ผบ.ตร. ปัดข่าว10นายพลเอี่ยวแก๊งน้ำมันเถื่อน ย้ำตอนนี้มีแค่อดีตผู้การตำรวจน้ำรายเดียว
พร้อมตั้งรางวัลนำจับ "เสี่ยโจ้" 1 ล้านบาท ส่วนรองผู้กำกับที่หายตัวไป เชื่อมีส่วนพัวพัน หวั่นได้รับอันตราย วอนรีบกลับมารายงานตัว ด้านการสืบหาทรัพย์สินตำรวจนำช่างมาเปิดเซฟใหญ่ได้แล้ว 1 ใบแต่ไร้ของมีค่า ขณะที่ มหาดไทย รับดำเนินการยกเลิกชื่อสกุล "อัครพงศ์ปรีชา" แล้ว
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวเมื่อวานนี้ (1 ธ.ค.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำชับให้เร่งรัดติดตามผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กับพวก อย่างเป็นธรรม และยึดหลักกฎหมาย อย่ากลั่นแกล้งหรือใส่ร้ายป้ายสีบุคคลใด
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวด้วยว่า ขอปฏิเสธข่าวที่ว่ามี 10 นายพลตำรวจเกี่ยวข้องกับขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ว่า ไม่เป็นความจริง แต่รายชื่อที่ตรวจสอบและพบในบัญชีรายชื่อยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
"ขณะนี้ยังคงมี พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน อดีตผู้บังคับการตำรวจน้ำ ถูกดำเนินคดีเพียงคนเดียว ส่วนนายตำรวจอีกว่า 10 นายที่ล่าสุดถูกพนักงานสอบสวนเรียกมาให้ปากคำนั้นยังไม่ถือว่ามีความผิด เพราะการดำเนินคดีต้องขึ้นกับพยานหลักฐาน และให้ความเป็นธรรมกับผู้เกี่ยวข้อง จะไม่ปกป้องหรือช่วยเหลือคนผิด" พล.ต.อ.สมยศ กล่าว และว่า ไม่ได้ดำเนินการเฉพาะเรื่องส่วยน้ำมันเถื่อนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง และส่วยบ่อนการพนันด้วย
หวั่น"รองทรงรักษ์"ไม่ปลอดภัย
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวถึงกรณีการหายตัวไปของ พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี รองผู้บังคับการ 6 กองบังคับการปราบปราม (รอง ผกก.6 บก.ป.) ว่า แนวทางการสืบสวนเชื่อว่าจะมีส่วนเชื่อมโยงกับอดีต ผบช.ก. อย่างไรก็ตามขอให้เข้าพบพนักงานสอบสวน โดยจะยึดหลักกฎหมาย ไม่มีการกลั่นแกล้ง "ขอให้เข้าให้ปากคำเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากไม่มามอบตัวก็อาจถูกมองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องและเกรงว่าอาจจะไม่ได้รับความปลอดภัย ทั้งนี้ตามระเบียบหากไม่มารายงานตัวภายใน 15 วัน ก็จะมีความผิดฐานขาดราชการ มีโทษถึงขั้นไล่ออก" พล.ต.อ.สมยศ กล่าว
พบประวัติพ.ต.ท.ทรงรักษ์ร่วมสืบคดีดัง
สำหรับ พ.ต.ท.ทรงรักษ์ เคยร่วมสืบสวนจับกุมคดีสำคัญๆ ของกองปราบปรามมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นคดีการจับกุมนายสมชาย คุณปลื้ม หรือ กำนันเป๊าะ ผู้กว้างขวางภาคตะวันออก คดีจับกุมนายวิกเตอร์ บูธ พ่อค้าอาวุธสงครามข้ามชาติ เขาเป็นนายตำรวจที่มีความเชี่ยวชาญด้านการสืบสวนสอบสวนตามหลักการสืบสวนสมัยใหม่ เคยผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรสืบสวนจากสถาบันการสืบสวนชั้นนำของโลก ได้แก่ ตำรวจม้าแคนาดา และเอฟบีไอ ล่าสุดได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้เป็นผู้ฝึกอบรมการสืบสวนสมัยใหม่ประจำสถาบันโรงเรียนตำรวจนอกเวลา
ตั้งรางวัล1ล้านแจ้งเบาะแสเสี่ยโจ้
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และรักษาการ ผบช.ก. กล่าวว่า พล.ต.อ.สมยศ สั่งการว่า จะมอบเงินรางวัลนำจับ 1 ล้านบาทกับผู้แจ้งเบาะแสของนายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือเสี่ยโจ้ เจ้าของ หจก.สหทรัพย์ทวีค้าไม้ และนักธุรกิจผู้กว้างขวางในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีครอบครองเอกสารตรวจลงตราเข้าเมืองปลอม หลังศาลสั่งลงโทษจำคุก 1 ปี 9 เดือนโดยไม่รอลงอาญา และถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับธุรกิจน้ำมันเถื่อนในพื้นที่
เปิดเซฟเพิ่ม1ใบไร้ของมีค่า
ส่วนความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนเพื่อขยายผลในคดีของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ วานนี้ (1 ธ.ค.) พนักงานสอบสวน ประสานตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ร่วมกับทหาร นำช่างมาทำการเปิดตู้นิรภัย จำนวน 3 ใบที่ตรวจยึดได้จากบ้านพักของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ย่านเมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นตู้เซฟขนาดใหญ่สูง 1.70 เมตร และไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้
ทั้งนี้ บ้านหลังที่พบตู้เซฟดังกล่าวเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นยังก่อสร้างไม่เสร็จ ติดกันมีการต่อเติมอาคารเพิ่ม ซึ่งบริเวณชั้นที่ 2 ของตัวบ้านพบตู้เซฟขนาดใหญ่ 2 ใบ นอกจากนี้ในส่วนอาคารที่สร้างต่อเติมพบว่ามีตู้เซฟขนาดใหญ่อีก 1 ใบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการเปิดเซฟใบละ 3 ชั่วโมงซึ่งในช่วงบ่ายสามารถเปิดเซฟได้แล้ว 1 ใบแต่ภายในว่างเปล่า ไม่พบทรัพย์สินมีค่าแต่อย่างใด
กรมศิลป์แถลงคืบหน้าตรวจวัตถุโบราณวันนี้
ส่วน นายบวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร นำคณะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจพิสูจน์และคัดแยกของกลางที่เชื่อว่าเป็นโบราณวัตถุซึ่งยึดได้จากคดีนี้ภายในกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์แล้ว เมื่อวานนี้ (1 ธ.ค.)
นายบวรเวท กล่าวว่า วัตถุที่พบส่วนใหญ่ทำจากหินทราย ส่วนศิลปวัตถุที่พบว่าก็เชื่อว่ามีทั้งของไทยและของนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งมีทั้งศิลปะจีน ยุโรป อินเดีย ส่วนที่เชื่อว่าเป็นของเทียมเลียนแบบมีทั้งเทวรูปหินทราย รูปแกะสลักพระพุทธรูปไม้ เป็นจำนวนมาก
อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อว่า เมื่อคัดแยกเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมีการจัดทำทะเบียนโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ จากนั้นกรมศิลปากรจะประสานไปยังเจ้าหน้าที่ทหาร ขอนำเฉพาะโบราณวัตถุไปเก็บรักษาที่คลังโบราณวัตถุ อ.คลองห้า จ.ปทุมธานี อย่างไรก็ตามจะแถลงความคืบหน้าอย่างเป็นทางการอีกครั้งวันนี้ (2 ธ.ค.)
แพทย์ตรวจอดีตผบช.ก.ไม่มีโรคประจำตัว
นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เปิดเผยเมื่อวานนี้ (1 ธ.ค.) ถึงผลการตรวจสุขภาพ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ในแดนแรกรับเพื่อทำบันทึกประวัติสภาพร่างกายว่ามีโรคประจำตัวหรืออาการเจ็บป่วยหรือไม่ โดยผลตรวจสุขภาพไม่พบว่า พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ มีโรคประจำตัว มีเพียงโรคผู้สูงอายุเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ต้องหาที่อยู่ในความดูแลของเรือนจำมีทั้งหมด 12 คน ระหว่างนี้ได้มีญาติและกลุ่มตำรวจทยอยติดต่อขอเข้าเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง
มท.ยกเลิกชื่อสกุล"อัครพงศ์ปรีชา"แล้ว
วันเดียวกัน แหล่งข่าวระดับสูงกระทรวงมหาดไทย เผยว่า กรณี พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการ ในพระองค์ฯ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยสำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ ได้มีหนังสือ ที่ พว 0005.1/ เรื่อง ยกเลิกชื่อสกุลพระราชทาน "อัครพงศ์ปรีชา" ลงวันที่ 28 พ.ย.57 ถึง นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยนั้น
ล่าสุด นายกฤษฎา บุญราช อธิบดีกรมการปกครอง ได้รับหนังสือดังกล่าวแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 พ.ย.57 ที่ผ่านมา โดยได้มีการดำเนินการ แจ้งไปยังสำนักงานเขตที่มีผู้ใช้นามสกุล "อัครพงศ์ปรีชา" ทันที เพื่อให้ยกเลิกนามสกุลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และให้กลับไปใช้นามสกุลเดิม





