"พล.อ.ประยุทธ์" นายกฯ ระบุรธน.ฉบับใหม่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ชี้ประชาธิปไตยไม่ใช่แค่เลือกตั้ง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ว่าเนื่องในโอกาส วันรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมานั้น ตนก็ขอร่วมแสดงความยินดีกับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกท่านในการเฉลิมฉลองการมีรัฐธรรมนูญการปกครองแผ่นดินมากว่า 80 ปี นับตั้งแต่ประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย นับถึงปัจจุบันเราได้มีรัฐธรรมนูญ (และธรรมนูญการปกครอง) มาเกือบ 20 ฉบับ เราอาจต้องมาดูความพร้อมไม่พร้อม ในด้านความรู้ความเข้าใจในระบอบการปกครองนี้อย่างท่องแท้ แล้วก็การศึกษาของเรานั้น จะต้องยกระดับการศึกษาของเราให้ได้ ทำอย่างไรให้การเมืองของเรา นักการเมือง ประชาชน เรียนรู้ในเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดิน เพราะว่าเป็นคนใช้สิทธิ์ใช้เสียงในการเลือกตั้ง แล้วก็ในเรื่องของการจะทำอย่างให้การบริหารราชการของรัฐบาลที่เลือกเข้ามานั้น มีธรรมาภิบาล เรื่องเหล่านี้ทุกคนต้องเรียนรู้อย่าถือว่าเป็นหน้าที่ของใคร ของใครเลย ประชาชนต้องรู้ ถ้ารู้แล้วเราก็จะเลือกคนได้ถูกต้องก็มีรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้น ประเทศของเรานั้นเหมือนกับอยู่บนเรือฝ่าคลื่นลมการทุจริตมาโดยตลอด
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า การหาผลประโยชน์ใส่ตัวของผู้มีอำนาจ มีผลประโยชน์ตลอดมา ดังนั้น ก็จำเป็นที่ต้องมีการปรับปรุงรัฐธรรมนูญให้ทันสมัย เพื่อขจัดปัญหาในอดีต แล้วก็มีความเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยของเรา ตนก็ยังไม่มีข้อยุติว่าจะเป็นแบบไหนอะไรอย่างไร ก็เป็นเรื่องของการปฏิรูปในเรื่องของคณะกรรมการกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็เสนอขึ้นมาก็แล้วกัน เราก็จะไปพิจารณาร่วมกันอีกครั้งหนึ่งในช่วงท้าย วันนี้ก็แสดงความคิดเห็นกันไปได้ ตนไม่ได้จำกัดใดๆ ทั้งสิ้น แล้วก็จะมาถามข้อสรุปของตนยังสรุปไม่ได้ในเวลานี้
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญก็เป็นหัวใจในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่เราไม่อาจจะละเลยได้เลย คือ ประเทศประชาธิปไตย นั้น ไม่เพียงแต่จัดให้มี “การเลือกตั้ง” เท่านั้น คือ เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลสามารถเสนอตัวเข้ารับใช้ส่วนรวมโดยการสมัครรับเลือกตั้ง และเปิดโอกาสให้พลเมืองใช้สิทธิในการที่จะเลือกบุคคลที่ตนต้องการให้เป็นผู้ปกครอง หรือเป็นผู้ใช้สิทธิเป็นปากเสียงแทนตนในสภาฯ เท่านั้น หากแต่การใช้สิทธิเลือกตั้งนั้น หากแต่การใช้สิทธิเลือกตั้งนั้น ต้องมีหลักประกันในการใช้สิทธิด้วยว่า สามารถได้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ได้อย่างเสรีเต็มที่ไหม มีโอกาสเลือกสรรตัวบุคคลที่ต้องการจริง ๆ และปราศจากแรงจูงใจที่จะให้เกิดการทุจริต เช่น การซื้อสิทธิขายเสียง วันนี้อาจจะซื้อสิทธิขายเสียงอาจจะมีมากบ้างน้อยบ้าง แล้วแต่พื้นที่ไป แต่วันนี้ทุกนักการเมืองเขามีฐานเสียงของตัวเองทั้งสิ้น มีประชาชน เหมือนกับว่าเป็นคะแนนเสียงของตัวเอง ไปไหนก็ไปด้วยตลอด
"ผมว่าก็อันตรายเหมือนกัน ต้องดูในเรื่องของหลักการในเรื่องของนโยบายให้ชัดเจนขึ้น เพราะว่าในระบอบประชาธิปไตย ก็คงไม่ได้หมายความเพียงว่า “การยึดหลักเสียงข้างมาก” อย่างเดียวและก็พยายามทำอย่างไรให้มีเสียงมากขึ้น จนกระทั่งหลงลืม บางครั้งก็หลงลืมเสียงข้างน้อย ฉะนั้นจำเป็นต้องมีหลักประกันให้เสียงข้างน้อยด้วย ให้เขาได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน และต้องได้รับการเคารพจากเสียงส่วนใหญ่ด้วย เสียงข้างมากต้องไม่ไปละเมิด หรือก้าวก่ายสิทธิของเสียงข้างน้อย เสียงข้างน้อยก็ไม่ไปเกะกะระรานกับเสียงข้างมากอะไรทำนองนี้ เพราะเป็นคนไทยด้วยกันทั้งสิ้น " พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า เรากำลังอยู่ระหว่างการปฏิรูปประเทศในทุกมิติ การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นความพยายามร่วมกันของ คณะรัฐมนตรี (ครม.) คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งในรัฐธรรมนูญใหม่ฉบับนี้ ก็ได้มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง
พล.อ.ประยุทธ์กล่าว ตนบอกแล้วว่าต้องคิดถึงประชาชนก่อน และย้อนขึ้นมาว่าจะไปสู่กระบวนการเข้าสู่อำนาจอย่างไร และไปหากระบวนการตรวจสอบความโปร่งใส ว่ากันมา ถ้าไปเริ่มต้นจากข้างบนลงไปก่อน ไปถึงข้างล่างก็ไปไม่ถึงข้างล่าง เริ่มจากข้างล่างอย่างเดียวก็ไปไม่ถึงข้างบน เพราะฉะนั้นถ้าเริ่มจากข้างล่างประชาชนเป็นศูนย์กลางก่อน ข้างบนก็เป็นฝ่ายบริหาร ตรงกลางก็หาช่องทาง หาวิธีการดำเนินการมา ให้เกิดความโปร่งใสมีประสิทธิภาพก็แล้วกัน ถึงจะเกิดความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงและยั่งยืน
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม กฎหมายดังกล่าว หรือว่ารัฐธรรมนูญดังกล่าว ก็เขียนมาตั้ง 20 ฉบับแล้ว ฉะนั้นถ้าเขียนดีอย่างไรก็ตาม แต่ขาดจิตสำนึกที่ดี ขาดคุณสมบัติของนักการเมืองที่ดี ขาดการเป็นประชาชนที่มีการเรียนรู้แล้ว อย่างไรก็ไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นแต่ละคนแต่ละพวก แต่ละฝ่ายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคยทรงรับสั่งไว้แล้วว่า ทุกคนทำหน้าที่ด้วยความสุจริตใจ ในหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด บ้านเมืองก็เป็นที่แน่นอนว่าจะต้องก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความสุขอย่างยั่งยืน ทรงรับสั่งไว้แล้ว เพราะฉะนั้น “หน้าที่พลเมือง”เป็นสิ่งสำคัญ หน้าที่นักการเมือง หน้าที่ข้าราชการ หน้าที่ประชาชนคนละอย่างกัน ต้องต่างคนต่างมีบทบาทของตัวเอง ต้องวางตัวให้เหมาะสม ไม่อย่างนั้นประเทศไทยก็เหมือนเดิม ไม่หลุดพ้นกับดักประชาธิปไตยหรือคำว่ามีเสรีภาพ มีสิทธิเป็นของประชาชนอะไรทำนองนี้ ไร้ขอบเขต ไร้ขีดจำกัดไม่ได้ ต้องเคารพสิทธิผู้อื่นด้วย ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพคนอื่นเขาด้วย





