วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ครม.ไฟเขียวเพิ่มอำนาจสันติบาล

ครม.ไฟเขียวเพิ่มอำนาจสันติบาล

ครม.ไฟเขียวเพิ่มอำนาจสันติบาล ขอหมายค้น-สืบสวนตามป.วิอาญาได้ เผยนายกฯมอบ"กต.-ยธ."ตามตัวคนหนีคดีซุกนอกปท.

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภายหลังการประชุมครม.ว่า ได้เสนอครม.ให้ความเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติสตช. และเสนอร่างกฎกระทรวงควบคู่กันไป เพื่อแบ่งส่วนราชการที่เป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอื่นในสตช. ตามที่สตช.เสนอ โดยสาระสำคัญของเรื่องนี้เกิดมาจากว่ากองบัญชาการตำรวจสันติบาลมีภารกิจในการสืบสวนหาข่าวด้านความมั่นคงของประเทศแต่ว่าไม่มีอำนาจตามประมวลกฎหมายพิจารณาความอาญา เป็นเหตุให้เวลาที่จะเข้าตรวจสอบตรวจค้นพื้นที่ต่างๆ เป็นการเร่งด่วน ทำให้ตำรวจสันติบาลไม่สามารถขอหมายค้นได้ ทำให้การปฏิบัติงานล่าช้าขาดความคล่องตัว ดังนั้นจึงมีการเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล จึงเห็นสมควรที่จะเพิ่มอำนาจให้กับกองบัญชาการตำรวจสันติบาล รวมทั้งหน่วยระดับกองบังคับการในสังกัดของกองบัญชาการตำรวจสันติบาลให้สามารถมีอำนาจทั้งในเรื่องสืบสวนและสามารถปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายพิจารณาความอาญาได้ด้วย เพราะฉะนั้นในอำนาจหน้าที่ไม่ว่าในกองบัญชาการตำรวจสันติบาล หรือกองบังคับการอำนวยการ กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 สันติบาล 2 และสันติบาล 4 ซึ่งเป็นหน่วยงานในกองบัญชาการตำรวจสันติบาล จะเพิ่มอำนาจหน้าที่เหมือนกันประเด็นให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายพิจารณาความอาญาและกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องได้ด้วย

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ปรารภในที่ประชุมครม.ถึงผู้ที่ทำผิดกฎหมายทั้งคดีอาญา แพ่งพาณิชย์ เว็บหมิ่นและการโพสต์ข้อความเหล่านี้ให้กระทรวงการต่างประเทศไปหารือกับกระทรวงยุติธรรมว่าทำอย่างไรถึงจะเรียกตัวคนเหล่านี้มาดำเนินคดีในกระบวนการยุติธรรมได้ โดยไม่อยากให้พูดถึงการใช้กฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนเพราะแม้จะขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประเทศนั้นๆก็จะมีปัญหากันไปเปล่าๆ น่าจะใช้วิธีเรียกตัวเข้ามาดำเนินการในกระบวนการยุติธรรมดีกว่า

“ในตรงนี้หมายความว่าจะต้องทำให้ต่างประเทศรู้และรับทราบข้อมูลว่าคนคนนี้หากอยู่ในประเทศเขาได้ทำความผิดในเรื่องอะไรได้ทำร้ายหัวใจคนไทยอย่างไร ทำอะไรให้คนไทยไม่สบายใจอย่างไร เพื่อสร้างการรับรู้ อย่างน้อยแม้เขาจะยังไม่ให้ความร่วมมือกับเราเต็ม 100% แต่เขาก็รับรู้แล้วคนที่ไปอาศัยอยู่ในประเทศเขาทำร้ายคนไทยอย่างไร ทำผิดกฏหมายไทยอย่างไร เพื่อมองไปในอนาคตในการขอตัวมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของไทยจะได้มีแนวโน้มที่ดีขึ้น เพราะเขาก็รับทราบว่าคนคนนี้ทำอะไรไว้

เมื่อถามว่าการปรับโครงสร้างสตช.ที่ให้อำนาจตำรวจสันติบาลเพิ่มขึ้นสอดรับกับการที่นายกฯสั่งให้ติดตามคนที่หนีคดีต่างประเทศหรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า จะบอกว่าสอดรับก็สอดรับ แต่ทั้งนี้การส่งผู้ร้ายข้ามแดน ไม่ได้อยู่ในข้อกฎหมายอย่างเดียว มันเป็นเรื่องของการตอบรับซึ่งกันและกันในประเทศต่างๆ เขาจะตอบรับมากน้อยขนาดไหน ขึ้นอยู่กับข้อกฎหมายในรายละเอียดของเขาซึ่งตรงนั้นท่านนายกฯคิดว่า ในการที่จะดำเนินการที่จะนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนั้น อย่าเพิ่งไปเล็งผลเลิศว่าจะได้ตัวผู้กระทำ แต่ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ควรจะมีการประสานงานกันและแจ้งอย่างเป็นทางการว่าบุคคลที่เราขอตัวกลับมานั้น มีความผิดเรื่องอะไร ได้ทำอะไรไว้กับคนไทย ทำให้คนไทยไม่สบายใจอย่างไร เพราะว่าถ้าเพียงแค่มีหนังสือขอตัวกลับมานั้นทางนั้นจะไม่เข้าใจ แต่เราจะแจ้งเหตุผลให้ทราบ อย่างน้อยทางนั้นจะได้รู้ว่ามีบุคคลประเภทนี้อยู่ในพื้นที่ของเขา และยังทำร้ายจิตใจคนไทยอยู่

“นายกรัฐมนตรีอาจหมายถึงตัวบุคคลทั้งหลายสมัยก่อนตอนที่ยังไม่มีคสช. คนที่กระทำเช่นนี้ ในงานของหน่วยงานด้านความมั่นคงก็เคยไปพูดคุย ขอความร่วมมือว่าอย่าทำแบบนี้ แต่พอถึงเวลาก็กระทำอีก และตอนนี้ทางรัฐบาลก็มีข้อมูลอยู่ตามสมควรถึงตัวบุคคลที่ทำการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ”พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

ด้านนายพรชัย รุจิประภา รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) ให้สัมภาษณ์หลังประชุมครม. ถึงการดำเนินการตรวจสอบเว็บไซต์ที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบัน ตามที่คสช.ได้หารือและมอบหมายให้ไอซีทีเร่งตรวจสอบและดำเนินการอย่างเข้มงวด ว่า ที่ผ่านมาเราตรวจสอบตลอด โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ดำเนินการผิดพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ ที่ตรวจสอบแล้วพบว่ามีเว็บไซต์จำนวนมากและไอซีทีทำการปิดไปแล้วถึง 1,200 เว็บไซต์ ส่วนเว็บไซต์ใดที่ไม่ได้กระทำจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว

เมื่อถามกรณีที่มีบางเว็บไซต์เผยแพร่ภาพหรือข้อความที่ไม่เหมาะสมหรือพาดพิงสถาบันจะดำเนินการอย่างไร นายพรชัย กล่าวเพียงสั้นๆว่า ใช่ ซึ่งเราก็ต้องตรวจสอบและดำเนินการกับเว็บไซต์ที่เข้าข่ายดังกล่าวต่อไป