วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตั้งองค์กรแก้เหลื่อมล้ำ ดูแลสิทธิคนเสียภาษี

สัมภาษณ์พิเศษ "สมชัย ฤชุพันธุ์" 5ข้อเสนอปฏิรูป ศก. ดูแลสิทธิคนเสียภาษี ตั้งองค์กรแก้เหลื่อมล้ำ

ทยอยเปิดกันออกมาแล้วสำหรับข้อเสนอเบื้องต้นของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูป 18 คณะของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อเสนอเบื้องต้นให้กับคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปพิจารณาว่าจะนำไปบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประเทศไทยหรือไม่

ข้อเสนอของ กมธ.ที่ฮือฮาที่สุด คงหนีไม่พ้นโมเดลเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี "โดยตรง" ของ กมธ.ปฏิรูปการเมือง จนเกิดเสียงวิจารณ์กันอย่างกว้างขวางทั้งหนุนและค้าน

อย่างไรก็ดี ยังมีข้อเสนอดีๆ จาก กมธ.อีกหลายชุดที่โดนกระแส "เลือกตั้งนายกฯโดยตรง" กลบไป และหนึ่งในนั้นคือข้อเสนอของ กมธ.ปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง ทั้งๆ ที่มีความสำคัญต่อประเทศไม่แพ้ด้านการเมือง

นายสมชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กมธ.ปฏิรูปเศรษฐกิจฯ เปิดเผย "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ข้อเสนอของ กมธ.มี 5 ด้าน ได้แก่

1.ด้านการเงิน 3 เรื่อง คือ เรื่องที่หนึ่ง ความเป็นอิสระและความรับผิดชอบต่อสังคมของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งนับเป็นครั้งที่จะบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญว่า แบงก์ชาติมีหน้าที่ดำเนินนโยบายทางการเงิน อีกทั้งการดำเนินนโยบายทางการเงินของแบงก์ชาติต้องเป็นอิสระ ปลอดจากการแทรกแซงของฝ่ายบริหารและฝ่ายการเมือง แต่แบงก์ชาติก็ต้องดำเนินการด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและเศรษฐกิจโดยรวม สามารถตรวจสอบและชี้แจงได้

เรื่องที่สอง ให้มีการกำกับดูแลสถาบันการเงินอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สถาบันการเงินมีความมั่นคง มีการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และมีความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศได้ รวมทั้งต้องให้ระบบการเงินเข้าถึงประชาชน ไม่ให้เป็นระบบเฉพาะกลุ่มที่มีอภิสิทธิ์เข้าถึงระบบการเงิน และต้องมีการกำกับดูแลอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งสถาบันการเงินของรัฐและเอกชน

เรื่องที่สาม การพัฒนาระบบการออม โดยเฉพาะการออมเพื่อการชราภาพ ให้เป็นระบบที่สมบูรณ์ขึ้น โดยมี 3 เสาหลัก คือ การออมภาคบังคับสำหรับผู้ที่สามารถออมได้และครอบคลุมทุกคนในประเทศไทย, การออมภาคบังคับสำหรับผู้ที่มีรายได้ที่จะสามารถออมได้เพื่อตัวเองในวัยชรา จะได้ไม่เป็นภาระต่อสังคม และการออมโดยสมัครใจ แบบผูกพัน

2.ด้านการคลัง คือ สิทธิของผู้เสียภาษี ซึ่งไม่เคยมีบัญญัติในรัฐธรรมนูญมาก่อน โดยผู้เสียภาษีควรจะได้รับการคุ้มครองสิทธิในการที่จะได้รับข้อมูลและหลักเกณฑ์การเสียภาษีอย่างชัดเจน ถูกต้อง อีกทั้งมีหลักประกันที่จะไม่ต้องเสียภาษีเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ ได้รับการปฏิบัติอย่างมีเกียรติ และสามารถคัดค้านการประเมินของเจ้าพนักงานได้ รวมทั้งได้รับการคุ้มครองสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเกิดจากการให้ข้อมูลเสียภาษี หากเจ้าหน้าที่เปิดเผยข้อมูลถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย

หน้าที่ของผู้เสียภาษีนั้น ผู้เสียภาษีมีหน้าที่เสียภาษีตามกฎหมาย แต่ต้องเป็นการเสียภาษีที่เป็นธรรม ทั่วถึง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ กมธ.เสนอให้มี คณะกรรมการนโยบายการเงิน การคลัง และการภาษีอากร ซึ่งประกอบด้วยบุคคล 4 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายรัฐบาล ภาคธุรกิจ ภาคประชาชน และภาควิชาการ เพื่อทำหน้าที่ในการวิเคราะห์ เสนอแนะนโยบายการเงิน การคลัง และภาษีอากร รวมทั้งกำหนดสิทธิของผู้เสียภาษี พร้อมทั้งเสนอแนะการแก้ไขกฎหมายภาษีตามขั้นตอน

ขณะเดียวกันให้มีสำนักงานที่เรียกว่า สำนักงบประมาณแห่งรัฐสภา เป็นสำนักงานสังกัดรัฐสภาที่มีหน้าที่ศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมของงบประมาณ เป็นกลไกหนึ่งของรัฐสภาในการวิเคราะห์งบประมาณ โดยให้เป็นองค์กรอิสระคล้ายกับสถาบันพระปกเกล้า ทว่าเน้นการทำหน้าที่เรื่องงบประมาณเท่านั้น

สำนักงบประมาณแห่งรัฐสภาไม่ได้มีหน้าที่เสนองบประมาณ แต่เป็นผู้วิเคราะห์ผลกระทบของงบประมาณต่อเศรษฐกิจ สังคม ส่วนรวม และประเทศชาติในระยะยาว เพื่อที่จะได้มี ส.ส. หรือภาคประชาสังคมหยิบไปใช้ จึงถือเป็นหน่วยงานที่มีความเป็นอิสระที่ประกอบไปด้วยนักวิชาการที่มีความรู้ ความกล้า ไม่ลำเอียงในทางการเมือง

นอกจากนี้ ยังมีการปรับระบบภาษีอากรของประเทศใหม่ให้ชัดเจน โดยแบ่งภาษีอากรทั้งหมดเป็น 2 ระดับ คือ ภาษีระดับชาติ และ ภาษีระดับท้องถิ่น คือขณะนี้ก็มีอยู่ แต่ไม่ชัดเจนและเพียงพอ อย่างปัจจุบันจังหวัดไหนมีด่านชายแดน ก็ทำให้จังหวัดนั้นมีเงินเข้าจังหวัดมาก จึงเกิดความไม่เป็นธรรมกับจังหวัดที่ไม่มีด่าน

หรือภาษีที่ดิน ซึ่งเป็นภาษีท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นก็จะมีความรับผิดชอบมากขึ้น รู้คุณค่าของเงินภาษีที่เก็บมาจากประชาชน และประชาชนก็สามารถตรวจสอบได้ จึงควรแยกให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ของประเทศไทยและชุมชน

3.ด้านตลาดทุน คือ ให้รัฐมีหน้าที่ส่งเสริมและขจัดอุปสรรคต่างๆ เพื่อให้ตลาดทุนเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย โดยการเข้าถึงแหล่งทุนของธุรกิจทุกอย่างอย่างมีธรรมาภิบาล ทำให้เกิดการออมได้อย่างทั่วไป มีการลงทุนในภาคเศรษฐกิจที่เป็นประโยชน์และก่อเกิดผลผลิต ส่งเสริมภาคครัวเรือนให้มีการออม เพื่อยกระดับขีดความสามารถแข่งขันของประเทศ

รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนทุกระดับมีความรู้ทางการเงิน ต้องปลูกฝังให้ประชาชนมีความสามารถในการบริหารการเงินของครัวเรือนอย่างเหมาะสม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นและอย่างยั่งยืน โดยมีหน่วยงานให้การศึกษารับผิดชอบในเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกระแสการขยายเครดิต ให้สินเชื่อแล้วตกเป็นหนี้

อีกทั้งต้องจัดให้มีระบบบำนาญเพื่อให้รองรับการชราภาพของคนในประเทศโดยรวม ปัจจุบันก็มีระบบนี้ แต่ไม่มีศูนย์กลางหรือหน่วยงานกลางในการดำเนินการ

นอกจากนั้น ในส่วนของรัฐวิสาหกิจ รัฐต้องมีนโยบายเกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจที่ชัดเจน โดยทบทวนการดำรงอยู่ของรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งว่ามีความจำเป็นต้องเป็นรัฐวิสาหกิจหรือไม่ แล้วต้องปรับการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันกับธุรกิจอื่นที่ไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจอย่างเป็นธรรมและมีธรรมาภิบาล โดยรัฐวิสาหกิจจะต้องไม่สิทธิพิเศษเหนือคู่แข่งขันในธุรกิจเดียวกันกับของเอกชน ไม่ใช่มาอ้างตัวว่าเป็นของรัฐแล้วก่อให้เกิดสิทธิพิเศษ

4.ด้านยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระหว่างประเทศ จัดให้มีหน่วยงานกลางที่รับผิดชอบดำเนินการด้านยุทธศาสตร์เศรษฐกิจแห่งชาติ โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน และมีเป้าหมายให้ประเทศไทยหลุดจากประเทศที่มีรายได้ระดับกลางเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยเป็นเป้าหมาย 10 ปี 20 ปี หรือ 30 ปี ที่จะต้องมีคนมาทำ มาวางแผนยุทธศาสตร์ ติดตามการดำเนินการตามแผน และประเมินผล ซึ่งขณะนี้ยังไม่มี

อีกทั้งจะต้องมีหน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับสากล เวลานี้เรามีหน่วยงานทางเศรษฐกิจหลายหน่วยงาน แต่ละหน่วยก็มีหน่วยงานด้านต่างประเทศ แต่ยังไม่มีหน่วยงานที่คอยประสานงานโดยรวมของประเทศไทยในด้านเศรษฐกิจต่างประเทศ จึงเสนอให้มีการตั้งหน่วยงานขึ้นมาโดยเฉพาะที่จะมองเรื่องยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทยในเวทีโลกและภูมิภาค

นอกจากนี้เสนอปรับปรุงกฎหมายไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่จะมีการเปิดประเทศเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพื่อให้กฎหมายเราเอื้ออำนวยต่อการดำเนินธุรกิจในระบบเปิด

5.ด้านความเหลื่อมล้ำ เวลานี้กระทรวง ทบวง กรมของไทยมีมาก แต่กลับไม่มีหน่วยงานใดที่รับผิดชอบเรื่องการกระจายรายได้และความเหลื่อมล้ำ จึงเสนอให้มีหน่วยงานรับผิดชอบเรื่องนี้ เช่น ปัญหาความยากจน ไม่สามารถดำเนินชีวิตที่ดีได้ อาหารไม่พอกิน กินแล้วไม่อิ่ม ไม่มีที่อยู่อาศัยที่ดี

เราต้องมีเป้าหมายเพื่อไปลดปัญหาดังกล่าวนี้ให้น้อยลงหรือกระทั่งไม่มีเลยในประเทศไทย และลดความเหลื่อมล้ำ สังคมมีรายได้แตกต่างกันมาก ก็ต้องมีหน่วยงานรับผิดชอบในเรื่องนี้

เรื่องโอกาส รัฐต้องสร้างให้คนมีโอกาสเท่าเทียมกัน ไม่ว่าคนในเมืองหรือคนในชนบท ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงทั้งเรื่องการศึกษา การบริการการเงินขั้นพื้นฐานให้ครอบคลุมทุกคนในประเทศ

เรื่องความแตกต่างทางความเจริญระหว่างพื้นที่ เวลานี้เราไม่มีตัวเลขของงบประมาณที่ลงไปในแต่ละจังหวัดว่าเท่าไร เรารู้แต่ว่านำงบไปทำโครงการต่างๆ เท่าไร อีกทั้งเราก็ไม่มีนโยบายที่ทำให้ทราบว่าพื้นที่ใดจนหรือรวย ดังนั้นต้องทำให้รู้ว่าแต่ละพื้นที่มีงบประมาณเท่าไร หรือได้งบน้อยมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนาอาชีพ เข้าถึงแหล่งทุน สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง และให้มีความเสมอภาคกันมากขึ้น

นอกจากนั้นยังมีการเสนอให้ปฏิรูปภาคเกษตรอย่างจริงจัง เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงปัจจัยการผลิตที่สำคัญ ซึ่งรวมถึงที่ดินด้วย ส่งเสริมการแปรรูปสินค้าการเกษตร เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และส่งเสริมนวัตกรรมการเกษตร

ส่วนเรื่องที่ดิน รัฐต้องดำเนินการให้เกษตรกรเข้าถึงที่ดินเพื่อทำกินและรักษาพื้นที่ทำกินไว้ได้ โดยใช้มาตรการต่างๆ ประสานงานกันอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การประโยชน์สูงสุดในการใช้ที่ดิน อาทิ การจัดตั้งธนาคารที่ดิน การวางระบบภาษีที่ดินอย่างเหมาะสม การออกโฉนดชุมชน เป็นต้น

นายสมชัย กล่าวด้วยว่า กมธ.ปฏิรูปเศรษฐกิจฯ ได้นำจัดทำส่งข้อเสนอทั้งหมดไปยัง สปช.แล้ว เพื่อจะเปิดให้สมาชิกอภิปรายในการประชุมใหญ่ สปช. 16-18 ธ.ค.ต่อไป