วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กมธ.การเมืองย้ำข้อเสนอเลือก'นายกฯ-ครม.'ตรง

สนช. เริ่มพิจารณาข้อเสนอรายกมธ.เสนอต่อกมธ.ยกร่างรัฐธรมนูญ "กมธ.การเมือง"ย้ำข้อเสนอเลือก"นายกฯ-ครม."ทางตรง

ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณารายงานการรวบรวมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 34 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 (ครั้งที่ 1) ที่คณะกรรมาธิการสามัญรวบรวมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 34 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พิจารณาเสร็จแล้ว โดยนายกล้าณรงค์ จันทิก ในฐานะรองประธานกรรมาธิการฯ รายงานการทำงานของกรรมาธิการฯ ว่า ตามที่ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 6 พ.ย.2557 ได้พิจารณาญัตติ เรื่องขอเสนอตั้งคณะกรรมาธิการสามัญรวบรวมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 34 วรรคสอง ซึ่งนายสมชาย แสวงการ เป็นผู้เสนอ แล้วมีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการฯ เพื่อดำเนินการในเรื่องดังกล่าวจำนวน 35 คน โดยมีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย เป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ นั้น เพื่อให้การเสนอความคิดเห็นของสมาชิกสนช.เป็นประโยชน์ต่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการสามัญรวบรวมความเห็นฯ จึงดำเนินการรวบรวมความเห็นของคณะกรรมาธิการสามัญฯ ของสนช.ทั้ง 16 คณะ รวมถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาการผังเมืองและการใช้พื้นที่ และจากสมาชิกสนช. ประกอบความเห็นเพื่อให้เกิดการปฏิรูปตามมาตรา 27 และครอบคลุมประเด็นตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 35 ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ ได้จัดทำรายงานเสร็จสิ้นแล้ว

จากนั้น นายสุรชัยซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้ชี้แจงว่า การอภิปรายนั้นจะให้ตัวแทนคณะกรรมาธิการของสภาฯ และคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ทั้ง 17 คณะเป็นผู้แถลงความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ต่อที่ประชุม โดยสมาชิกสนช.ผู้ที่เสนอความคิดเห็นอภิปรายโดยใช้เวลาไม่เกินคนละ 5 นาที หลังจากนั้นจะเปิดโอกาสให้สมาชิกสนช.ได้ซักถามเจ้าของความคิดเห็นได้

โดยนายกล้านรงค์ จันทิก ประธาน กมธ.การเมือง สนช. รายงานเป็นคณะแรกถึงข้อเสนอในกมธ.การเมืองแยกฝ่ายบริหารออกจากฝ่ายนิติบัญญัติ โดยนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องประกอบเป็นคณะบุคคลโดยจะสังกัดพรรคหรือไม่ก็ได้ เพื่อให้ประชาชนเลือกตั้งทางตรง โดยผู้ที่ได้รับเลือกดังกล่าวต้องมีวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี และดำรงตำแหน่งไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน โดยคณะบุคคลที่จะสมัครเป็นนายกฯ และ รัฐมนตรีต้องมีนโยบายหาเสียงที่ชัดเจน ปฏิบัติได้จริง และระบุแหล่งที่มาของโครงการเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ข้อมูลประกอบการพิจารณา ขณะที่ระบบรัฐสภา ให้มี 2 สภา โดยส.ส.ต้องมาจากการแบ่งเขตเลือกตั้งเท่านั้น และไม่มีส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนการลงเลือกตั้งผู้สมัครสามารถลงเลือกตั้งได้อย่างอิสระ ไม่สังกัดพรรคการเมืองก็ได้ ขณะที่ส.ว.ต้องมาจากการสรรหา โดยต้องขยายฐานการสรรหาเพิ่มเติมจากคณะกรรมการสรรหาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ 2550 โดยเพิ่มเติมจากตัวแทนของอาชีพ ขณะที่หน้าที่ส.ว. ต้องมีเพียงกลั่นกรองกฎหมายและเห็นชอบบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งเท่านั้น ขณะที่การถอดถอนให้เป็นอำนาจของรัฐสภา คือ ส.ส. และ ส.ว. ต้องกำหนดเกณฑ์ถอนถอนเป็นจำนวนกึ่งหนึ่งของทั้ง 2 สภา

ขณะที่องค์กรตามรัฐธรรมนูญ 7 องค์กร มีข้อสังเกต คือ 1.องค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบอำนาจรัฐ ไม่ควรจัดอบรม หรือหลักสูตรการศึกษาให้บุคคลภายนอกเข้าร่วม เพราะจะเกิดระบบอุปถัมภ์ 2.กำหนดคำนิยามองค์กรอิสระให้ชัดเจน เพื่อให้การทำงานมีอิสระที่ชัดเจน และปรับปรุงระบบสรรหาให้เหมาะสม 3.ทบทวนวาระการดำรงตำแหน่งที่ไม่ให้นานเกินไป 4.ปรับปรุงสิทธิหน่วยงานธุรการและ 5.มีการตรวจสอบการใช้งบประมาณของหน่วยงาน

ด้านพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานกมธ.การบริหารราชการแผ่นดินนำเสนอว่า รัฐต้องปลูกฝังจิตสำนึก ผู้นำที่มีคุณภาพในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมนำหลักธรรมาภิบาลและการบริหารราชการแผ่นดินโดยนำหลักปฏิบัติของคณะรักษาความสงบแห่งขาติ (คสช.) และหลักธรรมาภิบาล 8 ประการ ขององค์การสหประชาชาติมากำหนดในรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นในส่วนของการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน ต้องให้ป.ป.ช.มีบทบาทในการตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ รวมถึงการใช้จ่ายงบประมาณทุกระบบ ขณะที่การบริหารต้องมีระบบถ่วงดุลอำนาจ มีกลไกควบคุมคุณภาพ กลั่นกรอง ผู้เข้าสู่ตำแหน่งให้ได้ผลและออกจากตำแหน่งง่ายขึ้น, ไม่มีการกำหนดอายุความคดีทุจริต ครม. ไม่ต้องมาจาก ส.ส. หรือ ส.ว.ในขณะนั้น ขณะที่นายกฯ มาจาก ส.ส. หรือ ส.ว. หรือบุคคลภายนอกก็ได้ ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อผ่านการพิจารณาของรัฐสภาแล้วต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา

ส่วน พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ ประธาน กมธ.กฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ รายงานข้อเสนอแนะว่าสิทธิของผู้ต้องหา หรือจำเลย ต้องมีหลักประกันคุ้มครองคดีที่ถึงที่สุด คำนึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมถึงมีมาตรการคุ้มครองสิทธิของประชาชน ขณะที่สิทธิในทรัพย์สินของบุคคลต้องได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ แต่ทรัพย์สินดังกล่าวต้องไม่ครอบคลุมถึงอาวุธปืน ควรยึดถือสิทธิและเสรีของประชาชนเป็นสำคัญ หลักการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนั้นต้องปรับปรุงกฎหมายที่มีบทบัญญัติขัดหรือแย้งต่อหลักการสิทธิมนุษยชนอย่างไม่ชักช้าและผลักดันกฎหมายตามหลักสิทธิมนุษยชน ด้านกระบวนการทางศาลให้โอนการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญไปอยู่เพียงแผนกหนึ่งของศาลยุติธรรม ขณะที่องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญต้องมีการทบทวนบทบาทและการทำหน้าที่ของหน่วยงานนอกจากนั้นต้องให้มีคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายและคณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเป็นคณะทำงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการทำงาน

ขณะที่พล.ท.ชาญชัย ภู่ทอง ประธาน กมธ.การปกครองท้องถิ่น รายงานข้อเสนอแนะว่าการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ถ่วงดุลการใช้อำนาจระหว่างผู้บริหาร และสภาท้องถิ่น โดยที่มาของผู้บริหารและสภาท้องถิ่นต้องเป็นไปตามหลักนิติรัฐ โดยรูปแบบที่มาต้องหลากหลายโดยคำนึงถึงความเหมาะสมของพื้นที่ ส่วนการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษต้องเป็นไปตามความเหมาะสม ขณะที่การกระจายอำนาจต้องให้ท้องถิ่นพึ่งพาตนเองและตัดสินใจในการดำเนินงานในพื้นที่ได้ด้วยตนเอง นอกจากนั้นต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารและการแก้ปัญหาในพื้นที่รวมถึงการกำกับการบริหารงานการตรวจสอบของคณะทำงานขององค์กร นอกจากนั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องสามารถจัดหารายได้ให้กับหน่วยงานเสริมกับการได้รับการจัดสรรจากรัฐ

ทางด้านคุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ กมธ.การศึกษาและการกีฬา รายงานข้อเสนอแนะว่าในหลักการใหญ่ต้องปฏิรูปการศึกษา กีฬา สังคม และวัฒนธรรมภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง