วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

จ่อสรุปสำนวนคดีอุ้มรีดเครือข่าย'พงศ์พัฒน์'

จ่อสรุปสำนวนคดีอุ้มรีดเครือข่าย'พงศ์พัฒน์'

บช.น.จ่อสรุปสำนวนคดีอุ้มรีดเครือข่าย"พงศ์พัฒน์" พร้อมผู้ต้องหา 11 ราย ส่งอัยการสัปดาห์นี้

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) กรณีสำนวนคดีพฤติกรรมแอบอ้างเบื้องสูง ในนามคณะบุคคลน้ำทิพย์ อยู่ที่ 2/3 ม.9 ถนนทวีวัฒนา แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กทม. ได้ประมูลขายน้ำพริกประเภทต่างๆ โดยนางสุดาทิพย์ ม่วงนวล อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาร่วมกับ น.ส.ปาลิดา หลักเฉลิมพร อายุ 25 ปี แอบอ้างเบื้องสูงได้ประมูลเครื่องเสวย ในนามคณะบุคคลปณสุ ขายผักสด และผักต้ม ส่งที่วังอัมพร และวังศุโขทัย โดยมีนางสุดาทิพย์ และน.ส.ปาลิดา เกี่ยวข้องนั้น

รายงานข่าวแจ้งว่า น.ส.ปาลิดา ได้ติดต่อพนักงานสอบสวน สน.สามเสน เพื่อขอเข้าให้ปากคำกรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยยังคงไม่ได้มีการนัดกำหนดเวลาที่แน่นอน แต่คาดว่าน่าจะประมาณไม่เกิน 2 วัน น.ส.ปาลิดา จะเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกรณีดังกล่าวที่ สน.สามเสน หากเกินเวลาที่กำหนดไว้แล้ว ทางพนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกน.ส.ปาลิดา มาสอบปากคำเพิ่มเติม

ส่วนกรณีที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.) ได้ทำการตรวจสอบบัญชีอายัดทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้องกับเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก.นั้น ทางคณะพนักงานสอบสวนบก.น.1 จะประสานงานกรณีดังกล่าวร่วมกับ ป.ป.ง.อีกครั้ง ภายหลังทำการตรวจสอบอายัดทรัพย์สินของน.ส.ปณิดา สุวะดี ไปแล้วนั้น หากมีการตรวจสอบข้อมูลทางการเงินของน.ส.ปาลิดา ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องก็จะประสานทาง ป.ป.ง.ตรวจสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ โดยขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่า น.ส.ปาลิดา เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด และไม่ทราบด้วยว่าเกี่ยวข้องกับน.ส.ปณิดา สุวะดี หรือไม่

ขณะที่มีรายงานข่าวแจ้งอีกด้วยว่า สำนวนคดีขออายัดตัวผู้ต้องหา 2 ราย ข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามความผิดมาตรา 112 โดยมีผู้ร่วมกระทำผิด 2 รายทราบชื่อคือ นายชากานต์ หรือยูริ ภาคภูมิ อายุ 34 ปี และนายณัฐพล หรือกอล์ฟ สุวะดี (อัครพงศ์ปรีชา) อายุ 29 ปี โดยนายชากานต์ หนังสือทั้งหมด 3 ฉบับ ลงชื่อโดยนายณัฐพล มายื่นที่คณะที่ศึกษาอยู่ แจ้งว่าตนเองมีภารกิจติดตามดูแลบุคคลสำคัญ ทำให้การยื่นหนังสือได้สิทธิ์จากทางมหาวิทยาสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในการเข้าสอบไม่ต้องตกในวิชาที่เข้าเรียนนั้น ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติมภายในเรือนจำแล้ว รวมถึงสอบปากคำพยาน ซึ่งเป็นชุดสืบสวนในกองบังคับการกองปราบปราม (บก.ป.) ที่ส่งเรื่องมาให้ บช.น.ดำเนินคดี ส่วนการตรวจสอบหลักฐานเกี่ยวกับหนังสือเอกสารที่ลงลายเซ็นชื่อของนายณัฐพลนั้น คาดว่ากองทะเบียนประวัติอาชญากร (ทว.) จะสามารถสรุปส่งมาให้พนักงานสอบสวนมาได้ภายในวันนี้ ก่อนที่จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อสรุปสำนวนส่งคณะพนักงานสอบสวนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พิจารณาสำนวนคดีดังกล่าวได้ภายในสัปดาห์นี้

ส่วนการสรุปสำนวนคดีคดีกลุ่มผู้ต้องหาแอบอ้างเบื้องสูงข่มขู่ทวงหนี้ และบังคับให้ผู้เสียหายลดหนี้ของ สน.พระโขนง และสน.วัดพระยาไกร มีผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีทั้งหมด 11 ราย โดยมีความผิดข้อหาหลักตามมาตรา 112 และคดีอื่นๆ ร่วมด้วยนั้น เบื้องต้นทาง พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผู้ช่วยผบ.ตร. ได้รับมอบหมายเป็นหัวชุดพนักงานสอบสวนตร.ให้พิจารณาตรวจพยานหลักฐาน โดยได้นัด พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รองผบช.น. รับผิดชอบงานกฎหมายและคดี พร้อมคณะพนักงานสอบสวน บก.น.5 ไปประชุมร่วมกันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยภายในที่ประชุมได้ซักถามข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสำนวนคดี ตั้งแต่มูลเหตุที่เกิดขึ้น พฤติกรรมการกระทำผิดของผู้ต้องหาทั้งหมดสอดคล้องกับพยานหลักฐานหรือไม่ รวมถึงซักถามผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม จากนั้นทางคณะพนักงานสอบสวนตร. มีความเห็นชอบให้คณะพนักงานสอบสวนบช.น. ส่งสำนวนให้อัยการสั่งฟ้องคดีดังกล่าวตามพยานหลักฐานทั้งหมดที่ได้สรุปสำนวนคดีส่งให้ตร.พิจารณา ทั้งนี้ สำนวนคดีดังกล่าวได้ส่งมาที่บช.น.ตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมาแล้ว ทางบช.น.ส่งมอบสำนวนดังกล่าวให้พนักงานสอบสวน สน.พระโขนง และสน.วัดพระยาไกร สรุปสำนวนคดีส่งฟ้องได้ภายในอาทิตย์นี้ต่อไป