วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทนาย'ยิ่งลักษณ์'ข้องใจผลสอบข้าวส่อพิรุธ

ทนาย “ยิ่งลักษณ์” ข้องใจผลสอบข้าวส่อพิรุธ-มีวาระซ่อนเร้น ขู่ใช้พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารบีบเปิดมาตรฐานการตรวจสอบ

นายนรวิทย์ หล้าแหล่ง ทนายความน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ผลการตรวจสอบข้าวผ่านมาตรฐาน 12.23% และไม่ตรงตามมาตรฐาน 80.19 % ที่เหลือเป็นข้าวเสีย ข้าวผิดชนิด และข้าวกองล้มว่า ไม่ทราบว่าเป็นการตรวจสอบในคราวใดกันแน่ เพราะที่ผ่านมาในรัฐบาลนี้มีการเข้าตรวจสอบกันหลายหน่วยงานและตรวจสอบกันอยู่หลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งได้ออกมาแถลงผลการตรวจสอบของตัวเลข ปริมาณ คุณภาพข้าว ที่แตกต่างกัน ในการให้ข่าวของ ม.ล.ปนัดดาในครั้งนี้ก็เช่นกัน มีตัวเลขในเรื่องของข้าวเสื่อมราคา ข้าวเสีย ข้าวผิดชนิด และข้าวกองล้ม แตกต่างจากผลการตรวจสอบในคราวก่อนๆ อยู่มาก รวมทั้งไม่ทราบว่าการแบ่งเกรดข้าวเป็นเกรด A B C นั้นใช้เกณฑ์ใดในการแบ่งเกรดข้าว ส่วนที่บอกว่าข้าวเสีย ข้าวผิดชนิด และข้าวกองล้มนั้น ไม่ทราบว่าพบที่โรงสีใด โกดังใด จังหวัดใดบ้าง หากมีจริงก็ควรจะระบุให้ชัดเจน ทั้งนี้ สมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้สร้างมาตรการป้องกันความเสียหายในเรื่องความบกพร่องของข้าวหายและข้าวเสื่อมคุณภาพไว้แล้ว หากมีการสูญหายหรือข้าวเสื่อมคุณภาพเพราะความบกพร่องก็มีสัญญาให้โรงสี โกดัง และบริษัทเซอร์เวย์เยอร์ต้องรับผิดทางแพ่ง โดยจะต้องชดใช้ให้แก่รัฐจากหลักประกันที่วางไว้ในอัตราร้อยละ 100 ของมูลค่าสินค้าในคลังสินค้า เนื่องจากได้รับอนุมัติวงเงินจ่ายขาดสำหรับค่าใช้จ่ายในการรักษาสินค้าแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 657 มาตรา 658 และมาตรา 659 และตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1861/2522 และคำพิพากษาฎีกาที่ 925/2536 หากพบว่าเป็นความผิดทางอาญาก็ต้องดำเนินการทางอาญากับผู้กระทำผิดด้วย

นายนรวิชญ์ กล่าวอีกว่า การแบ่งเกรดข้าวที่ขายให้เป็นเกรด A B C นั้นมีข้อพิรุธและวาระซ่อนเร้น ขอเรียกร้องให้ ม.ล.ปนัดดาเปิดเผยผลการตรวจสอบให้ชัดเจนว่า การแบ่งเกรด A B C ของข้าวแต่ละประเภทนั้น มีหลักเกณฑ์อย่างไร และใช้เกณฑ์อะไรในการแบ่งประเภทข้าวใหม่ว่าเป็นข้าวไม่ตรงมาตรฐาน และคำว่ามาตรฐานนั้นใครเป็นผู้กำหนด หรือกำหนดโดยวิธีใด การกล่าวรวมๆ ถือว่าเป็นการทุบตลาดข้าวไทย ไม่เป็นผลดีต่อข้าวไทยที่รอการระบายข้าวของรัฐบาล ทั้งๆ ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กำลังจะทำข้อตกลงขายข้าวให้กับจีนอยู่แล้ว รัฐบาลควรออกมาชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นไปตามที่มล.ปนัดดาให้ข่าวหรือไม่ หากยังไม่มีการเปิดเผยเพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องนี้ ทีมกฎหมายอาจมีความจำเป็นต้องใช้พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารเพื่อขอให้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว

นายนรวิทย์ กล่าวด้วยว่า ขอตั้งข้อสังเกตว่า นับตั้งแต่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกยึดอำนาจ มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง คสช.ได้สั่งทหารให้นำกุญแจไปล็อคหรือปิดโกดังโรงสีทั่วประเทศไว้แล้ว จะทำให้มีข้อโต้แย้งของโกดังหรือโรงสีหรือไม่ว่าไม่อาจเข้าไปดูแลข้าวได้ ทั้งนี้ ในฐานะทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์ขอยืนยันข้อกฎหมายว่า รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้จัดให้มีสัญญาความรับผิดที่โกดังและโรงสี ตลอดจนบริษัทเซอร์เวย์เยอร์ต้องรับผิดหากบกพร่องเพื่อมิให้โครงการรับจำนำข้าวเสียหาย และอยากเรียกร้องว่า ไม่ควรที่จะมีใครฉวยโอกาสเอาเรื่องผลการตรวจสอบมากล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์โดยมีวาระซ่อนเร้นทางการเมือง เพราะโดยข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง เรื่องผลการตรวจสอบอยู่นอกรายงานและสำนวนของป.ป.ช. ที่รีบร้อนไต่สวนจนเสร็จก่อนผลการตรวจสอบนี้จะเสร็จสิ้น ซึ่งเคยร้องขอให้ป.ป.ช.เผชิญสืบข้าว แต่ป.ป.ช.ก็ไม่สนใจที่จะเผชิญสืบ จึงไม่ควรนำผลการตรวจสอบนี้มาใช้กล่าวหาน.ส.ยิ่งลักษณ์