่างฯ ก็มีความคิดที่จะเชิญทูตานุทูตเข้าร่วมรับฟังการพิจารณาด้วยเช่นกัน
นายคำนูณ กล่าวว่า กมธ.ยกร่างฯ ยังมีการพิจารณาในหมวดของการเงินการคลัง ภาค 2 ผู้นำการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง ที่มี นายจรัส สุวรรณมาลา เป็นประธาน เบื้องต้นได้มีการกำหนดนิยามคำว่า “เงินแผ่นดิน” ใหม่ ดังนี้ กำหนดให้เงินแผ่นดินประกอบด้วย เงินรายได้นำส่งคลังทั้งมวล เงินกู้โดยกระทรวงการคลัง เงินและทรัพย์สินในความครอบครองของรัฐ ทั้งนี้ไม่รวมเงินฝาก เงินโอน เงินและทรัพย์สิน ซึ่งหน่วยงานของรัฐมีไว้ในครอบครอง แต่รัฐมิได้เป็นเจ้าของโดยตรง ตลอดจนถึงเงินและทรัพย์สินในความครอบครองของรัฐวิสาหกิจ สาเหตุของการกำหนดนิยามใหม่นี้ มี 2 ประการ คือ 1. เพื่อป้องกันการตีความ เงินแผ่นดิน ให้มีขอบเขตจำกัด เพื่อประโยชน์ในทางการเมือง ดังเช่นที่เคยปฏิบัติกันมา 2. เพื่อป้องกันมิให้ครม.และส่วนราชการใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณได้ โดยไม่มีขอบเขตจำกัด ดังเช่นที่เคยทำกันมา





