"พล.ท.ปราการ" แม่ทัพภาค4สั่งสอบทหาร อุ้มยูเครน ย้ำขอให้รอผลการสอบสวนก่อนว่าเป็นอย่างไร
เมื่อวานนี้ (20 ธ.ค.) ที่ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ธีร์ณฉัฎฐ์ จินดาเงิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และ พ.ต.อ.จิรศักดิ์ เสียมศักดิ์ ผกก.ฝ่ายอำนวยการ ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ร่วมกันแถลงข่าวกรณีตำรวจ สภ.ฉลอง และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตจับกุมทหาร และพลเรือนรวม 10 คน เหตุอุ้มนักท่องเที่ยวชาวยูเครน 2 สามีภรรยา เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา
พล.ต.ธีร์ณฉัฎฐ์ กล่าวว่า เนื่องจากมีผู้มาแจ้งข่าวกับทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารว่า อาจจะมีผู้ที่กระทำความผิดเป็นชาวต่างชาติเข้ามาหลบซ่อนอยู่ที่ จ.ภูเก็ต ลักษณะคล้ายกับอาชญากรข้ามชาติ จึงขอให้ทหารเข้าไปช่วยตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษเพราะการใช้กฎอัยการศึกน่าจะดำเนินการได้รวดเร็วกว่า จึงได้มีการสอบถามและตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจากผู้ร้องเรียนว่า เป็นผู้เสียหายจริง และได้นำไปพบกับผู้ถูกกล่าวหา เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกัน โดยใช้สถานที่ของ มทบ.41 ประจำ จ.ภูเก็ต และให้ทหารเป็นผู้ไกล่เกลี่ยหรือคนกลาง เป็นพยานให้
"ในการพูดคุยนั้นสองฝ่ายพูดคุยกันเอง จนทราบว่าผู้ถูกกล่าวหาทำความผิดที่ประเทศยูเครนในลักษณะของการยืมเงินจากผู้เสียหาย ประมาณ 15 ล้านบาท และผู้ถูกกล่าวหายอมรับว่าผิดจริง จึงได้ให้ตกลงกัน โดยผู้ถูกกล่าวหายินดีที่จะชดใช้ให้ จากนั้นได้มีการนัดวิธีการจ่ายเงินกัน ก็คิดว่าจบเรื่องแล้ว แต่ในส่วนของทหารมีบางเรื่องที่ต้องติดตาม คือ ในส่วนที่ผู้ถูกกล่าวหามีความผิดแล้วหนีมาหลบซ่อนอยู่ จ.ภูเก็ต ซึ่งเราไม่ต้องการให้ผู้ที่กระทำผิดเข้ามาอยู่ในพื้นที่ จึงติดตามพฤติกรรมหรือเป็นข้อมูลเพื่อดำเนินการต่อไป" พล.ต.ธีร์ณฉัฎฐ์ กล่าว
เขากล่าวต่อว่า หลังจากที่ทั้งคู่ตกลงกันได้และจะไปเบิกเงินมาใช้หนี้ ได้ขอให้ทหารไปด้วยเพื่อเป็นพยานว่าได้มีการใช้หนี้กันแล้ว ซึ่งฝ่ายทหารก็ตกลง และต้องการดูพฤติกรรมด้วย จึงเข้ามาคุมเชิงข้างนอกธนาคาร ขณะเดียวกันในช่วงที่ตกลงกันนั้นทางภรรยาของผู้ถูกกล่าวหานั้น ได้กลับบ้านและไปแจ้งความที่ สภ.ฉลอง ซึ่งอาจจะเกิดจากความกลัวหรือความไม่เข้าใจ โดยมองว่าการไปนั่งพูดคุยกันนั้นเป็นการควบคุมตัวและข่มขู่ รวมทั้งในระหว่างที่มีการจ่ายเงินกันนั้นเจ้าหน้าที่ทหารก็คอยดูแลอยู่ด้านนอกธนาคาร ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นก็ได้เข้าควบคุมตัว ซึ่งเป็นการเข้าใจผิดกันเล็กน้อยว่าทหารไปอยู่เบื้องหลัง และมีการข่มขู่
ด้าน พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ได้รับรายงานดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการให้ ผบ.มทบ.41 ส่งไปประสานกับตำรวจ และผู้ว่าราชการจังหวัด ในการเข้าสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเอาข้อเท็จจริงออกมาให้ได้ก่อนว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น
โดยในเบื้องต้นที่ได้รับรายงานทหารว่า ได้รับการร้องขอจากผู้เสียหายชาวยูเครนที่เป็นคู่กรณีกับอีกฝ่ายว่าให้เข้ามาช่วยเหลือในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ทหารที่ดูแลในเรื่องร้องทุกข์ ร้องเรียน โดยทหารได้ไปเชิญคู่กรณีมาพบกันเพื่อเคลียร์ปัญหา และได้ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็อยู่ระหว่างการดำเนินการขั้นต่อไป แต่ไม่แน่ใจว่าขั้นตอนการปฏิบัติของพวกเขานั้นผู้บังคับบัญชารับทราบหรือไม่ และมีขั้นตอนการดำเนินการอย่างไร จึงต้องมีการสอบสวนอีกครั้ง
พล.ท.ปราการ กล่าวว่า เบื้องต้นไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือเป็นคำแก้ตัว ถ้าเป็นข้อเท็จจริงก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทหารด้วย ถ้าเป็นคำแก้ตัวแล้วไปสมรู้ร่วมคิดเพื่อเงินส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์ก็ต้องดำเนินคดีกันไป การทำงานต้องมีขั้นมีตอนไม่ใช่ว่าได้รับการร้องขอแล้วจะทำได้เลย ผู้บังคับบัญชาต้องอนุมัติ
"ผมไม่เอาไว้แน่นอนบุคคลประเภทนี้ จะดำเนินคดีทั้งวินัย และอาญา ผมเปิดไฟเขียวให้ดำเนินการตามกฎหมายได้เลย ขอให้รอผลการสอบสวนก่อนว่าเป็นอย่างไร" แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว





