วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กมธ.ปฏิรูปฯเน้นพลังงานหมุนเวียนบรรจุในรธน.

กมธ.ปฏิรูปพลังงานเน้นพลังงานหมุนเวียน แนะบัญญัติในรัฐธรรมนูญให้ปิโตรเลียมเป็นทรัพยากรชาติ

การประชุมสภาปฎิรูปแห่งชาติ(สปช.) เพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยคณะกรรมาธิการการปฏิรูปพลังงาน มีนายทองฉัตร หงศ์ลดารมณ์ ประธานกมธ. ชี้แจงว่า รายงานความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า พลังงานเป็นสิ่งจำเป็นจึงควรได้รับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และเป็นธรรม กมธ.ปฏิรูปพลังงานจึงเสนอ 6 ประเด็น ประกอบด้วย 1.รัฐต้องสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน โดยจัดหาพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม 2.กิจการพลังงานเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน ซึ่งรัฐต้องกำกับดูแลให้มีการประกอบการอย่างเป็นธรรม มีประสิทธิภาพ โดยรัฐต้องคำนึงถึงสุขภาพของประชาชน 3.ภาคประชาชนมีสิทธิ และมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายพลังงาน รวมทั้งติดตามการดำเนินนโยบายของภาครัฐได้

4.รัฐต้องส่งเสริมให้มีการผลิตและการใช้พลังงานหมุนเวียน รวมทั้งสนับสนุนให้ประชาชน และชุมชน เป็นผู้ผลิตเพื่อใช้เองและจำหน่าย ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่มีความจำเป็นต้องมีการพัฒนาให้ประสบผลสำเร็จ เพราะการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้เป็นพลังงานธรรมชาติที่สะอาด และมีศักยภาพ ที่ประชาชนนำมาใช้ในครัวเรือน และชุมชนได้ โดยรัฐต้องให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง ทั้งด้านกฎหมายและเงินทุน 5.ปิโตรเลียม และเชื้อเพลิงธรรมชาติอื่นๆเป็นทรัพยากธรรมชาติ และมีไว้เพื่อประโยชนสาธารณะ การใช้ประโยชน์ต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศ และ6.รัฐควรส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงาน และส่งเสริมให้สังคมให้มีความรู้ ความตระหนัก และพฤติกรรมในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และคุ้มค่า

นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิก สปช.อภิปรายว่า เมื่อพ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 ระบุว่า ปิโตรเลียมเป็นทรัพยากรของแผ่นดิน ประชาชน และสาธารณะ จึงเห็นว่า ควรมีการกำหนดในประเด็นนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญหมวดว่าด้วย สิทธิพลเมือง พร้อมแก้ไขพ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 เพื่อให้มีความสอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เนื่องจากที่ผ่านมามีการให้สัมปทานกับเอกชน ซึ่งดำเนินการเพื่อการส่งออก แต่เราไม่สามารถบริโภคปิโตรเลียมได้ในราคาในประเทศ แต่ต้องเป็นไปตามราคาตลาดโลก ดังนั้น จึงเห็นว่าควรมีการแก้ไขให้ปิโตรเลียมเป็นประโยชน์ของสาธารณะ นอกจากนี้จะต้องมีการทบทวนร่างพ.ร.บ.ปิโตเลียม ฉบับที่แก้ไข ซึ่งทราบมาว่า ขณะนี้คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้มีการเสนอร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวแล้ว ซึ่งถ้ามีการปรับเปลี่ยนให้เป็นไปตามข้อเสนอของกมธ.ปฏิรูปพลังงานก็น่าจะมีความเหมาะสมและเป็นทางออกในการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่ผ่านมา

นายดุสิต เครืองาม สมาชิก สปช. อภิปรายว่า อย่าคิดว่ารัฐต้องเป็นผู้จัดหาพลังงาน ส่วนประชาชนมีหน้าที่ใช้พลังงานเพียงอย่างเดียว ในรัฐธรรมนูญควรเขียนว่าประชาชนเป็นทั้งผู้ใช้พลังงาน และผลิตพลังงาน โดยการใช้พลังงานจะต้องใช้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ขณะเดียวกันเราควรให้ความสำคัญในการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากประเทศไทยมีแสงอาทิตย์ที่เข้มข้นตลอดทั้งปี และถือว่าเป็นตัวอย่างการใช้พลังงานหมุนเวียนที่เป็นประโยชน์ มีความคุ้มค่า

น.ส.สารี อ๋องสมหวัง สมาชิก สปช. อภิปรายว่า กิจการพลังงานเป็นกิจการสาธารณูปโภคที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของประชาชน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จึงมีข้อเสนอ 4 ประเด็น คือ 1.ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรปิโตรเลียม รัฐธรรมนูญควรบัญญัติให้ปิโตรเลียมเป็นทรัพยากรของชาติ ซึ่งรัฐในฐานะตัวแทนประชาชนเป็นเจ้าของปิโตรเลียมทั้งหมด โดยให้มีบรรษัทพลังงานแห่งชาติ ที่เป็นของรัฐร้อยละ 100 เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และดำเนินการให้สิทธิ์สำรวจปิโตรเลียม รวมทั้งดำเนินการเองหรือร่วมดำเนินการ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในการประกอบกิจการปิโตรเลียม และรักษาความมั่นคงด้านพลังงานของรัฐ และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรปิโตรเลียมต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นลำดับแรก

2.การกำหนดนโยบายด้านพลังงานที่เน้นด้านความมั่นคงของพลังงานมากเกินไป จนมีปัญหาต่อการจัดหาพลังงานที่สูงเกินความจำเป็น สุดท้ายภาระตกเป็นของผู้บริโภค จึงเสนอว่าควรให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายพลังงานทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งการเข้าถึงข้อมูล และเพื่อแก้ปัญหาพลังงานอย่างเร่งด่วน รัฐต้องส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นอันดับแรกก่อนพลังงานประเภทอื่น และต้องส่งเสริมให้ประชาชน และชุมชน สามารถใช้ ผลิต และจำหน่ายพลังงานหมุนเวียนได้โดยไม่มีการกีดกัน และให้มีกฎหมายพลังงานหมุนเวียนโดยเร็ว 3.การกำกับกิจการพลังงาน รัฐต้องปล่อยให้มีการแข่งขันที่เสรีเป็นธรรม และ4.รัฐต้องเปิดเผยการซื้อสื่อโฆษณาโดยให้มีการตรวจสอบได้