วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯปลื้มอันดับความโปร่งใสไทยกระเตื้อง

"ประยุทธ์" ปลื้มอันดับความโปร่งใสไทยกระเตื้อง แต่ไม่เหลิงยังเน้นแก้ปัญหาทุจริต ลั่นไม่เพิกเฉย

เผยตั้ง "คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ" อวดใช้ระบบการสร้างความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐวิสาหกิจ นำร่องใช้กับ "สุวรรณภูมิ เฟส2" พร้อมจับเซ็น "สัญญาคุณธรรม" เสริมกำลังเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. อีก 700 อัตรา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ประเทศไทยเรา องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International : TI) ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมระดับโลก ที่ไม่มุ่งหวังผลกำไร มีเครือข่ายใน 120 ประเทศทั่วโลก ก่อตั้งในประเทศเยอรมนี เมื่อปี พ.ศ.2536 (21 ปีที่แล้ว) และไทยได้เข้าร่วมเป็นเครือข่ายในปี พ.ศ. 2543 (14 ปีที่ผ่านแล้ว) ก็เผยผลการจัดอันดับดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index : CPI) ของปี พ.ศ.2557 ระบุว่าประเทศไทยของเรา ได้คะแนนดีขึ้น มาเป็นลำดับที่ 85 รวม 9 ประเทศ จากทั้งหมด 175 ประเทศ ดีขึ้นจากปีที่แล้ว 17 อันดับ เดิมเราได้ลำดับที่ 102 เป็นอันดับที่ 12 จาก 28 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มประเทศอาเซียน รองจากสิงคโปร์อันดับ 7 และมาเลเซีย อันดับ 50

"ถึงแม้ว่าอันดับของประเทศไทยจะดีขึ้นในสายตาองค์กรระหว่างประเทศนั้น แต่ผมคิดว่าประเทศไทยก็ยังต้องมีการให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ผมในฐานะหัวหน้ารัฐบาลได้แถลงนโยบายของรัฐบาลต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติไปแล้ว ในเรื่องของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นนั้นถือว่าเป็นวาระสำคัญเร่งด่วนแห่งชาติ เนื่องจากว่า การทุจริตเป็น ต้นตอ ของปัญหาด้านต่างๆ ของประเทศ อีกทั้งยังทำให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม เกิดอุปสรรคต่อการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของงประเทศในระยะยาวด้วย ซึ่งสะท้อนถึงวิกฤตการณ์ด้านคุณธรรมจริยธรรมของคนในสังคม ทุกภาคส่วนนั้นต้องให้ความร่วมมือ ช่วยกันแก้ปัญหาอย่างเอาจริงเอาจัง ทั้งรัฐบาล เอกชนประชาชน ข้าราชการ องค์กรต่างๆ ช่วยกันดูแลในเรื่องนี้ ทั้งผู้ให้ผู้รับก็มีความผิดทั้งคู่" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ตนในฐานะผู้นำฝ่ายบริหาร และหัวหน้ารัฐบาล ได้แสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนและจริงใจในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างมีธรรมาภิบาล และจะไม่เพิกเฉยต่อการกระทำความผิดกฎหมาย ก็จะนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทุกเรื่อง ก็เป็นเรื่องของการพิจารณาต่อไป ตามขั้นตอนต่าง ๆ ให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ทุกภาคส่วน?เรื่องของการฉ้อราษฎร์บังหลวงนั้น ส่วนใหญ่มักจะนำผลประโยชน์ของรัฐมาเป็นส่วนตัว หรือเอื้อประโยชน์ ซึ่งข้าราชการทุกระดับชั้นนั้น ทั้งบุคคลรอบข้างหรือใกล้ชิดต่าง ๆ ก็ต้องระมัดระวังด้วย อย่าปล่อยปะละเลยให้คนเหล่านั้นไปเรียกร้องผลประโยชน์ ในส่วนของรัฐบาลผมเองและคณะรัฐบาลก็ไม่เข้าเกี่ยวข้องในผลประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นขอให้ช่วยกันดูแลด้วย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่าในฐานะหัวหน้า คสช. ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง “คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ” เพื่อที่จะบูรณาการการกำกับดูแลทั้งในเรื่องการ “ป้องกัน” และ “การปราบปราม” การทุจริตคอร์รัปชั่นของภาครัฐทั้งระบบซึ่งที่ผ่านมานั้น อาจะจะมีการดำเนินการอยู่บ้างแล้วแต่การบริหารจัดการค่อนข้างกระจัดกระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน อาจจะไม่มีเจ้าภาพหลักที่ดูแลในเรื่องของการบริหารจัดการจะได้ให้รวดเร็วขึ้น และให้ได้รับการยอมรับจากทุกพวกทุกฝ่าย ในเรื่องของการดูแลเรื่องคอร์รัปชั่นให้จริงจังขึ้น มีการประสานงาน มีการดำเนินการต่างๆ ให้รวดเร็ว แต่ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ด้วยพยานหลักฐานให้ชัดเจนขึ้น อาจจะดูล่าช้าไป เพราะบ้างอย่างยากที่จะหาพยาน หาวัตถุพยาน กระบวนการทุจริตเหล่านี้ก็มีการพัฒนาไปเรื่อยๆ เราก็จำเป็นต้องมีการพัฒนาในส่วนของกระบวนการตรวจสอบให้ทันต่อสถานการณ์

"เพราะฉะนั้น คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาตินี้ ก็อย่าเกรงว่าจะเป็นซ้ำซ้อนกับใครอะไร อย่างไร กลไกหลักในการดำเนินการป้องกัน ก็จะเน้นในเชิงป้องกันและขจัดทุจริตคอร์รัปชั่นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้นเอง คณะกรรมการฯ ชุดนี้นอกจากจะมีกรรมการจาก คสช. แล้ว จะมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนจากหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง กับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย เมื่อได้รับข้อมูลต่าง ๆ ครบถ้วนแล้ว หากมีหลักฐานชัดเจน เป็นการรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลายจากทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน คงต้องมาช่วยกัน ว่าจะช่วยกันทำอย่างไร ทำให้การป้องปรามและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นให้มีผลอย่างจริงจัง มีประสิทธิผล และจะช่วยเสริมในการประสานให้กับการทำงาน การต่อต้าน การทุจริตคอร์รัปชั่นของรัฐบาล ของทุกหน่วยงานให้เป็นไปได้ดียิ่งขึ้น" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้สั่งการให้มีการนำระบบการสร้างความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐวิสาหกิจ ได้นำระบบการลงทุนการก่อสร้างภาครัฐ (Construction Sector Transparency: CoST) มาใช้ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการเปิดเผยข้อมูลการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ไม่อย่างนั้นก็กล่าวกันไปกันมา บางทีก็มีข้อเท็จจริงบ้างไม่จริงบ้าง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า?ในส่วนของโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 ของบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) จะเป็นโครงการนำร่องที่จะใช้ระบบ CoST เข้ามาตรวจสอบการดำเนินการ ก่อนจะขยายไปสู่โครงการของรัฐวิสาหกิจอื่น ๆในการนำระบบ CoST มาใช้นี้ จะช่วยลดช่องทางหาประโยชน์ของผู้มีอำนาจ แล้วก็เพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแล และการตรวจสอบของภาคประชาชน ตั้งแต่การออก TOR การประกวดราคา การก่อสร้าง จนถึงการตรวจรับงาน ก็ได้ย้ำไปหลายครั้งแล้วว่าผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดนั้น จะต้องดำเนินการด้วยความโปร่งใสตรวจสอบได้ในทุกมิติ

?นอกจากนั้น รัฐบาลยังได้มีการนำ “สัญญาคุณธรรม” หรือ Integrity Pact มาใช้ โดยหน่วยงานรัฐแล้วก็ผู้จัดซื้อจัดจ้างและเอกชนทุกคนที่เข้ามาเสนอราคาต้องลงนามในสัญญาที่ว่านั้นว่า จะไม่มีการรับหรือให้สินบน แล้วก็ยอมรับกระบวนการเปิดเผยข้อมูลในทุกขั้นตอน แล้วก็ยอมให้ผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพหรือภาคประชาสังคมเข้ามาเป็นคณะตรวจสอบอิสระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ก็จะเป็นโครงการนำร่องการปฏิบัติตามสัญญาคุณธรรม

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ได้เร่งดำเนินการการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการเร่งด่วนที่สำคัญ ที่จะเร่งดำเนินการก่อน เพื่อวางรากฐานการพัฒนาที่ให้ปราศจากการทุจริต อาทิ การนำระบบพิทักษ์คุณธรรมมาใช้ในการบริหารงานบุคคล ส่งเสริมคนดีมีความรู้ความสามารถให้มีโอกาสทำงาน การออกกฎหมายเพื่ออุดช่องว่างการกระทำผิด เช่น การออกกฎหมายอำนวยความสะดวกให้การบริการภาครัฐ การเพิ่มช่องทางการเข้าถึงและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เช่น ศูนย์ดำรงธรรม ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ศูนย์บริการแบบ One Stop Serviceต่างๆ อย่างทั่วถึง วันนี้ก็มีการจัดตั้งกองทุนยุติธรรมด้วยเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการกระบวนการยุติธรรม ดูแลช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อย ในกรณีที่มีคดีความต่าง ๆ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า อีกเรื่องหนึ่ง คือ เรื่องการปรับปรุงและเสริมสร้างมาตรการ - เครื่องมือในการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมาและเด็ดขาด ตามหลักนิติธรรม จะต้องไม่ถูกแทรกแซงจากอำนาจหรือปัจจัยภายนอก อันนี้ก็คงต้องดูแลด้วย ดูแลเจ้าหน้าที่ด้วยที่เกี่ยวข้อง อาจจะถูกกดดันจากหลาย ๆ ทางด้วยกัน ในเรื่องของความปลอดภัยของตัวเอง ของครอบครัว ตนก็ให้แนวทางไปแล้วต้องดูแลเขาด้วย จะได้สามารถที่ตัดสินใจในเรื่องของการใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ในการการส่งเสริมความเข้มแข็งของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้สามารถดำเนินงานตามภารกิจได้อย่างเต็มขีดความสามารถ ก็ได้อนุมัติอัตรากำลังพลเพิ่มเติมมากกว่า 700 อัตรา เพื่อให้ ป.ป.ช.สามารถสะสางคดีที่มีค้างอยู่เดิมก่อนที่ คสช. จะเข้ามาดำเนินการเป็นจำนวนมากถึงเกือบ 2,000 คดีให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้น

"สุดท้าย คือ เรื่องการเป็นอยู่อย่างพอเพียง คือ การดำเนินชีวิตโดยยึดหลักความพอประมาณ ซื่อตรงไม่ละโมบโลภมาก รู้จักยับยั้งชั่งใจ ไม่เอาเปรียบหรือเบียดเบียนตัวเองและผู้อื่น ซึ่งก็นับว่าเป็นการน้อมนำ “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงเน้นความพอดี พอสมพอควรแก่ฐานะ ความมีเหตุมีผล การมีภูมิคุ้มกันมาเป็นแนวคิด แนวปฏิบัติ หลักสูตรนี้ถือว่า เป็นการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ด้านคุณธรรมจริยธรรมให้กับเยาวชนลูกหลาน ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมปลาย ในการต่อสู้กับกระแสวัตถุนิยม ทุนนิยมด้วยปัญญา ?อย่างที่ “พระมหาชนก” ที่ไปดูกันมาก็จะมีคำเหล่านี้อยู่ด้วย ต้องต่อสู้หรือว่าต้องมีความเพียรพยายาม ใช้สติปัญญาในการเอาชนะทุกอย่างที่เป็นอันตราย เพราะฉะนั้น ถ้าเราใช้ปัญญาแล้วเราก็จะป้องกันแล้วก็ปราบปรามการทุจริต ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญต่อชาติบ้านเมืองเรา เพราะฉะนั้นเราก็อยู่ในหัวข้อในการปฏิรูปของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ทุกด้านเลย ทั้ง 11 ด้าน จะต้องนำหัวข้อการปฏิรูปในทุกกิจกรรมใส่เข้าไปด้วย" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว