วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สมคิด'ปลุกพลังประชาชนร่วมปฏิรูปประเทศ

"สมคิด" ปลุกพลังประชาชนร่วมปฏิรูปประเทศ สร้างประวัติศาสตร์ไทย

ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เมื่อเวลา 10.00 น. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาเรื่องการปฏิรูปสังคม สร้างสัมมาชีพชุมชน ว่า วันนี้ได้เห็นการเริ่มต้นของพลังพลเรือนที่แท้จริงของประเทศ ซึ่งได้ประกาศไว้ ว่ามีความต้องการเข้าร่วมปฏิรูปประเทศที่มีความสำคัญอย่ายิ่งต่อประวัติศาสตร์ของไทย

นายสมคิด กล่าวว่า ทุกคนทราบดี ขณะนี้แนวคิดการปฏิรูปประเทศเป็นหัวใจการบริหารราชการแผ่นดิน และเป็นศูนย์กลางของความคาดหวังประชาชนที่อยากเห็นการพลิกฟื้นประเทศให้ดีขึ้น และฟื้นฟูความสุขสมบูรณ์ ขณะเดียวกันเรารู้ดีว่าความคาดหวังให้เกิดการปฏิรูปมีมานานแล้ว แต่ไม่เคยสัมฤทธิ์ผลสักครั้ง ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น สำหรับตนตั้งแต่เรียนหนังสือก็อยากเห็นประเทศดีขึ้น และเมื่อมาเล่นการเมืองก็ได้มีส่วนในเรื่องเศรษฐกิจของประเทศ โดยตลอด 6 ปีเต็มทางการเมืองมาถึงตอนนี้ได้ยินข้ออ้างที่มากที่สุด นั่นคือ โอกาสการปฏิรูปไม่เปิด แต่ที่ผ่านมากลับเข้าใจว่า โอกาสจะเปิดก็ต่อเมื่อพรรคการเมืองจะชนะเลือกตั้งกลับมามีอำนาจในการบริหารประเทศ ทั้งที่การปฏิรูปประเทศเป็นเรื่องใหญ่ต้องใช้เวลานาน แต่ตอนนี้โอกาสเปิดแล้ว อุปสรรคข้อนี้ตกไปแล้ว แต่จะทำได้หรือไม่อีกเรื่อง

"การปฏิรูปต้องเริ่มจากผู้นำทำหน้าที่ชี้ปัญหา ทิศทาง จูงใจให้เกิดการปฏิรูปประเทศ ที่ผ่านมามีความจริงใจ แต่ความจริงจังไม่มั่นใจ แต่ตอนนี้ความจริงจัง จริงใจเริ่มเห็น ซึ่งผู้นำได้ประกาศแนวแน่ให้มีการปฏิรูปประเทศ โดยให้มีคณะกรรมการสรรหาผู้ที่จะไปปฏิรูป ซึ่งต้องเป็นบุคคลที่สามารถเป็นจุดศูนย์กลาง ในการรวบรวมความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ส่งไปยังสภาปฏิรูป ขณะที่การปฏิรูปการคอรัปชั่น ทางนายกรัฐมนตรีก็ประกาศจะเอาจริง และคสช.จะดำเนินการในเรื่องนี้เอง" นายสมคิด กล่าว

นายสมคิด กล่าวชี้ว่า การปฏิรูปประเทศจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากพลังพลเมืองไม่ขับเคลื่อนจนเกิดการรวมตัวของภาคประชาชนอย่างสร้างสรรค์ จากประสบการณ์ตนมองว่ายังมีข้อจำกัด แม้จะมีประชาชนล้านคน แต่พลังที่แท้จริงยังไม่ถูกผลักดันออกมา เกิดจากประการแรกยังขาดการร่วมตัวเหนียวแน่น และจัดการอย่างเป็นระบบ มวลหมู่ประชาชนเหมือนกับน้ำที่ถูกขังดูนิ่ง ถ้าเราต้องนำมารวมตัวกันจะสร้างพลังมหาศาลได้ ประการที่สอง ขาดความรู้ข้อมูลและสื่อสารระหว่างประชาชนและระดับชุมชน อย่างฟิลิปปินส์พลังประชาชนเข้มแข็งสามารถโค้นล้มประธานาธิบดีมากอสได้ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังมีการคอรัปชั่นเหมือนเดิม ทำให้ต้องหาทางจัดระบบการบริหารภายในประเทศกันใหม่ใช่เวลากว่า 40 ปี จะสามารถปรับอันดับของประเทศตนเองให้อยู่ในระดับคอรัปชั่นดีขึ้น หรือประเทศเกาหลีใต้ มีการจัดตั้งเครือข่ายการรวมตัวภาคพลเมืองสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ สร้างเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อระดมความคิด 54 ประการในการปฏิรูปประเทศ และผลักดันจนออกมาเป็นกฎหมายได้สำเร็จ เช่น การใช้ชื่อจริงทำธุรกรรมทางการเงิน กฎหมายการต่อต้านคอรัปชั่น การให้รางวัลผู้ชี้เบาะแสที่ทำคอรัปชั่น และมีกิจกรรมเฝ้าระวังการเลือกตั้ง หรือการใช้งบประมาณของประเทศอย่างเห็นผิดสังเกต ก็ให้แจ้งมายังเครือข่าย มีการเคลื่อนไหวทันที เพื่อให้เกิดการพิจารณาของสภา โดยจะไม่มีการใช้อารมณ์ปลุกปั่น ถึงขนาดมีการรณรงค์เชิงลบ ถ้านักการเมืองคนไหนมีประวีติคอรปชั่นก็จะไม่ให้เลือกตั้งเข้ามาเป็นนักการเมือง

นายสมคิด กล่าวว่า สำหรับประเทศไทย เรามีพลังทั่วประเทศ จะตั้งโจทย์อย่างไร เมื่อคอรัปชั่นมี การเมืองยังเลว อย่าหวังจะทำได้ เราต้องเปล่งเสียงออกมาสร้างเครื่องมือสื่อสาร เราต้องอาศัยสื่อมวลชน ถ้าเราเชื่อมโยงให้ดี รากหญ้าเข้มแข็ง จะเป็นพลังที่บริสุทธ์ จะไม่มีใครปลุกปั่นเราได้เลย คืนความรักใคร่รอมชอมให้ได้ ทั้งนี้การเสนอข้อคิดเห็น การเคลื่อนไหวอย่างเป็นแบบแผนสร้างผู้นำสมัยใหม่ให้กับประเทศ โดยต้องทำอย่างประณีตเหมือนกับการทอดปลา ต้องค่อยทำในแต่ละจุดอย่างทั่วถึง และสักวันหนึ่งเราจะสามารถปฏิรูปได้อย่างทั่วถึง และเป็นธรรม