ศาลอนุมัติออกหมายจับ 4 นายตำรวจเครือข่าย "พงศ์พัฒน์" และ 1 พลเรือน เอี่ยวคดีรีดไถบ่อนพนันบอลออนไลน์
พบเงินหมุนเวียน สะพัด 100 ล้าน "ประวุฒิ"สั่งล่าผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี
เมื่อวานนี้(21 ธ.ค.) ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการสอบสวนกลาง(อดีตผบช.ก.) พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีต รอง ผบช.ก., พ.ต.อ.วรพจน์ พืชผล, พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี ใน 2 ข้อหาคือ ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ในข้อหาร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
และอีก 1 รายคือ นายวิฑูรย์ ตระการพฤกษ์ ศาลอนุมัติหมายจับในข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน เรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้น จะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่นั้น
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) และรักษาราชการแทน ผบช.ก. เปิดเผยว่า สำหรับการออกหมายจับในคดีนี้ สืบเนื่องจากคดีอาบูบาก้า (ABUBAKA) ซึ่งเป็นการทายผลพนันฟุตบอลออนไลน์ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยมีผู้แจ้งความไว้ ซึ่งมีความเชื่อมโยงเกี่ยวกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และ พล.ต.ต.โกวิทย์ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้สืบสวนสอบสวนไปในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ามีเงินหมุนเวียนในระบบไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท และเชื่อว่า พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพล.ต.ต.โกวิทย์ มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้
ดังนั้น จึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพวกรวม 5 คน มาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยมี 3 คนคือ พ.ต.อ.วรพจน์ พืชผล พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี และนายวิฑูรย์ ตระการพฤกษ์ อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขบวนการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลออนไลน์ เริ่มจากการที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ได้มีคำสั่งตั้งคณะทำงานสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิด โดยมอบให้ พล.ต.ต.โกวิทย์ เป็นผู้ควบคุมกำกับดูแล ทั้งนี้ได้กำหนดให้ พ.ต.ท.ทรงรักษ์ เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการสืบสวน และให้ พ.ต.อ.วรพจน์ เป็นผู้ดูแลเรื่องกฎหมายตลอดจนการสอบสวนจนเสร็จสิ้นกระบวนความ รวมถึงการอายัดและถอนอายัดด้วย ทั้งนี้จะมีพนักงานสอบสวนตัวหลักมารับคำสั่งคือ พ.ต.ต.จักรพันธุ์ และ ร.ต.อ.นิธิพัฒน์
ในทางปฏิบัติตามปกติจะเริ่มจากการที่ฝ่ายสืบสวนค้นหาเป้าหมายที่ลักลอบเล่นการพนันจนพบ จากนั้นก็จะมีการตรวจค้น ยึดเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วนำไปตรวจข้อมูลจนได้รายชื่อบัญชีธนาคารของผู้จัดให้มีการเล่น (เจ้ามือรับแทง) และผู้เล่น จากนั้นก็จะอายัดบัญชี เรียกเจ้าของบัญชีมาสอบสวนแจ้งข้อ นำตัวไปฟ้องศาลแขวง (ฟ้องวาจา ฟ้องใบแดง) ปลดอายัดบัญชี
หากแต่กรณีนี้พบว่ามีการปฏิบัติที่ไม่ปกติส่อไปทางเรียกรับผลประโยชน์ กล่าวคือมีการปลดอายัดบัญชีโดยไม่ผ่านกระบวนการสอบสวน โดย พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ให้เจ้าของบัญชีมาพบแล้วเรียกรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการปลดอายัดบัญชีไปทันที เมื่อตกลงกันได้ก็จะรายงาน พล.ต.ต.โกวิทย์ ให้ทราบ เมื่อทราบแล้วก็สั่งต่อให้นายวิฑูรย์ ผู้ที่จ้างพิเศษมาเป็นเลขาส่วนตัว แจ้งคำสั่งปลดอายัดบัญชีที่มีการเรียกรับผลประโยชน์แล้วไปยัง พ.ต.อ.วรพจน์ จากนั้น พ.ต.อ.วรพจน์ จะร่างหนังสือแจ้งรายชื่อบัญชีที่สั่งให้ปลดอายัดไปยัง ร.ต.อ.นิธิพัฒน์ หรือพนักงานสอบสวนคนอื่นไป ให้รีบส่งหนังสือปลดอายัดไปยังธนาคาร ช่องทางการสื่อสารจะมีทางไลน์ หรือ อีเมล์
โดยมีผู้ให้ถ้อยคำซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิด พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ยืนยันว่า มีการปลดอายัดบัญชีโดยไม่ผ่านกระบวนการสอบสวน ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากการรับผลประโยชน์ พร้อมทั้งมอบหลักฐานเป็นข้อความทางอีเมล์ ซึ่งส่งมาจาก พ.ต.อ.วรพจน์ และยังมีผู้ให้ถ้อยคำที่เป็นข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่รวมทั้งคนใกล้ชิดกับผู้ที่เชื่อว่ากระทำความผิดยืนยันชัดเจนว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ และรายได้จากการทำเช่นนี้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ได้รับเงินเป็นหลักพันล้าน
นอกจากประโยชน์ ที่จัดสรรแบ่งกันไปในขบวนการแล้ว ที่เห็นได้ชัดคือ พ.ต.อ.วรพจน์ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้กำกับการสังกัด บช.ก. ที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องการเงินการธนาคาร จากการตรวจสอบเงินในบัญชี พ.ต.อ.วรพจน์ แล้วมีเงินเพิ่มมากขึ้นจนถึงหลัก 6 ล้านบาท
พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ได้ทำการออกหมายจับผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน ในเครือข่ายของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ เพิ่มอีก 2 ราย ส่วนรายชื่อนั้นยังไม่ทราบเป็นแน่ชัด ทั้งนี้ พร้อมเร่งติดตามจับกุม 5 ผู้ต้องหาตามหมายจับก่อนหน้านี้ ที่ยังได้หลบหนีอยู่ ประกอบไปด้วย นายนพพร ศุภพิพัฒน์ นายไพเชษฐ์ เมธิสริยพงศ์ นายปรีชา ดาราไตร พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี และ นายทรงพล ทองสิน เพื่อนำตัวทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





