สปช.จัดสานเสวนารับฟังนักศึกษาทั่วประเทศเดินหน้าปฏิรูป "เทียนฉาย" ยันให้ความสำคัญทุกความเห็น
พร้อมตั้งเป้าเกิดผลเปลี่ยนแปลง 6 ด้าน ด้าน "บวรศักดิ์" ปลุกจิตสำนึกร่วมกำหนดอนาคตชาติ วอนให้เรียกประชุมสภานิสิตระดมความเห็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขณะที่คณะอนุฯปฏิรูปลดเหลื่อมล้ำ ชงตั้งสมัชชาพลเมืองเพื่อการปฏิรูปเป็นกลไกติดตามแผนปฏิรูปตามโรดแมพระยะยาว
วานนี้ (20 ธ.ค.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้จัดเวทีประชาเสวนาสานพลังนักศึกษาเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย โดยมีผู้นำนิสิตนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่างๆ เข้าร่วม
นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. ปาฐกถาเรื่อง "สานพลังเพื่อปฏิรูปประเทศไทย" ตอนหนึ่งว่า เวทีประชาเสวนาไม่ใช่การประชุมตามปกติ แต่เป็นการคาดหวังและมองอนาคตร่วมกันสำหรับประเทศ เรามีหน้าที่ประคับประคองความเห็นต่างให้ไปด้วยกันได้
ดังนั้นจึงต้องเอาปัญหาเป็นบทเรียนในการกำหนดอนาคตประเทศ เพราะสปช.ทั้ง 250 คน ไม่ได้มองเวทีเสวนาเป็นเพียงกระบวนการหรือพิธีกรรม เพื่อให้เห็นว่าผ่านความเห็นของคนเป็นแสนเป็นล้านแล้ว ขณะนี้หลายเวทีออกรับฟังความเห็นในพื้นที่ต่างๆ สปช.กระจายอยู่ในพื้นที่ ทุกจังหวัด ยืนยันว่าเราต้องการความเห็นจากประชาชนทุกที่
นายเทียนฉาย กล่าวต่อว่า สปช. มีที่มาจากรัฐธรรมนูญชั่วคราว แม้จะมีที่มาพิสดาร มีคนไม่ชอบใจและไม่พอใจ รวมถึงคนใน สปช.เองก็ไม่ค่อยพอใจ แต่ในยามที่ต้องคิดถึงประเทศชาติ สปช.จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำหน้าที่ โดยมีเป้าหมาย ดังนี้
1.หลังการปฏิรูปประเทศต้องมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัติย์ทรงเป็นพระประมุข เหมาะสมสอดคล้องกับคนไทยและสังคมไทย 2.มีการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์และเป็นธรรม 3.มีระบบจัดการคอร์รัปชันที่มีประสิทธิภาพ ไม่มีสองมาตรฐาน หรือหลายมาตรฐาน
4.ขจัดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมที่ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางการเมืองตามมา 5.ประชาชนได้รับการบริการอย่างทั่วถึง สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ และ 6.ปฏิรูปแล้วต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและเป็นธรรม
"ก้าวแรก 60 วันผ่านไปแล้ว โดยเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา สปช.เสนอความเห็นให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่าง รธน.) แล้ว หลังจากนี้เป็นการเริ่มต้นของการปฏิรูปประเทศ และจะเข้มข้นขึ้นเป็นลำดับ เชื่อว่าประเทศไทยของเราจะไปรอดและไปได้ดี แต่ต้องมีสำนึกว่าต้องทำร่วมกันและไปด้วยกัน โดยคนรุ่นใหม่ต้องรับหน้าที่สานต่อ" นายเทียนฉายระบุ
"บวรศักดิ์"ปลุกนศ.ร่วมกำหนดอนาคต
ด้าน นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธาน สปช.คนที่ 1 และประธาน กมธ.ยกร่าง รธน. กล่าวว่า ขณะนี้บ้านเมืองมีปัญหาความขัดแย้งที่ร้าวลึก การยึดอำนาจครั้งล่าสุดทำให้บ้านเมืองสงบลงชั่วคราว เพราะอำนาจแห่งกฎอัยการศึก หรืออำนาจเหนืออำนาจ แต่ความขัดแย้งยังคงอยู่
ทั้งนี้ เมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เปิดให้มีการเลือกตั้ง ความขัดแย้งจะกลับมาอีก รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จึงต้องใช้แก้ปัญหาบ้านเมืองได้ มีกลไกแก้ปัญหาขัดแย้งและสร้างความปรองดอง ปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมืองเกิดจากคนรุ่นเดือนตุลาฯ 2516 จัดเป็นคนช่วงอาทิตย์อัสดง บางคนอายุ 80 ปีแล้ว อยู่ในช่วงนับถอยหลัง ใกล้ตกดิน แต่ยังทะเลาะกันไม่จบ ทำให้คนรุ่นใหม่หรืออาทิตย์อุทัยต้องเข้ามาร่วมแก้ปัญหาและกำหนดชะตาอนาคตบ้านเมือง
"คนวัยหนุ่มสาวซึ่งควรเป็นคนมีอุดมคติ มองเห็นความยุติธรรมเป็นหลัก ไม่เข้าใจว่าคนเหล่านี้หายไปไหนหมด ในวันที่มีการยึดอำนาจคนหนุ่มสาวกลับนั่งเล่นกีตาร์ เล่นอินสตาแกรม เล่นเฟซบุ๊ค ถ้าเราอยากเห็นบ้านเมืองสงบสันติและยุติธรรม อยู่นิ่งเฉยไม่ได้ต้องออกมารับผิดชอบอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่ให้ออกมาเดินขบวน แต่เป็นการร่วมกันแสดงความคิดเห็น" นายบวรศักดิ์ กล่าว
ประธาน กมธ.ยกร่าง รธน. กล่าวด้วยว่า หลังจบเวทีสานเสวนา ขอให้กลับไปเรียกประชุมสภานิสิต องค์การนักศึกษา สอบถามกันว่าอยากได้รัฐธรรมนูญแบบไหน แล้วส่งความเห็นกลับมา เช่น ต้องการสิทธิเสรีภาพอย่างไร ต้องการให้ยกเลิกหรือคงไว้ซึ่งโทษประหาร โดย กมธ.จะให้ความสำคัญกับทุกความเห็นของนักศึกษา





