วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถวายพระพรแน่น'ศิริราช'

พสกนิกรเนืองแน่นรพ.ศิริราช ร่วมถวายพระพร พร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง

หลังสำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ยังไม่ทรงพร้อมเสด็จฯ ออกมหาสมาคม คณะแพทย์กราบบังคมทูลฯ ให้งดพระราชกิจ ยืนยันพระองค์ไม่ได้ประชวร ขอให้พักฟื้นพระวรกายก่อน

สำนักพระราชวัง ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 11 เมื่อวานนี้ (5 ธ.ค.) ความว่า ตามที่หมายกำหนดการการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ในวันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2557 ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จฯออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และประชาชน ถวายพระพรชัยมงคลนั้น

คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาได้รายงานว่า คณะแพทย์ฯ ได้ถวายการตรวจพระวรกาย เมื่อเย็นวันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม พุทธศักราช 2557 มีความเห็นว่า ยังไม่ทรงพร้อมที่จะเสด็จฯ ออก จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้งดพระราชกิจไว้ก่อน จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

พระบรมฯทรงปฏิบัติพระราชกิจแทน

ขณะที่ในช่วงเย็น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกิจแทนพระองค์ ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา (ทรงตั้งสมณศักดิ์ และเจริญพระพุทธมนต์การพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา) ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยเสด็จด้วย เมื่อรถยนต์พระที่นั่งเทียบหน้าพระทวารเทเวศรักษา เสด็จฯ เข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยเพื่อทรงประกอบพระราชพิธีจนเสร็จสิ้น แล้วเสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์จบแล้ว สมเด็จพระราชาคณะถวายอดิเรก เสด็จฯ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง ที่พระทวารเทเวศรรักษา เสด็จฯ กลับ

แพทย์ยัน"ในหลวง"ไม่ได้ประชวร

ด้านศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวภายหลังสำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ดังกล่าว ว่า ประชาชนไม่ต้องเป็นกังวล เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ได้ทรงพระประชวร แต่คณะแพทย์ที่ถวายการตรวจพระวรกายมีความเห็น ว่า ต้องการให้ทรงพักฟื้นพระวรกาย เนื่องจากต้องเข้าใจก่อนว่า เมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาทรงมีพระปรอท (ไข้) และพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) อักเสบ แม้ถวายพระโอสถจนพระอาการเป็นปกติแล้ว แต่ตามหลักยังต้องให้พระองค์ทรงพักฟื้นพระวรกายประมาณ1 เดือน และให้คณะแพทย์ถวายการดูแล พระวรกายในทุกด้านทั้ง ภาวะโภชนาการ และการพักผ่อนให้เพียงพอ

"ขอย้ำว่าทรงปกติไม่ได้ประชวร แต่ต้องการพักผ่อน ขอให้ทุกคนสบายใจได้ และการเสด็จออกมหาสมาคมก็เป็นพระประสงค์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ตลอดวัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะไม่มีการเสด็จ พระราชดำเนิน แต่หากประชาชนต้องเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อถวายกำลังพระหทัย ถวายพระพร ก็สามารถมาได้ที่ รพ.ศิริราช" ศ.คลินิก นพ.อุดม กล่าว

เสียง"ทรงพระเจริญ"กึกก้องศิริราช

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่โรงพยาบาลศิริราชว่า หลังมีแถลงการณ์ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ยังไม่ทรงพร้อมที่จะเสด็จออกมหาสมาคม นอกจากพสกนิกรที่มานอนรอเฝ้ารับเสด็จฯ แล้ว พสกนิกรทางบ้านแต่ละคนพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลือง พร้อมนำพระบรมฉายาลักษณ์ อีกทั้งธงตราสัญลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาชูและโบกสะบัด โดยแหงนหน้าขึ้นไปยังที่ประทับชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ แล้วพร้อมใจกันเปล่งเสียงถวายพระพร "ทรงพระเจริญ" ดังกึกก้อง

ขณะที่ในช่วงเย็นพสกนิกรต่างเดินทางเข้ามาสมทบอย่างเนืองแน่นบริเวณลาน 100 ปี เพื่อรอร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพร ซึ่งตลอดเวลาเมื่อเห็นความเคลื่อนไหว หรือมีผ้าม่านเปิดออกมาจากชั้นที่ 16 ประชาชนต่างกรูไปที่ลานพร้อมพนมมือ แหงนหน้าขึ้นไป และทรงเสียงทรงพระเจริญพร้อมกันอยู่เป็นระยะ

"ประยุทธ์"นำครม.ลงนามถวายพระพร

ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคู่สมรส และคณะรัฐมนตรี ได้ไปลงนามถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ห้องแดง ศาลาว่าการพระราชวัง ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้จัดสถานที่ไว้ให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าไปลงนามถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงความจงรักภักดี โดยตลอดทั้งวันได้มี ข้าราชการ คณะทูตานุทูต ทหาร ตำรวจ พ่อค้า ประชาชน ไปร่วมลงนามเป็นจำนวนมาก

นายกฯนำจุดเทียนชัยถวายพระพร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันได้มีพสกนิกรทุกหมู่เหล่าที่ต่างใส่เสื้อเหลืองเดินทางมาเพื่อร่วม พิธีถวายเครื่องราชสักการะ จุดเทียนชัยถวายพระพรและถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง อย่างเนืองแน่น โดยเวลา 16.30 น. ริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะได้เคลื่อนสู่บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง และเริ่มพิธีอัญเชิญพานพุ่มสักการะเข้าประจำที่ เวลา 18.30 น. จากนั้นในช่วงค่ำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรและถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ

3เหล่าทัพยิงสลุต21นัดเฉลิมพระเกียรติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเที่ยง ที่บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ทางกรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ (ป.1รอ.) ได้นำปืนใหญ่จำนวน 4กระบอก พร้อมกำลังพลประจำปืน 60 นาย ดำเนินการยิงสลุตเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 21 นัด เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีพ.อ.คชาชาต บุญดี ผบ.ป.1 รอ. เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ

สำหรับกองทัพเรือ(ทร.) ก็ได้มีการจัดพิธียิงสลุต จำนวน 21 นัดที่ป้อมพิชัยประสิทธิ์ ภายในกองบัญชากองทัพเรือ (บก.ทร.) วังเดิม ส่วนกองทัพอากาศ(ทอ.)จัดให้มีพิธียิงสลุตแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 21 นัด ที่ลานเอนกประสงค์โรงเรียนนายเรืออากาศเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยเช่นกัน

พระราชสาส์นควีนอังกฤษถวายพระพร

สมเด็จพระราชีนีนาถเอลิซาเบธที่สองแห่งสหราชอาณาจักร ทรงส่งพระราชสาส์นมาถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระราชสาส์นมีใจความว่า "หม่อมฉันขอถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 87 พรรษาของฝ่าพระบาท หม่อมฉันมีความยินดีที่ได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรและประเทศไทยดำเนินมาอย่างแน่นแฟ้นเป็นเวลากว่า 400 ปีบนพื้นฐานของมิตรภาพอันยั่งยืนระหว่างประชาชนชาวไทยและประชาชนชาวอังกฤษ หม่อมฉันขอถวายพระพรชัยมงคลแด่ฝ่าพระบาทเพื่อทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง และทรงพระเกษมสำราญ"

ผู้นำสหรัฐถวายพระพร

คำถวายพระพรของประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งสหรัฐ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบรอบ 87 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช "ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยประชาชนชาวอเมริกัน ขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท วันที่ 5 ธ.ค.นี้

สหรัฐอเมริกาและประเทศไทยมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและเกื้อกูลต่อกันมายาวนานกว่า 180 ปี ทั้งสองประเทศร่วมมือกันอย่างมุ่งมั่นในหลากหลายประเด็น ไม่เพียงเพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโดยรวมอีกด้วย ประชาชนชาวอเมริกันต่างยึดมั่นในความร่วมมือและมิตรภาพอันยืนยงกับประชาชนชาวไทย

ข้าพระพุทธเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สหรัฐอเมริกาและไทยจะธำรงมิตรภาพนี้สืบต่อไปบนรากฐานอันมั่นคงแห่งประวัติศาสตร์ที่ผูกพันกันของทั้งสองประเทศ"

ขณะที่ นายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ได้ร่วมถวายพระพรเช่นกัน