วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ราคาสินค้าเกษตรร่วงฉุดดัชนีเชื่อมั่นพ.ย.ทรุด

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค พ.ย.พลิกร่วงอีกครั้ง เหตุราคาสินค้าเกษตรตกต่ำสุดรอบ 40 ปี

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค พ.ย.พลิกร่วงอีกครั้ง เหตุราคาสินค้าเกษตรตกต่ำสุดรอบ 40 ปี แถมจ่ายเงินชาวนา-สวนยางล่าช้า แนะเร่งกระตุ้นเงินเข้าระบบลงทุนภาครัฐ จ่ายเงินชาวนา ดูแลอัตราดอกเบี้ย และค่าเงินบาท เผยดีเซลลดทุก 1 บาทต่อลิตรช่วยประชาชนประหยัดเงินได้ 2,000 ล้านบาทต่อเดือน

นายวชิร คูณทวีเทพ อาจารย์ประจำศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เดือน พ.ย. จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 2,245 คนทั่วประเทศ ว่า ความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม พ.ย. เท่ากับ 68.8 ลดลงจากเดือนต.ค. ซึ่งอยู่ที่ 69.6 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางาน เท่ากับ 73.1 ลดลงจาก 73.8 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต เท่ากับ 96.3 ลดลงจาก 97

ปัจจัยลบที่ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นทุกรายการกลับปรับตัวลดลงอีกครั้ง ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ปรับลดประมาณเศรษฐกิจปี 2557 เหลือ 1% จากเดิม1.5-2.0% ปัจจัยราคาพืชผลทางการเกษตรทรงตัวอยู่ในระดับต่ำโดยเฉพาะข้าวและยางพารา รวมถึงภัยแล้ง ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ทำให้กำลังซื้อทั่วไปในต่างจังหวัดขยายตัวไม่มาก

“ดัชนีผู้บริโภคทุกรายการปรับตัวลดลง เนื่องจากผู้บริโภคมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางด้านเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงสถานการณ์สินค้าเกษตรทรงตัวต่ำ ” นายวชิร กล่าว

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ กล่าวว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคได้รับผลกระทบสำคัญจากราคาสินค้าเกษตร ที่พบว่ามีการปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 40 ปี โดยเฉพาะสินค้าเกษตรสำคัญทั้งข้าวและยางพารา นอกจากนี้ ยังมีอาการผิดหวังจากเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท รวม 4 หมื่นล้านบาทนั้นเข้าสู่ระบบล่าช้า ภาคการบริโภคในต่างจังหวัดจึงไม่ฟื้นตัว ประกอบกับทิศทางราคาสินค้าเกษตรคาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 3 ปีหน้า เพราะเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว

ด้านภาคการท่องเที่ยวพบว่ายังไม่ฟื้นตัวชัดเจน เป็นเพียงการฟื้นตัวเฉพาะจุด ส่วนการส่งออกก็ยังไม่ฟื้นตัวและคาดว่าจะไม่ขยายตัวในปีนี้ แต่คาดว่าปีหน้าจะขยายตัวได้ 4% ด้านภาคการลงทุนของรัฐอาจต้องใช้เวลาในการนำเม็ดเงินเข้าสู่ระบบประมาณไตรมาส 1 ปีหน้า อย่างไรก็ตามแม้ราคาน้ำมันจะเป็นปัจจัยบวกของเศรษฐกิจ โดยราคาน้ำมันดีเซลที่ลดลงทุก 1 บาท จะทำให้ประชาชนมีเงินเหลือใช้รวม 2,000 ล้านบาทต่อเดือน แต่ยังถือว่าน้อยไปที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจปี 2557 คาดว่าจะขยายตัวเพียง 0.8% ส่วนปี 2558 คาดว่าจะขยายตัวได้ 4% แต่มีโอกาสขยายตัวอยู่ในระดับ 3% ได้หากเศรษฐกิจโลกไม่ดีขึ้นอย่างที่คิด และการหมุนเม็ดเงินของรัฐบาลเข้าสู่เศรษฐกิจไม่มีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้เพื่อทำให้เศรษฐกิจปี 2558 มีโอกาสขยายตัวตามคาดที่ 4% รัฐควรจะคงมาตรการรักษาเม็ดเงินในกระเป๋าประชาชน ผ่านโครงการลดค่าครองชีพและดูแลราคาพลังงาน รวมถึงการเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาและชาวสวนยางโดยเร็ว การเร่งโครงการลงทุนของรัฐต่างๆ การคงอัตราดอกเบี้ยที่ 2% การดูแลค่าเงินบาทเพื่อกระตุ้นการส่งออกอย่างต่อเนื่อง