ไพบูลย์ ชงกมธ.ยกร่างรธน. ตั้งสภาตรวจสอบภาคประชาชนจับตาทุจริตแทนป.ป.ช.จังหวัด
ลดวาระ ป.ป.ช.เหลือแค่ 5 ปี เป็นได้แค่ 1 วาระ ยึดอำนาจแจกใบแดงของกกต.ให้ศาลทำแทน เพิ่มช่องทางให้ชาวบ้านร้องผ่านส.ส.-ส.ว.ได้
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญคณะที่ 8 ว่าด้วยการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ องค์กรอิสระ องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ และองค์กรตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ ในกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า สิ่งที่จะเสนอต่อกรรมาธิการยกร่างฯ คือ จะเสนอหลักเกณฑ์ในการควบคุมคัดสรรบุคคลที่จะมาเป็นกรรมการในองค์กรอิสระ รวมถึงคณะกรรมการในการสรรหาบุคคลมาเป็นองค์กรอิสระ และภาคองค์กรเอกชนที่ใช้งบประมาณแผ่นดิน
นอกจากนี้ จะเพิ่มช่องทางให้ประชาชนยื่นเรื่องร้องเรียนซึ่งจากเดิมที่ต้องยื่นร้องผ่านองค์กรอิสระนั้น ให้สามารถยื่นเรื่องร้องเรียนผ่านทางส.ส.หรือส.ว.ไปยังศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลยุติธรรมได้ด้วย ทั้งนี้ จะให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐโดยการตั้งสภาตรวจสอบภาคประชาชนในทุกจังหวัด จังหวัดละ 50 คนเพื่อทำหน้าที่ร่วมตรวจสอบในการทุจริตการร่วมกับองค์กรอิสระ อาทิ ตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นของข้าราชการในจังหวัดนั้นๆ และยังสามารถยื่นร้องต่อศาลโดยตรงได้โดยไม่ต้องผ่านอัยการด้วย
“จะเสนอให้ตั้งสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติเพื่อประเมินผลงานองค์กรอิสระเป็นรายปี โดยเผยแพร่ให้สาธารณะทราบในสื่อออนไลน์ และจะเสนอให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวกับการออกสัมปทานบัตรหรือใบอนุญาตใดๆ จากรัฐที่มีมูลค่าเกิน 1 ล้านบาทนั้น ต้องเปิดเผยข้อมูลการขอสัมปทานบัตรหรือใบอนุญาตต่างๆ ให้สาธารณะชนทราบทั้งทางสื่อทั่วไปและสื่อออนไลน์ด้วย เพื่อลดการทุจริตคอร์รัปชั่น”นายไพบูลย์กล่าว
นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า คณะอนุกรรมาธิการฯ ยังเสนอให้คงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไว้ แต่ให้ลดวาระการดำรงตำแหน่งจากเดิม 7 และ 9 ปีตามลำดับ ให้เหลือเพียง 5 ปี และเป็นได้แค่ 1 วาระเท่านั้น ทั้งนี้ กกต.จะทำหน้าที่แค่จัดการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรม และมีอำนาจแจกใบเหลืองเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ให้เรียบร้อย แต่ใบแดงนั้นจะให้ศาลยุติธรรมตัดสิน นอกจากนี้ ให้ถือเป็นหน้าที่ของกกต.ที่ต้องเปิดเผยข้อมูล ประวัติ ของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งให้ผู้ใช้สิทธิ์ทราบด้วย ส่วนป.ป.ช.นั้น จะเสนอให้ยุบ ป.ป.ช.จังหวัดแล้วให้หันมาใช้สภาตรวจสอบภาคประชาชนของแต่ละจังหวัดทำหน้าที่แทน ขณะที่ป.ป.ช.กลางจะทำคดีทุจริตใหญ่ๆ เท่านั้น แต่สามารถส่งสำนวนฟ้องต่อศาลเองได้โดยไม่ต้องผ่านอัยการ





