นายกฯประยุทธ์ พบทีมไทยแลนด์ในมาเลย์ ย้ำใช้อำนาจในทางสร้างสรรค์
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างพบปะหารือกับ Team Thailand ผู้แทนภาคธุรกิจและชุมชนชาวไทยในมาเลเซีย ว่ารัฐบาลได้ทำงานเดินหน้าแก้ไขปัญหาของประเทศในทุกมิติทำให้ประเทศไม่ติดกับดักหรือหยุดชะงักเพื่อให้พร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่เข้ามาบริหารงานได้ทำให้ประเทศดีขึ้นบ้านเมืองสงบมีเสถียรภาพและเดินหน้าสร้างความปรองดอง
และแม้ในการเดินทางมาเยือนมาเลเซียได้รับรายงานจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศว่ามีผู้มาชุมนุมประท้วงต่อต้านตนประมาณ 20 คน ซึ่งตนไม่ได้โกรธแค้น และไม่เคยปฎิเสธความเป็นประชาธิปไตย แต่ขอให้เข้าใจรัฐบาลที่ต้องเข้ามาทำงานในช่วงที่มีการปฎิรูปและแก้ปัญหาของบ้านเมือง จึงขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันด้วยเพราะมีแต่ช่วงนี้เท่านั้นที่จะสามารถดูแลคนได้อย่างเสมอภาค คือการให้ประโยชน์ทั้งเสียงส่วนใหญ่และเสียงส่วนน้อย ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่ให้ประโยชน์แต่คนส่วนใหญ่ ดังนั้นจึงขอให้ทุกคนมองประโยชน์ของประเทศเป็นหลักและเข้าใจรัฐบาลด้วย ยืนยันว่าการเข้ามาบริหารประเทศครั้งนี้ทหารไม่ได้ต้องการมาสืบอำนาจแต่เมื่อมีความขัดแย้งและทำให้เกิดปัญหาจึงมีความจำเป็นที่ต้องมาดูแลและที่ผ่านมาตนก็ใช้อำนาจในทางที่สร้างสรรค์เท่านั้น ไม่ได้ใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง
"ที่เข้ามาทำงานนี่ไม่ได้มองว่าใครเป็นศัตรูแต่อยากให้ทุกคนเข้าใจการทำงานของรัฐบาลที่ทำงานกันอย่างหนักแก้ปัญหาในทุกเรื่อง การเป็นประชาธิปไตยของไทยจะต้องเป็นเหมือนประเทศอื่นๆ ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้นแล้วสร้างให้ประชาชนมาขัดแย้งกันเอง ที่ผ่านมาผมก็เหนื่อยพวกพี่ๆน้องๆผมที่เข้ามาทำงานก็เหนื่อยทั้งที่ควรจะได้พักกันแล้ว มาทำงานก็มีแต่คนด่าและการรัฐประหารในปี 2549กับ 2557ก็มีความแตกต่างกันเพราะขณะนั้นมีเพียงไม่กี่สีแตกต่างจากครั้งนี้ที่มีความแตกแยกเป็นจำนวนมากจึงทำให้การแก้ปัญหายากขึ้นด้วย"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าในการแก้ปัญหาราคายางจะต้องทำอย่างเป็นระบบ มีการไปพูดคุยกับประเทศที่ผลิตยางลำดับต้นของโลก แต่การรับรู้อาจไม่ทันใจของประชาชนจึงต้องให้เวลารัฐบาลดำเนินการเพราะปัญหามียาวนาน ขณะเดียวกันได้ตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดน โดยทำเป็นเมืองเศรษฐกิจที่มีการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านพัฒนาส่งเสริมให้เกิดการค้าการลงทุน จึงอยากให้ภาคธุรกิจโดยเฉพาะภาคการส่งออกต้องเน้นในเรื่องของเทคโนโลยีและนวัตกรรมมากขึ้นโดยรัฐบาลจะสนับสนุนให้การดำเนินงานของเอกชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยภายใน1ปีต้องมีการวางรากฐานที่ดีให้ประเทศมีความแข้มแข็งและมั่นคงในทุกด้าน ยืนยันว่ารัฐบาลทำทุกอย่างเพื่อให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจต่อประเทศไทย ขณะที่การเชื่อมโยงเส้นทางทั้งถนนและทางรถไฟก็ต้องดำเนินการให้ครอบคลุม
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ได้มอบหมายให้พล.อ.อักษรา เกิดผล ประธานที่ปรึกษากองทัพบกเป็นหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสร้างสันติสุข และจากการคุยกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ก็มีความเรียบร้อยในหลักการที่จะเดินหน้าให้เกิดความสงบเกิดการพัฒนาในพื้นที่ ที่สำคัญฝ่ายที่เห็นต่างควรเข้ามาพูดคุยกัน ขณะที่การเดินทางร่วมประชุมเวทีต่างๆทุกประเทศเข้าใจไทยมากขึ้น และยังมีความต้องการเข้ามาลงทุนมากขึ้น





