"สรรเสริญ" เผยไม่มีอำนาจสอบกรรมการกันเอง หลัง"สุรพงษ์" ร้องสอบคุณสมบัติ "ภักดี" ย้ำวุฒิสภามีมติไปแล้ว ถือว่าจบ
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ได้ยื่นขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติและสถานะการดำรงตำแหน่งกรรมการป.ป.ช.ของนายภักดี โพธิศิริ เมื่อครั้งได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการป.ป.ช. ได้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท องค์การเภสัชกรรม-เมอร์ริเออร์ชีววัตถุ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจมุ่งแสวงหาผลกำไร ดังนั้น จึงต้องลาออกจากการเป็นกรรมการของบริษัทดังกล่าวภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ 22 ก.ย.2549 แต่จากหลักฐานปรากฏว่าเกิน 15 วัน ซึ่งไม่เป็นไปตามมาตรา 11 วรรค 2 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 จึงไม่มีสถานะเป็นกรรมการตั้งแต่ต้น
นายสรรเสริญ กล่าวว่า เมื่อพิจารณาข้อกฎหมาย อำนาจหน้าที่คณะกรรมการป.ป.ช.ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 50 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ไม่ได้บัญญัติให้คณะกรรมการป.ป.ช.มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบว่ากรรมการป.ป.ช.คนใดขาดคุณสมบัติหรือไม่ เนื่องจากมาตรา 16 ได้บัญญัติถึงกระบวนการตรวจสอบว่าหากกรรมการกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย ให้วุฒิสภามีหน้าที่พิจารณาให้พ้นจากตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม นายสรรเสริญ กล่าวว่า จากข้อเท็จจริงเห็นว่า น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทัพ เคยใช้เอกสารเรื่องเดียวกันนี้แถลงต่อวุฒิสภา เพื่อให้วุฒิสภามีมติให้นายภักดี พ้นจากตำแหน่งกรรมการป.ป.ช. และเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2555 ที่ประชุมวุฒิสภาได้ออกเสียงลงมติไม่ให้นายภักดีพ้นจากตำแหน่ง ตามมาตรา 248 ตามรัฐธรรมนูญ ปี 50 จึงเห็นว่าวุฒิสภาผู้มีอำนาจลงมติถอดถอนได้พิจารณาข้อเท็จจริงจนได้ข้อยุติแล้ว คณะกรรมการป.ป.ช.จึงไม่มีเหตุต้องพิจารณาเรื่องนี้อีก


