หมายจับ'เจ๊เล็ก-นวลรัตน์'พันแก๊งอ้างเบื้องสูง

หมายจับ'เจ๊เล็ก-นวลรัตน์'พันแก๊งอ้างเบื้องสูง

ออกหมายจับ "เจ๊เล็ก" นวลรัตน์ เจ้าของโรงน้ำแข็งตลาดไท-เชื่อมโยงแก๊งอุ้มกรรโชกทรัพย์อ้างเบื้องสูง

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รรท.ผบช.ก.) และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการติดตาม จับกุมตัวกลุ่มผู้ต้องหาเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผบช.ก. ก่อเหตุกรรโชกทรัพย์ทวงหนี้ผู้เสียหายโดยอ้างพาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูง ว่า ในพื้นที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ที่มีการขู่ไม่ให้ประกอบกิจการโรงน้ำแข็งที่ยื่นสัมปทานใหม่ได้ภายในตลาดไทนั้น พบว่ามีนายชากานต์ ภาคภูมิ ผู้ต้องหาในคดีอุ้มกรรโชกทรัพย์ผู้เสียหายโดยอ้างพาดพิงสถาบันเบื้องสูง ในท้องที่สน.วัดพระยาไกร ที่ถูกจับกุมตัวได้ก่อนหน้านี้เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ และเชื่อมโยงไปถึงนางนวลรัตน์ เฮงกิจเจริญเลิศ หรือเจ๊เล็ก อายุ 48 ปี เจ้าของกิจการโรงน้ำแข็งในตลาดไทเจ้าเดิม ซึ่งได้ไปข่มขู่ผู้เสียหายที่เป็นเจ้าของกิจการโรงน้ำแข็งเจ้าใหม่ เพื่อไม่ให้ประกอบกิจการทับซ้อน ทางพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวงจึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นอนุมัติหมายจับต่อศาลทหารจังหวัดกรุงเทพมหานคร

พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า ล่าสุดศาลทหารจังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้อนุมัติหมายจับลงวันที่ 5 ธันวาคม 2557 กับนางนวลรัตน์ในข้อหา ร่วมกันหมิ่นประมาทดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ,ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดไม่กระทำการใด หรือยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพชื่อเสียง หรือทรัพย์ของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือของผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือยอมต่อสิ่งนั้นโดยมีอาวุธ โดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป นอกจากนี้ยังออกหมายจับนายชากานต์ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้าแล้วในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 , 309 , 392

พล.ต.ท. ประวุฒิ กล่าวอีกว่า สำหรับนางนวลรัตน์ จากการสืบสวนทราบว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มเครือข่ายของนายชากานต์ ภาคภูมิ ผู้ต้องหาในคดีอุ้มกรรโชกทรัพย์ผู้เสียหายโดยอ้างพาดพิงสถาบันเบื้องสูง ในท้องที่สน.วัดพระยาไกร ที่ถูกจับกุมตัวได้ก่อนหน้านี้ และยังเป็นเครือญาติของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ อีกด้วย ซึ่งพฤติกรรมของกลุ่มนางนวลรัตน์จะคล้ายๆกับนายชากานต์ โดยมีการอุ้มผู้เสียหายไปยังพื้นที่สำคัญๆและมีการอ้างพาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูงเพื่อ ให้ผู้เสียหายเกิดความกลัว แต่กรณีของนางนวลรัตน์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดในคดีของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ แต่อย่างใด

"อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่คงจะไม่รวมสำนวนด้วยกัน โดยในส่วนคดีของนางนวลรัตน์ ก็จะให้ทางพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง ดำเนินคดีต่อไป ส่วนความคืบหน้าในการติดตามตัวนายนพพร สุภพิพัฒน์ หรือเสี่ยนิด ผู้จ้างวานในคดีอุ้มกรรโชกทรัพย์ซึ่งมีกระแสข่าวหลบหนีไปที่ประเทศ แคนาดานั้น จากการตรวจสอบขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่านายนพพรได้หลบหนีไปประเทศแคนาดาและ ยังไม่มีเบาะแสเพิ่มเติม ส่วน การติดตามตัวนายไพเชษฐ์ เมธีสริยพงศ์ เจ้าของอู่รถเมล์สาย 8 และนายปรีชา ดาราไตร ผู้ต้องหากลุ่มเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ซึ่งมีกระแสข่าวว่าจะเข้ามอบตัวนั้น ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการติดตามตัว ซึ่งคาดว่าคงจะเข้ามอบตัวภายในเร็วๆนี้” พล.ต.ท.ประวุฒิ ยืนยัน

ทั้งนี้สำหรับความคืบหน้าในส่วนคดีของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ นั้น ขณะ นี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานและจัดทำบันทึกของ กลางที่สามารถตรวจยึดได้จากกลุ่มเครือข่ายผู้ต้องหาซึ่งมีเป็นจำนวนมาก อาทิ พระเครื่อง วัตถุโบราณ ไม้แปรรูป เครื่องประดับ อัญมณีฯลฯ โดยหากของกลางดังกล่าวหากเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใด ก็จะประสานให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานนั้นๆดำเนินการตรวจสอบต่อ

พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวด้วยว่า กรณีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ด้วยว่า สำหรับการแต่งตั้งโยกย้ายเป็นไปตามวงรอบในการปรับโยกย้ายเพื่อให้เกิดความ เหมาะสมและเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับสารวัตรถึงรองผู้บังคับการในสังกัดกอง บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หากตรวจสอบพบว่าข้าราชการคนใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ก็อาจจะมีการปรับเปลี่ยนนายตำรวจบางคนโดยจะพิจารณาจากความเหมาะสม เพื่อให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางสามารถปฏิบัติงานได้อย่างโปร่งใสต่อไป