วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กมธ.ปฏิรูปศึกษาเสนอ7โยบายใส่รธน.

กมธ.ปฏิรูปการศึกษา เสนอ 7 นโยบายพื้นฐานแห่งรัฐไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ

นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ในฐานะสมาชิกสภาปฎิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้สมาชิก สปช.ได้ประชุมร่วมกัน โดยคณะกรรมการทั้ง 18 ชุด ได้เสนอแนวคิดว่าควรบรรจุอะไรไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่บ้าง ซึ่งในส่วนของคณะกรรมาธิการการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สปช. ได้เสนอว่า รัฐธรรมนูญ ต้องกำหนดเรื่องหน้าที่ของพลเมืองให้บุคคลต้องมีหน้าที่เข้ารับการศึกษาและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ส่วนประเด็นสิทธิเสรีภาพในการศึกษาของบุคคลก็จะมีสาระสำคัญคล้ายเดิม อาทิ บุคคลย่อมมีสิทธิเท่าเทียมกันในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากการศึกษาที่มีคุณภาพในรูปแบบที่หลากหลาย มีเสรีภาพในทางวิชาการ เป็นต้น

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวว่า สำหรับแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐที่จะบรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญในด้านการศึกษานั้นได้เสนอไว้ 7 เรื่อง ดังนี้ 1.กำหนดให้การศึกษาเป็นนโยบายระดับชาติที่มีความสำคัญสูงสุด โดยต้องมีความเชื่อมโยงกับนโยบายการพัฒนาทุกด้าน และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของประเทศ เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข มีความสามารถในการแข่งขัน และการธำรงรักษาเอกลักษณ์ของสังคมไทย 2.รัฐต้องส่งเสริมสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนของสังคมที่มีศักยภาพเข้ามามีส่วนร่วมในการจัด และสนับสนุนการศึกษาทุกระดับ โดยรัฐต้องปรับเปลี่ยนและลดบทบาทจากการเป็นผู้จัดการศึกษามาเป็นผู้ส่งเสริมสนับสนุน รวมถึงกำกับนโยบาย แผน มาตรฐาน และติดตามประเมินผล ซึ่งครอบครัวชุมชนจะมีบทบาทมากขึ้น 3.รัฐต้องส่งเสริมความเป็นนิติบุคคลของสถานศึกษาให้สามารถบริหารจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ มีความเป็นอิสระ และรับผิดชอบต่อคุณภาพของผลการจัดการศึกษา

สำหรับ 4.การจัดการศึกษาต้องสร้างความเป็นธรรมขจัดความเหลื่อมล้ำให้โอกาสการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพแก่บุคคลอย่างเท่าเทียม โดยรัฐต้องจัดสรรค่าใช้จ่ายพื้นฐานที่เพียงพอต่อการได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพตั้งแต่ปฐมวัยถึงการศึกษาภาคบังคับ ตามความแตกต่างของผู้เรียนและสถานศึกษา 5.การจัดการศึกษาต้องสร้างกระบวนการเรียนรู้ตั้งแต่หลักสูตร วิธีการจัดการเรียนการสอน และพัฒนาระบบครู คณาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา ปราชญ์ชาวบ้าน รวมถึงผู้ที่มีความรู้ต่างๆ ที่ถ่ายทอดความรู้แก่ผู้เรียน 6.รัฐต้องส่งเสริมการสร้างสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ในสังคมไทย โดยให้มีแหล่งเรียนรู้ และสื่อสาธารณะด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศิลปะ วัฒนธรรม และศาสนา เพื่อบ่มเพาะจิตสำนึกความเป็นพลเมืองไทยที่ดีมีคุณธรรมจริยธรรม และ7.นโยบายการศึกษาต้องมีความต่อเนื่อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ และปราศจากการแทรกแซงใดๆจากกลุ่มผลประโยชน์

"หลังจากนี้ค่าใช้จ่ายรายหัวการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานจะถูกคิดใหม่และมีการจัดระบบใหม่ รวมถึงมีแนวโน้มสูงที่จะตั้งซุปเปอร์บอร์ดที่กำกับดูแลนโยบายการศึกษาในภาพรวม โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆร่วมเป็นคณะกรรมการ เพื่อให้นโยบายสอดคล้องกับการผลิตกำลังคนของประเทศ" นายกมล กล่าว