"สุรพงษ์-เรืองไกร" แกนนำพรรคเพื่อไทย ควงคู่ยื่นสอบ "ภักดี" กรรมการป.ป.ช. เหตุขาดคุณสมบัติ
เมื่อเวลา 10.30 น.ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อตีดรมว.ต่างประเทศ พร้อมด้วยนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานด้านกฏหมายพรรคเพื่อไทย เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานป.ป.ช.ผ่านนายศักดิ์ชัย เมทินีพิศาลกุล ผู้ช่วยเลขธิการป.ป.ช.เพื่อขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของนายภักดี โพธิศิริ กรรมการป.ป.ช.ในกรณีขาดคุณสมบัติของการเป็นกรรมการ
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เมื่อครั้งนายภักดี ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการป.ป.ช.นั้น ยังได้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท องค์กรเภสัชกรรม - เมอร์ริเออร์ชีววัตถุ จำกัด ดังนั้น ซึ่งตามกฏหมายต้องลาออกจากการเป็นกรรมการของบริษัทภายใน 15 วัน นับแต่วันโปรดเกล้าคือวันที่ 22 ก.ย.2549 แต่จากหลักฐานการปรากฏว่าหนังสือลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัทดังกล่าว ลงวันที่ 15 ธ.ค.2549 แม้นายภักดี จะอ้างว่าได้ทำหนังสือลาออกจากกรรมการบริษัทไปยังองค์กรเภสัชกรรมเมื่อวันที่ 29 ก.ย.2549 แต่องค์การเภสัชกรรมมีสถานะเป็นเพียงผู้ถือหุ้นในบริษัท องค์กรเภสัชกรรม - เมอร์ริเออร์ฯ ซึ่งแม้ว่าองค์การเภสัชกรรมจะได้แจ้งการลาออกไปยังบริษัทแล้วหรือไม่ก็ตาม แต่ก็ทำเมื่อล่วงพ้น 15 วัน การดำเนินการดังกล่าวจึงเป็นการลาออกไม่ถูกต้องตามที่กฏหมายกำหนด และผิดพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 11 ที่ระบุถึงคุณสมบัติของการเป็นดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการป.ป.ช.
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ขอให้ประธานป.ป.ช.ตรวจสอบกรณีดังกล่าว เนื่องจากตนและอดีตคณะรัฐมนตรีเป็นผู้มีส่วนได้เสียกรณีที่ถูกไต่สวนในคดีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ซึ่งหากนายภักดี ขาดคุณสมบัติจริง กรณีการไต่สวนเรื่องดังกล่าวก็จะตกไป และจะรวมถึงคดีต่างๆ ที่ผ่านมา ที่นายภักดีมีส่วนรับผิดชอบ ทั้งยังเรียกร้องให้มีการชี้แจงความคืบหน้าใน 15 วันและระหว่างการดำเนินการตรวจสอบ ควรให้นายภักดี ยุติการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งกรรมการป.ป.ช.และอื่นๆ ชั่วคราว จนกว่าจะมีข้อยุติ และหากไม่มีการดำเนินการตามที่ร้องเรียน ตนจะดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลอาญาต่อไป
ด้านนายเรืองไกร กล่าวว่า หลักฐานดังกล่าวปรากฏชัดอยู่ที่กรมพัฒนาธุรกิจขนาดกลาง และนายภักดีเคยยอมรับต่อวุฒิสภาว่า การเป็นกรรมการป.ป.ช.จะต้องดำเนินการตามประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 153/1 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ม.11 ระบุชัดว่า หากผู้ที่เข้ารับตำแหน่งกรรมการป.ป.ช.ไม่ลาออกจากบริษัทที่เป็นกรรมการภายใน 15 วัน ถือว่าไม่ได้เป็นกรรมการป.ป.ช.ตั้งแต่ต้น
"การขาดคุณสมบัติของท่านภักดี ก็หมายความว่ามติของป.ป.ช.จะมีปัญหา หากกรรมการท่านใดท่านหนึ่งไม่ใช่กรรมการ มติที่ทำมาทั้งหมดย่อมเสียไป เว้นแต่จะเริ่มประชุมกันใหม่ " นายเรืองไกร กล่าว
เมื่อถามว่า การมายื่นหนังสือครั้งนี้เป็นเพราะคดีจำนำข้าวใกล้จะเสร็จสิ้นหรือไม่ นายเรืองไกร กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับเรื่องข้าว เรื่องข้าวมีข้อโต้แย้งเยอะ ทางอัยการสูงสุดก็แจ้งข้อไม่สมบูณ์ต่างๆไปแล้วแต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคุณสุรพงษ์และอีกหลายท่านโดยตรง





