"พิชัย" อดีตรมว.พลังงาน พรรคเพื่อไทย ชี้จุดอ่อนของ4มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีที่นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยอมรับว่าเศรษฐกิจยังย่ำแย่ และได้ออก 4 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ มาเสริมมาตรการเดิมที่เหมือนจะไม่ได้ผล แต่เห็นว่า 4 มาตรการที่ออกมาใหม่นี้มีผลน้อยมากไม่น่าจะสามารถที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพราะเป็นมาตรการที่น้อยเกินไปและแก้ไขไม่ตรงจุด เหมือนกับการนำขันตักน้ำไป ดับไฟป่าที่กำลังคุโชน แถมยังดับผิดที่
โดยมีเหตุผลคือ 1.นาโนไฟแนนซ์ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน เป็นเหมือนที่เคยบอกแล้วว่าเป็นเหมือนยาแก้ปวดแต่รักษาโรคร้ายไม่ ได้ เพราะคิดดอกเบี้ยสูงถึง 36% ช่วยลดภาระเฉพาะเงินกู้ดอกเบี้ยมหาโหด แต่ใช้ทำธุรกิจไม่ได้ 2.มาตรการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลให้กับเอสเอ็มอี ถึงแม้จะเป็นการช่วยเอสเอ็มอีได้บ้าง แต่ในปัจจุบัน ปัญหาของธุรกิจเอสเอ็มอีคือเศรษฐกิจฝืดเคือง ประสพกับการขาดทุนกันหมดแล้ว จะเหลือเงินมาเสียภาษีหรือ อีกทั้งโดยปกติมาตรการลดภาษีไม่เคยกระตุ้นเศรษฐกิจได้
นายพิชัย กล่าวอีกว่า 3.มาตรการปรับโครงสร้างภาษีศุลกากรขาเข้า ในส่วนของวัตถุดิบ 1,274 รายการอาจจะช่วยได้บ้าง แต่สำหรับเครื่องจักร 258 รายการคงไม่ ช่วยเท่าไหร่นัก เพราะกำลังผลิตของเครื่องจักรเดิมก็เหลืออยู่แล้วเพราะขายสินค้า ไม่ออก 4.การออกพันธบัตรออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง เป็นการให้ประชาชนที่จองซื้อได้ดอกเบี้ยสูง แต่ก็ยังไม่เห็นว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ อีกทั้งอาจจะทำให้อัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดสูงขึ้นด้วย เพราะเป็นการแข่งขันหาเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์โดยตรง ดังนั้นจะเห็นได้ว่า 4 มาตรการที่ออกมาไม่น่าที่กระตุ้นเศรษฐกิจได้ ปัญหาหลักทางเศรษฐกิจในปัจจุบันคือ การขาดเงินรายได้ในระบบ ซึ่งเกิดมาจาก การส่งออกลดลง การท่องเที่ยวลดลง การลงทุนลดลง การบริโภคลดลง โดยความมั่นใจจากต่างประเทศ และการกระตุ้นการบริโภค จะเป็นปัจจัยหลักที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ หากรัฐบาลแก้ไม่ถูกจุด ก็จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจได้ จึงอยากให้กำลังใจและอยากให้แก้ไขให้ถูกจุด


