"ประยุทธ์"ชี้กม.นิรโทษต้องเน้นเพื่อความสงบของบ้านเมือง ไม่ใช่คำนึงถึงแต่เรื่องคดีแพ่ง-อาญา รับเสียใจ
นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีตส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และอดีตรองประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับคู่ขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่ายแต่ไม่รวมแกนนำว่า โดยหลักการของกฎหมายนิรโทษกรรมนั้นตนเห็นด้วย แต่น่าจะเอาบทเรียนเก่า ๆ มาศึกษาให้ดีด้วย ซึ่งสิ่งที่ตนอยากเห็นคือ 1.ไม่รวมถึงคดีหมิ่นสถาบัน และ2.คดีการทุจริต ส่วนคดีทางแพ่งและคดีอาญานั้นทั่วโลกเขาไม่คำนึงถึงกัน เพราะหากบอกว่าต้องไม่รวมถึงคดีอาญานั้น พวกที่ทำรัฐประหารก็มีโทษทางอาญาเช่นกัน ดังนั้น หากพูดเรื่องนี้ไปก็จะมีแต่ความแตกแยกขึ้นมาเปล่า ๆ อย่าไปทำให้เกิดเป็นชนวนความขัดแย้งขึ้นมารอบใหม่ ใครที่ได้รับโทษอยู่ในขณะนี้ทั้ง ๆ ที่ไม่ควรต้องได้รับโทษซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่ใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ควรจะต้องให้อภัยกับเขา เพื่อจะได้นำไปสู่ความสงบของบ้านเมืองอีกครั้ง
"ที่ผ่านมาผมยังนึกเสียใจที่เคยเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมไป ทั้ง ๆ ที่ในชั้นกรรมาธิการฯ ก็ไม่เห็นว่ามีใครโต้แย้งอะไร แต่กลับมีคนเอาเรื่องนี้ออกมาพูดออกมาข้างนอก ทั้ง ๆ ที่สามารถแลกเปลี่ยนความเห็นกันได้ในชั้นกรรมาธิการฯเลย นอกจากนี้ อยากให้ยกเลิกกฎอัยการศึกด้วย เพื่อจะได้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นกันในเรื่องนี้ให้มากขึ้น ไม่ใช่ทำเหมือนยัดเยียด แบบนั้นมันคงจะไม่ถูกต้องนัก"นายประยุทธ์กล่าว
นายประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีที่มีการเรียกร้องให้นิรโทษกรรมให้กับผู้ชุมนุม แต่ไม่รวมถึงแกนนำนั้น หากเป็นการพูดเพียงแค่วาทกรรมเพื่อให้เกิดภาพพจน์ที่ดีนั้น มันก็เป็นเพียงแค่การเอาตัวรอด เพราะเมื่อถึงเวลาเข้าจริง ๆ ก็จะมาอ้างกันอีกว่าตัวเองไม่ใช่แกนนำ ทั้งนี้ คำนิยามของคำว่าแกนนำนั้น แกนนำคืออะไร ใครที่ถือเป็นแกนนำ มีทั้งหมดกี่คน และแค่ไหนถึงจะเรียกว่าแกนนำ ดังนั้นหากออกกฎหมายที่ไร้สภาพบังคับมันย่อมไร้ผล


