วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อนุปปช.ถกทุจริตฟุตซอล แบ่ง'3กลุ่ม'เฟ้นหาคนผิด

อนุกรรมการไต่สวนป.ป.ช.นัดถกคดีโกงสนามฟุตซอลอีสานวันนี้ วางกรอบ 3 กลุ่มเฟ้นหาคนผิด เน้นผู้กระทำผิดหลักก่อน

รับเป็นห่วงครูเอี่ยว หวั่นกระทบการศึกษา แนะให้ข้อมูลตามจริง หากทำถูกต้องตามขั้นตอนไม่น่ามีปัญหา

วานนี้ (21ธ.ค.) นายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะอนุกรรมการไต่สวนกรณีการจัดซื้อจัดจ้างสนามฟุตซอลในโรงเรียน 3 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวถึงความคืบหน้าว่า ตนได้นัดประชุมคณะอนุกรรมการไต่สวนฯ ครั้งแรกในวันที่ 22 ธ.ค.นี้ โดยวางกรอบการประชุมเบื้องต้นไว้คือ ต้องรอดูข้อมูลจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และทางกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ที่กำลังประสานอยู่

"จะพูดคุยกันในประเด็นปัญหาหลักคือ การเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐถูกต้องหรือไม่ หลังจากนั้นจะเป็นเรียกพยานเข้ามาสอบปากคำ เพื่อเข้าไปสอบในเนื้อหาของเรื่อง มีที่มาที่ไปอย่างไร แล้วสเปคถูกต้องหรือไม่ ในส่วนเรื่องเงินมีบิดเบี้ยวอะไรค่อยไปว่ากัน"

อย่างไรก็ตาม สำหรับการตรวจสอบในจังหวัดภาคเหนือ คงต้องรอหารือกับนายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการ ป.ป.ช. ที่เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนฯ ก่อนว่า จำเป็นต้องตั้งแยกเป็นอีกคณะอนุกรรมการฯหรือไม่ ซึ่งตนอยากจะแยกเพื่อที่จะได้มีความคล่องตัว เชื่อว่าการทำงานจะได้เร็วขึ้น เพราะภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปัญหาเยอะ

"เรื่องนี้น่าเป็นห่วง เพราะครูถือเป็นบุคลากรสำคัญของประเทศเรา หากครูต้องโดนวินัยทางอาญา อาจกระทบต่อการศึกษาได้ ดังนั้นพยายามจะดูแลกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นหากครูทำถูกต้องตามขั้นตอนไม่น่าจะมีปัญหา ข้อสำคัญคือว่า หากคุณพบพิรุธอะไรให้พูดตรงๆ เหมือนมีเงินทอน หรือมีความไม่ถูกต้อง อะไรอย่างนี้ ส่วนเรื่องรู้เห็นก็ค่อยว่ากันอีกทีหนึ่ง"

ส่วนปัญหาที่หลายฝ่ายกังวลคือ ในส่วนของคนที่เป็นผู้ตรวจรับงาน ทางอนุกรรมการก็ต้องตรวจสอบว่า การตรวจรับถูกต้องหรือไม่ เนื้อหาเป็นอย่างไร คุณสมบัติหรือสัญญาจะมีรายละเอียดของสเปคงานอยู่ ถ้าถูกต้องก็ไม่มีปัญหา

สำหรับความผิดเรื่องฮั้วประมูลนั้น จะดูกระบวนการของการได้เงินมา กับนำเงินไปใช้ว่ามีอะไรบิดเบี้ยวระหว่างนั้นหรือไม่ เช่น มีผู้รับเหมาเป็นใคร มีใบสั่ง มีข้อมูล มีการโน้มน้าว มีบทบาทในการทำ E-Auction หรือประกวดราคา หรือบริษัทที่ประกวดราคามาโดยชอบหรือไม่

กรรมการ ป.ป.ช.กล่าวว่า ขั้นตอนของการไต่สวนอาจแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ ขั้นแรกที่มีการแปรญัตตินำเงินงบประมาณ ขั้นถัดมาเป็นในส่วนของผู้บังคับบัญชา ส่วนกลาง หรือผู้รับเหมา และขั้นสุดท้ายคือเจ้าหน้าที่ระดับล่างที่เป็นผู้ปฏิบัติงาน ดังนั้นจะดูว่า กลุ่มไหนทำตามหน้าที่ ถ้าเจ้าหน้าที่ระดับล่างไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไร ย่อมถือว่าไม่เป็นอะไร

"เราวางแผนการสอบ เรากังวลในเรื่องเกี่ยวกับครูบาอาจารย์ที่มีปัญหา แต่ถ้าเกิดเขาทำตามหน้าที่ถูกต้อง ก็ไม่เป็นไร เราก็ต้องทำตามข้อเท็จจริงกับคนที่ได้รับผลกระทบ"

นายปรีชา กล่าวต่อว่า ในการประชุมอนุฯ วันที่ 22 ธ.ค.นี้ คงยังไม่ถึงขั้นการแจ้งข้อกล่าวหา แต่ต้องรอการสอบพยานก่อน และเป็นเพียงการแจ้งการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนฯ ครบกำหนด 15 วัน จะมาดูว่าผู้อยู่ในข่ายถูกตรวจสอบเขาคัดค้านใครบ้างที่เป็นกรรมการไต่สวนฯ ถ้าไม่คัดค้านก็ดำเนินการได้ทันที แต่หากมีการคัดค้านก็จะมาหารือกันว่า จริงตามที่เขาคัดค้านหรือไม่ ก็ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริง

นอกจากนี้นี้ ในวันเดียวกันจะได้นำข้อมูลจากทั้ง ป.ป.ช.จังหวัด และ สตง. มาประกอบกับหลักฐานที่เคยได้มาก่อนหน้านี้จากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) โดยจะระดมกรรมการที่อยู่ในชุดอนุกรรมการไต่สวนฯ ให้เข้าร่วมประชุมกันโดยพร้อมเพรียง ไม่ว่าจะเป็นจากฝ่าย ป.ป.ช. หรือ สตง. ซึ่งจะหารือในหลักการและแบ่งงานกันทำ มีการตั้งทีมแสวงหาข้อเท็จจริง แบ่งเป็นพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และตอนล่าง หลังจากนั้นก็จะนำประเด็นเข้ามาถกในวงประชุมอีกครั้ง แล้วค่อยไปว่าในรายละเอียดอีกที ซึ่งคิดว่าการดำเนินการไม่น่าจะล่าช้า เพราะพยายามจะทำในส่วนของผู้กระทำผิดหลัก ๆ ก่อน