กมธ.ยกร่างฯ หนุนตั้ง ศาลวินัยการเงินการคลังและงบประมาณ ฟันใช้งบ-ก่อหนี้ระยะยาว
ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงถึงความคืบหน้าในการพิจารณากรอบการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญของคณะอนุกรรมาธิการ คณะที่ 4 หมวด 5 การคลังและงบประมาณของรัฐ ที่มีนายจรัส สุวรรณมาลา เป็นประธานอนุกมธ. ได้เสนอให้มีการเพิ่มช่องทางการตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จากเดิมที่มี 2 ช่องทางคือการถอดถอนและฟ้องคดีต่อศาลอาญา โดยล่าสุดได้มีการเสนอให้ตั้ง “ศาลวินัยการเงินการคลังและงบประมาณ”ขึ้นมาพิจารณาคดีที่ส่อใช้งบประมาณที่สร้างความเสียหาย และก่อหนี้ผูกพันให้กับประเทศในระยะยาวและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อให้เกิดการพิจารณาอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะแตกต่างกับคดีอาญาที่ต้องมีหลักฐานชัดเจนรวมถึงใช้ระยะเวลาในการพิจารณายาวนาน ซึ่ง“ศาลวินัยการเงินการคลังและงบประมาณ”จะถูกตั้งขึ้นมาเป็นแผนกหนึ่งในศาลยุติธรรม โดยหลักการจะให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบ ไต่สวนข้อเท็จจริง โดยสั่งฟ้องไม่ต้องผ่านอัยการสูงสุด ส่วนจะมีศาลวินัยการเงินการคลังฯ เกิดขึ้นได้หรือไม่นั้น จะต้องอยู่ในการพิจารณาของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากตรงนี้เป็นเพียงข้อเสนอ ของอนุกมธ. คณะที่ 4 เท่านั้น
นายคำนูณ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีการเสนอแนวทางแก้ปัญหาป้องกันการแปรญัตติงบประมาของ ส.ส.โดยจะกำหนดให้การนำเงินงบประมาณที่ส.ส.แปรญัตติปรับลดไปแล้ว ไม่สามารถไปจัดสรร หรือใช้จ่ายเพิ่มเติม ในลักษณะที่เอื้อแก่ส.ส.ได้โดยตรง พร้อมทั้งกำหนดนิยามของคำว่า “เงินแผ่นดิน”ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการหาผลประโยชน์ทางการเมืองเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีตและยังป้องกัน มิให้ครม.และส่วนราชการจ่ายเงิน นอกงบประมาณ โดยไม่มีขอบเขต
ทั้งนี้ที่ประชุม กมธ.ยกร่างฯได้รับทราบถึงผลการดำเนินของคณะอนุกรรมาธิการคณะที่ 5 ที่พิจารณากรอบจัดทำรัฐธรรมนูญในส่วนของ ภาค 2 ผู้นำการเมืองที่ดี และสถาบันการเมืองหมวด 6 ความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการ นักการเมืองและประชาชน ที่มีนายปรีชา วัชราภัย เป็นประธานอนุกมธ. โดยได้เสนอแนวทางการแก้ปัญหาที่เกี่ยวกับประชาชน ให้ประชาชนเข้าใจเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีส่วนร่วมและการตรวจสอบในการพิจารณาจัดทำนโยบายสาธารณะของภาครัฐ ประชาชนต้องได้รับการคุ้มครองในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
นายคำนูณ กล่าวต่อว่า ส่วนการแก้ปัญหาที่เกี่ยวกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องกำหนดนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดินของครม.ให้เป็นนโยบายของชาติที่ต้องให้ครม.ในทุกรัฐบาลต้องผูกพันตามแผนที่กำหนดไว้ กำจัดอำนาจผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในการแต่งตั้ง โยกย้ายเจ้าหน้าที่รัฐ โดยสร้างจิตสำนึกให้เจ้าหน้าที่รัฐเป็นกลางทางการเมือง สร้างการบริหารราชการให้เป็นตามหลักธรรมาภิบาล ส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อป้องกันการแทรกแซง รวมทั้งให้ความคุ้มครองข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างสุจริต





