สมาคมนักข่าววิทยุทีวีฯ ยื่นจดหมาย "ค้าน" บอร์ด กสท. พิจารณาร่างประกาศฯ ส่งเสริมการรวมกลุ่มฯ
หวั่นเนื้อหาแทรกแซงสื่อ ส่อขัดรัฐธรรมนูญชั่วคราว เสนอรอสภาปฏิรูปฯ เคาะแนวทางกำกับดูแลกันเอง ด้านบอร์ด กสท.ชะลอพิจารณาร่างฯ เคาะ "เห็นชอบ" ร่างประกาศฯจัดลำดับช่องทีวีดิจิทัล หมายเลข 1-36 แพลตฟอร์มเคเบิลและดาวเทียม คาดใช้ปีหน้า
วานนี้ (1 ธ.ค.) สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสภาวิชาชีพข่าววิทยุโทรทัศน์ไทย ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เรื่องขอให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ระงับการพิจารณาประกาศบังคับใช้ (ร่าง) เรื่องมาตรการส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้รับใบอนุญาต ผู้ผลิตรายการ และผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชน เกี่ยวข้องกับกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ....
นางสาวพิมพ์ชญา ทิพยธรรมรัตน์ เลขาธิการ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กล่าวว่า การยื่นจดหมายขอให้ บอร์ด กสท.ระงับการพิจารณาร่างประกาศส่งเสริมการรวมกลุ่มและกำกับดูแลกันเอง เนื่องจากคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ พิจารณาร่างฯ ดังกล่าวและมี "มติ" ร่วมกันว่า ยังไม่สมควรที่ บอร์ด กสท. และบอร์ด กสทช. จะประกาศบังคับใช้ร่างฯ ดังกล่าว โดยมีเหตุผล 3 ประการ
1.ร่างประกาศฯ ยังมีเนื้อหาหลายส่วนไม่ชัดเจน ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง และอาจนำไปสู่ความขัดแย้ง และการแทรกแซงสิทธิเสรีภาพในการทำงานของสื่อมวลชนได้ เนื่องจากเป็นร่างประกาศฯ ที่รวมการกำกับดูแลและการรวมกลุ่มของฝั่งผู้ประกอบการภาคธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. และการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนไว้ด้วยกัน
รอ'สปช.'เคาะกลไกปฏิรูป
2.สมาคมฯ เห็นว่าการบังคับใช้ร่างประกาศฯ ดังกล่าว ขัดรัฐธรรมการปกครอง ฉบับชั่วคราวปี 2557 ซึ่งระบุว่า "สื่อสารมวลชนเป็นหนึ่งในกระบวนการที่ต้องถูกปฏิรูป" ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญประการหนึ่งของแนวทางการปฏิรูปประเทศ ด้วย"การกำกับดูแลกันเอง" อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือว่าเป็นสาระสำคัญในการระดมความเห็นอย่างกว้างขวาง เพื่อนำเสนอผ่านผู้แทนด้านสื่อสารมวลชนที่เข้าไปทำหน้าที่ในสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งมีความเป็นสาธารณะและสอดคล้องกับความต้องการของสังคม ที่จะมีส่วนร่วม "กำกับดูแล" ในกิจการด้านสื่อมวลชน
ขณะนี้ สปช.ด้านสื่อกำลังอยู่ระหว่างการหารือกลไกการกำกับดูแลกันเองในกลุ่มสื่อมวลชน ซึ่งสมาคมฯ เห็นว่าเป็นแนวทางที่เหมาะสม ดังนั้นจึงต้องการให้ บอร์ด กสท. และ กสทช. ชะลอการพิจารณาร่างประกาศ ส่งเสริมการรวมกลุ่มและกำกับดูแลฯ ออกไปก่อน จนกว่าจะได้ข้อสรุปแนวทางปฏิรูปสื่อของ สปช.
โดยสมาคมฯ ได้ยื่นหนังสือเรื่องขอให้ บอร์ด กสท.และกสทช. ระงับการพิจารณาร่างประกาศ ส่งเสริมการรวมกลุ่มและกำกับดูแลฯ ให้กับนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมาธิการ สปช. ด้วยเช่นกัน เพื่อให้ สปช.ทำการปฏิรูปประเทศให้เกิดความชัดเจน โดยเสนอให้ สปช.เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกันเอง ขณะที่ กสทช. มีหน้าที่สนับสนุนและส่งเสริมเท่านั้น
ชี้ก.ม.ให้อำนาจ'กสทช.'ส่งเสริม
3.ร่างประกาศฯดังกล่าวอาจ "ไม่ชอบ"ด้วย "อำนาจหน้าที่ของ กสทช." เนื่องจากมาตรา 39 ของ พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 "ไม่ได้" กำหนดให้อำนาจหน้าที่ กสทช. ออกประกาศ "ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด" โดย กสทช. สามารถทำหน้าที่สนับสนุนด้วย "การส่งเสริมจากกองทุน ตามมาตรา 42"
แม้ว่ามาตรา 27 (18) ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ปี 2553 ให้อำนาจหน้าที่ กสทช. ในการส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้รับใบอนุญาต แต่ "ไม่ได้" กำหนดให้อำนาจคณะกรรมการในการออกประกาศกำหนด ขณะที่มาตรา 27 (24) ให้อำนาจในการ "ออกระเบียบประกาศ หรือคำสั่งอันเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ กสทช." แต่มาตรา 29 พ.ร.บ.การประกอบกิจการฯ ปี 2551 มิได้ให้อำนาจ กสทช.ไว้ อีกทั้งยังระบุแนวทางให้ กสทช. ในวรรคท้ายว่า "องค์กรตามวรรคหนึ่งที่มีการจัดทำมาตรฐานทางจริยธรรม คณะกรรมการอาจให้การส่งเสริมจากกองทุนตามมาตรา 52 ก็ได้"
กสท.ชะลอพิจารณาร่างฯรวมกลุ่ม
นายสมบัติ ลีลาพตะ รักษาการรองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า วาระการประชุมบอร์ด กสท.วานนี้ (1 ธ.ค.) "ไม่มี" การพิจารณาวาระร่างฯ ประกาศ เรื่องมาตรการส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้รับใบอนุญาตฯ หลังจากตัวแทนสมาคมสื่อฯ ได้ยื่นหนังสือขอให้บอร์ด กสทช. ชะลอการพิจารณาร่างฯ ดังกล่าว
นอกจากนี้ บอร์ด กสท.ได้สั่งการให้ สำนักงาน กสทช. รวบรวมความคิดเห็นจากหน่วยงาน องค์กร รวมทั้งสมาคมฯต่างๆ ที่มีข้อเสนอต่อร่างฯ ดังกล่าว ก่อนบรรจุวาระให้ บอร์ด กสท.อีกครั้ง
เห็นชอบ'เรียงช่อง'ทีวีดิจิทัล1-36
นายสมบัติ กล่าวอีกว่าการประชุมบอร์ด กสท. วานนี้ (1 ธ.ค.) มีมติ "เห็นชอบ" ร่างประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การจัดลำดับบริการโทรทัศน์ พ.ศ....ซึ่งเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยเห็นชอบสาระสำคัญของร่างประกาศฯ ที่กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการเคเบิลและแพลตฟอร์มดาวเทียม จัดเรียงช่อง "ทีวีดิจิทัล" ระดับชาติ ไว้ที่หมายเลข 1-36 เช่นเดียวกับโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดิน จากเดิมประกาศฯจัดลำดับช่อง กำหนดให้หมายเลขช่อง 1-10 แพลตฟอร์มเคเบิลและดาวเทียมเป็นผู้จัดเรียงเอง
หลังจากนี้จะส่งร่างประกาศฯ จัดลำดับช่องทีวี ดังกล่าว ให้กับบอร์ดใหญ่ กสทช. พิจารณาภายในเดือน ธ.ค.นี้ หาก กสทช.เห็นชอบ ตาม กสท. จะนำร่างฯลำดับช่องทีวี ประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ปี 2558
พร้อมกันนี้บอร์ด กสท.มีมติเห็นชอบให้ขยายบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กสทช.และ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส ด้านความร่วมมือในการปรับเปลี่ยนสู่โทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล)ต่อไปอีก 2 ปี โดยเอ็มโอยูเดิมจะสิ้นสุดในเดือน ม.ค.2558 ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวเป็นรูปแบบการทดลองออกอากาศคู่ขยายทีวีอนาล็อกและทีวีดิจิทัล
โดยบอร์ด กสท. มีมติ "ไม่เห็นชอบ" เรื่องไทยพีบีเอสขออนุญาตทดลองออกอากาศทีวีดิจิทัล สาธารณะ ช่อง4 หรือช่องรายการเด็กและครอบครัว ภายใต้เอ็มโอยูเดิม ทั้งนี้ ให้ไทยพีบีเอส เสนอขอทดลองออกอากาศช่อง4 ตามประกาศฯ ทดลองออกอากาศโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ซึ่งมีเงื่อนไขไทยพีบีเอส ต้องทยอยคืนคลื่นความถี่ทีวีอนาล็อกในบ้างพื้นที่ที่สามารถรับชมทีวีดิจิทัลครอบคลุมทุกครัวเรือน เพื่อนำคลื่นฯอนาล็อกดังกล่าวมาทดลองช่อง 4 ทีวีดิจิทัล ของไทยพีบีเอส





