น้อง'เสี่ยโจ้'โร่พบบิ๊กตร.แฉผกก.ข่มขู่

น้อง'เสี่ยโจ้'โร่พบบิ๊กตร.แฉผกก.ข่มขู่

"วรากร" น้องเสี่ยโจ้ โร่พบบิ๊กนครบาล แฉถูกผกก.ข่มขู่ เชื่อพี่ชายถูกอุ้มไปแล้ว ขอเรียกร้องความเป็นธรรม

จากกรณีนายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือเสี่ยโจ้ อายุ 46 ปี เจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด สหทรัพย์ทวีค้าไม้ เลขที่ 103/49 ถนนนาเกลือ หมู่ 8 ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี ถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นกิจการหลายครั้งจนถูกควบคุมตัวมาดำเนินคดีในข้อหา ปลอมแปลงเอกสารตราประทับ และศาลปัตตานีพิพากษาจำคุก 1 ปี 9 เดือน โดยไม่รอลงอาญา แต่ได้หลบหนีไปนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 11 ธ.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) นายวรากร เจียรเสริมสิน หรือ โจ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38 หมู่ 5 ต.หาดคำ อ.เมือง จ.หนองคาย ซึ่งเป็นน้องชายนายสหชัย หรือเสี่ยโจ้ ได้เดินทางมาขอพบ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมนกุล ผบช.น.เพื่อยื่นเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริง และขอความเป็นธรรมให้กับพี่ชาย พร้อมแนบหลักฐานประกอบด้วย สำเนาใบขอโอนเงิน และใบเสร็จรับเงินลงวันที่ 21 พ.ย. 2551 และวันที่ 23 ก.ย.2552 รวมทั้งใบบันทึกรายการโอนเงินทางเอทีเอ็ม ลงวันที่ 27 ม.ค.2555 และภาพถ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งในหนังสือระบุว่า มีนายตำรวจท่านหนึ่งที่ถูกส่งมาช่วยงานตำรวจน้ำในจังหวัดปัตตานี และมีพฤติกรรมเป็นมาเฟีย

นายวรากร กล่าวว่า กรณีที่พบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า แอคคอร์ด หมายเลขทะเบียน กง 576 หนองคาย จอดทิ้งอยู่ริมถนนใน อ.สะเดา จ.สงขลา นั้น ตนทราบจากอดีตภรรยาว่า รถดังกล่าวเสียกะทันหัน และภรรยาได้ขอเงินเพื่อไปซ่อมรถ แต่ตนไม่ได้ติดต่อกลับไป โดยส่วนตัวแล้วไม่คิดว่าพี่ชายจะหลบหนีไปต่างประเทศได้ เพราะพี่ชายเรียนจบเพียงแค่ ม.3 และไม่มีความรู้ภาษาอังกฤษ อีกทั้งยังติดหนี้สินสินเป็นเงิน 400 ล้านบาท เพราะการจะออกนอกประเทศได้นั้น จะต้องมีหนังสือรับรองที่เป็นทางการ

นายวรากร กล่าวต่อว่า สำหรับบางคนมองว่าพี่ชายเป็นคนมีพรรคพวกมาก แต่จากการที่เจ้าหน้าที่ตั้งเงินรางวัลนำจับ อาจจะมีคนพบเบาะแสแล้วบ้าง หรือไม่ก็มีพรรคพวกส่งข่าวความคืบหน้าของพี่ชายให้เจ้าหน้าที่ทราบบ้างแล้ว เพราะเชื่อว่าคงมีคนอยากได้เงินรางวัลนำจับกัน ซึ่งความจริงแล้วคนที่บ้านน่าจะรู้ข่าวความเคลื่อนไหวของพี่ชายบ้าง แต่ทุกวันนี้ทุกคนที่บ้านไม่มีใครรู้เรื่อง ส่วนชีวิตของคนในครอบครัวตอนนี้ก็จะต้องใช้ชีวิตแบบหลบๆ ซ่อนๆ กันทุกคน เพราะตอนนี้ไม่มีความสุข ถึงแม้การออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมจะทำให้ชีวิตไม่สงบสุข ตนก็พร้อมจะเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับพี่ชาย หากจะต้องการตรวจสอบตนก็พร้อมที่จะให้ตรวจสอบ ซึ่งยืนยันว่าตนไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นแต่อย่างใด

"ถ้าการเรียกร้องความเป็นธรรมในวันนี้ ไม่มีอะไรคืบหน้า ผมจะทำหนังสือเพื่อทวงถามอีกครั้ง และพร้อมที่จะเดินทางไปทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบ ตอนนี้ผมกังวลว่าพี่ชายซึ่งไม่สามารถติดต่อได้ อาจจะโดนอุ้มไปแล้วก็ได้ เพราะแม้แต่คนในครอบครัวก็ยังติดต่อไม่ได้เลย ผมหวังที่ว่าสื่อมวลชนจะช่วยกันตามพี่ชายผมอีกแรง ก่อนหน้านี้เคยมีเจ้าหน้าที่ไปค้นที่บ้านแล้วเจอเอกสารการโอนเงิน ซึ่งครั้งละไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท โอนเงินประมาณ 3-4 ครั้ง ผมไม่รู้ว่าโพยนี้มีอยู่ในบ้านจริงหรือเปล่า และก็ไม่รู้ว่ามีไว้ทำไม" นายวรากร กล่าว

นายวรากร กล่าวถึงกรณีน้ำมันเถื่อนที่เจ้าหน้าที่นำมาเชื่อมโยงจับกุมพี่ชาย ว่าตนไม่ทราบว่าเรื่องน้ำมันเถื่อนดูกันอย่างไร มีใครสามารถอธิบายได้หรือไม่ ในความคิดตนคือการนำน้ำมันเข้ามาในประเทศไทย ถือว่าเถื่อน แล้วถ้าน้ำมันดังกล่าวอยู่ในน่านน้ำสากลจะถือว่าเถื่อนหรือไม่ นี่เป็นข้อสงสัยส่วนตัว ไม่ได้จงใจจะเปิดประเด็นหรืออย่างไร หรือหากพบน้ำมันที่ไปขายอยู่ในน่านน้ำอิโดนีเซีย น่านน้ำมาเลเซีย น่านน้ำเวียดนาม น่านน้ำกัมพูชาอย่างที่เป็นข่าว จะต้องเสียภาษีกับใคร

"ตอนนี้ผมสงสัยว่าหลังจากมีการข่มขู่และคุกคามของเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งแล้วได้มีเอกสารการโอนเงินเข้าไปในสำนวนคดีได้อย่างไร เพราะว่าตำรวจคนนี้เป็นคนนำทหารเข้ามาจับกุม และเป็นนายตำรวจระดับผู้กำกับช่วยราชการตำรวจน้ำปัตตานี" นายวรากร กล่าว