"เทียนฉาย"ประเดิมให้ 2 ของขวัญกับประชาชนเรื่องหลักปฏิบัติในพ.ร.บ.การออม-ตั้งวิสาหกิจชุมชน
นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แถลงข่าวในหัวข้อก้าวแรก 60 วัน สู่ก้าวสำคัญปฏิรูปประเทศไทย ว่า หลังกจากที่สปช. ได้ทำความเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์เพื่อประกอบการตัดสินใจในการยกร่างรัฐธรรมนูญให้กับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญแล้ว บทบาทของสปช.ต่อจากนี้ไปถือว่าสำคัญและเป็นความท้าทาย คือการปฏิรูปประเทศ ตามที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) 2557 กำหนดไว้ในมาตรา 27 จำนวน 6 ประเด็น อาทิ ให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมีความเหมาะสมกับสภาพสังคมไทย, มีระบบเลือกตั้งที่สุจริตและเป็นธรรม, มีกลไกป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบที่มีประสิทธิภาพ, ขจัดความเหลื่อมล้ำ ดังนั้นจึงได้กำหนดแนวทางทำงานไว้ คือ 1.วิธีปฏิบัติงานของราชการ กระทรวส่วนที่เกี่ยวข้องและสามารถทำได้ทันที ในส่วนของกฎหมายอาจนำกฎหมายที่บังคับใช้ปัจจุบันแต่มีปัญหามาพิจารณาและปรับแก้ไข, 2.การออกกฎหมายใหม่เพื่อวางโครงสร้างองค์กรใหม่ และ 3.การปฏิรูปทั้งระบบ หรือโครงสราง โดยแนวทางนี้วางหลักสำคัญคือเป็นปลักประกันไม่ให้การปฏิรูปเสียของ
นายเทียนฉาย กล่าวด้วยว่าประเด็นที่สปช. จะให้เป็นของขวัญเนื่องในวันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่กับประชาชน คือ 1.วางมาตรการที่เป็นหลักปฏิบัติให้กับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การออมแห่งชาติเพื่อเป็นการให้หลักประกันต่อการรับรองลูกจ้างที่ไม่มีนายจ้างหรือกลุ่มลูกจ้างอิสระ โดยเฉพาะภาคเกษตรกร และ 2.การออกกฎหมายเพื่อรองรับวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้ชุมชนรวมเป็นวิสาหกิจรูปแบบไม่แสวงหากำไร นอกจากนั้นช่วงหลังเทศกาลปีใหม่ ทางสปช. จะมีการประชุมเพื่อกำหนดวิสัยทัศน์ประเทศไทยเพื่อวางทิศทางของการปฏิรูปประเทศไทยในอนาคตที่ชัดเจน
ด้านนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสปช. คนที่ 1 แถลงด้วยว่าสำหรับมาตรการออกกฎหมาย หรือแก้ไขกฎหมายของสปช. ที่ต้องนำเสนอให้สภานิติบัญญัติ (สนช.) พิจารณานั้นมีประเด็นที่ต้องทบทวน คือ รูปแบบของการออกกฎหมายทั่วไปซึ่งเดิมมีหลักเกณฑ์คือ นำเสนอ ครม. พิจารณา โดยครม. จะสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเมื่อหน่วยงานตอบกลับแล้วต้องนำร่างพ.ร.บ.ไปให้กฤษฎีกาตรวจสอบ และเมื่อกฤษฎีกาตรวจสอบแล้วเสร็จต้องส่งให้สนช.พิจารณา โดยระยะเวลาดังกล่าวอาจใช้เวลานานนับปี ดังนั้นเพื่อเป็นการเร่งรัดการออกกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปที่ต้องเร่งด่วนควรให้ประธานสปช. หารือกับนายพรเพรช วิชิตชลชัย ประธานสนช., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อเร่งรัด
ทั้งนี้นายเทียนฉายให้สัมภาษณ์ต่อประเด็นข้อเสนอนายบวรศักดิ์ด้วยว่า มีความจำเป็นที่ต้องมีการประชุมแม่น้ำ 5 สาย คือ สปช., สนช., ครม. คสช. และกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาทบทวนหรือเร่งรัดแนวทางการออกกฎหมายดังกล่าว เพราะมีประเด็นพิจารณาที่เกี่ยวข้อง เช่น หากมีกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปเข้าสู่ที่ประชุมสนช. จะมีหลักพิจารณาต่อจากร่าง พ.ร.บ.ทั่วไปของหน่วยงานต่างๆ อย่างไรหรือมีการลัดคิวเพื่อให้การพิจารณารวดเร็ว อย่างไรก็ตามในประเด็นหารือกับแกนนำของแม่น้ำ 5 สายนั้นยังไม่ได้กำหนด แต่ยืนยันว่าต้องมีการหารืออย่างแน่นอน





