วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯเปิดประชุมอาเซียนบวกสามรับมือ'อีโบลา'

“พล.อ.ประยุทธ์” นายกฯ เปิดประชุมอาเซียนบวกสามรับมือ “อีโบลา” ชี้ทุกภูมิภาคต้องเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิด

ที่โรงแรมรอยัล ออร์คิด เชราตัน เขตบางรัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เปิดการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนบวกสามสมัยพิเศษว่าด้วยการเตรียมความพร้อมการรับมือกับการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (ASEAN plus three health minister's Special Meeting on Ebora Preparradness And Response) โดยมีรัฐมนตรีสาธารณสุขจากประเทศในอาเซียน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รวมถึงเลขาธิการอาเซียน ผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกและตัวแทนหน่วยงานต่างๆเข้าร่วม เพื่อเตรียมความความพร้อมในการรับมือกับโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา

โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ASEAN Plus Three Health Ministers’ Special Meeting on Ebola Preparedness and Response ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของประเทศสมาชิกอาเซียน จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ในการเสริมสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาค เพื่อผนึกกำลังกันรับมือกับภัยคุกคามร่วมกันจากโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา เช่นที่เคยประสบความสำเร็จในการร่วมมือกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรคซาร์สและไข้หวัดนกในอดีต

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของอีโบลาในปัจจุบัน ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 6,000 คน จำนวนผู้ติดเชื้อขยายตัวเพิ่มมาก ก่อให้เกิดวิกฤติด้านสาธารณสุขและการแพทย์ เพราะยังไม่สามารถหาวิธีการใด ๆ ที่จะป้องกันโรค ยับยั้งหรือรักษาประชาชนที่ติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกแม้จะอยู่ห่างไกลจากบริเวณที่มีการแพร่ระบาดในขณะนี้ แต่ก็ไม่อาจนิ่งนอนใจได้ เพราะปัจจุบัน ทุกภูมิภาคทั่วโลกสามารถเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดในทุกด้าน โดยเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยว ในแต่ละวันมีเที่ยวบินระหว่างประเทศและภูมิภาคจำนวนมาก หากเกิดการแพร่ระบาดขึ้นที่ใดก็ตาม จะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการแพร่ระบาดไปยังที่อื่น ๆ ในภูมิภาคได้อย่างรวดเร็ว

ดังนั้นจึงไม่ใช่เพียงแต่เป็นความท้าทายทางสาธารณสุขเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางทางเศรษฐกิจต่อทุกประเทศในภูมิภาค และต่อเศรษฐกิจของโลกโดยรวม เพราะภูมิภาคเอเชียตะวันออกมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของโลก จากประสบการณ์การแพร่ระบาดของโรคซาร์และไข้หวัดนกในอดีต บางครั้งความหวาดกลัวที่เกิดจากความไม่รู้ สามารถส่งผลกระทบได้มากกว่าโรคระบาดเอง เพราะความหวาดกลัวได้ก่อให้เกิดความตื่นตระหนก จนทำให้การไปมาหาสู่กันและการค้าขายหยุดชะงัก ผู้นำของประเทศที่เกี่ยวข้องในครั้งนั้น ได้รวมตัวกันอย่างทันท่วงทีเพื่อกำหนดมาตรการต่างๆ จนกระทั่งสามารถร่วมกันควบคุมสถานการณ์ให้ค่อยๆ คลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติในที่สุด

นายกฯ กล่าวต่อว่า รัฐบาลไทยตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหาการระบาดของโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาที่เกิดขึ้นนี้ ประเทศไทยได้มีการดำเนินนโยบายเกี่ยวกับการสาธารณสุข โดยเสริมความเข้มแข็งของระบบการเฝ้าระวังโรคระบาด โดยเฉพาะโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำ มีเครือข่ายหน่วยเฝ้าระวัง หน่วยตรวจวินิจฉัยโรค และหน่วยที่สามารถตัดสินใจเชิงนโยบายในการสกัดกั้นการแพร่กระจายได้อย่างทันท่วงที

การดำเนินการในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการในการเฝ้าระวัง ควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา มีการเตรียมความพร้อมด้านการรักษาพยาบาล ห้องปฏิบัติการ ห้องแยกโรคและมาตรการควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล ควบคู่กับการสื่อสารความเสี่ยงกับประชาชนด้วยข้อมูลที่เป็นจริง รวมทั้งการเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาทางด่านท่าอากาศยาน และด่านทางน้ำ ตลอดจนติดตามผู้สงสัยจากประเทศที่มีการระบาดของโรคดังกล่าวอย่างเข้มงวด

“การร่วมมือของทุกประเทศในภูมิภาคอีกครั้งในวันนี้ จะเป็นการส่งสัญญาณให้ประชาคมโลกมีความมั่นใจ หลักสำคัญในการรับมือกับโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา คือการ “ตื่นตัว แต่ไม่ตื่นตระหนก” สร้างภูมิคุ้มกันผ่านการสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชน เสริมสร้างศักยภาพ และขีดความสามารถทางการแพทย์และบริการสาธารณสุข ส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัยและวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยล่วงหน้า มีระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่โปร่งใสและทันท่วงทีและกลไกการรับมือที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้การยับยั้งและการรับมือกับโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นไปอย่างเข้มแข็ง รวดเร็วมีประสิทธิภาพ และน่าเชื่อถือ"นายกฯ กล่าว

ประเทศไทยพร้อมที่จะให้การสนับสนุนในเรื่องนี้อย่างเต็มที่โดยอาศัยเครือข่ายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอาเซียนบวกสาม และยินดีแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการพัฒนาหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ากับนานาประเทศต่อไป