(รายงาน) เปิด 3 ข้อเสนอหลัก 5 ประเด็นค้าน "อภิสิทธิ์" ชงกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งแม้นายอภิสิทธิ์จะระบุว่าไม่ใช่ข้อเสนอในนามพรรค แต่ก็ถือเป็นบุคคลสำคัญทางการเมือง "กรุงเทพธุรกิจ" สรุปนำข้อเสนอมารายงานอย่างละเอียด
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ปรึกษาและโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงผลการรับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะของนายอภิสิทธิ์ ว่า มีข้อเสนอให้ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) หรือ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ทำหนังสือไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้พิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 ในประเด็นการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อปลดล็อคข้อจำกัดต่อการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ
นอกจากนั้น ได้เสนอแนวคำถามต่อการทำประชามติโดยให้ประชาชนมีทางเลือกด้วย คือ "จะใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือกลับไปใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550" เพื่อให้กระบวนการประชาธิปไตยเดินหน้า แทนการตั้ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สปช.ขึ้นมาใหม่ เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่อีกครั้ง (กรณีร่างรัฐธรรมนูญใหม่ไม่ผ่านการพิจารณา ให้ สปช.และ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลง ทั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 38)
นอกจากนั้น การทำประชามติยังเพื่อเป็นการซ้อมใหญ่ก่อนจัดการเลือกตั้งหลังรัฐธรรมนูญฉบับใหม่บังคับใช้ และหากมีการทำประชามติจริงอาจใช้ระยะเวลาเพียง 2-3 เดือนในการดำเนินการเท่านั้น
ขณะเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ ยังได้เสนอ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้ใช้ความรอบคอบในการเขียนรัฐธรรมนูญ และได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับประเด็นดังต่อไปนี้
1.การเสนอให้เลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรง 2.ไม่มีข้อกำหนดให้ ส.ส.สังกัดพรรคการเมือง เพราะที่ผ่านมาพบว่ามีการเรียกประโยชน์จากพรรครัฐบาลโดย ส.ส.ที่ไม่มีพรรคสังกัด 3.การตั้งรัฐบาลผสม เพราะกังวลว่าจะเกิดเผด็จการรัฐสภา ร่วมกันปิดบังการกระทำความผิด ไม่มีการตรวจสอบ
4.การนิรโทษกรรมให้กับบุคคลต้องคดีอาญา และคดีทุจริตคอร์รัปชัน โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับการโกงงบประมาณของรัฐ และ 5.การตีกรอบการทำนโยบายประชานิยม เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการกำหนดนโยบายของพรรคได้ ดังนั้นควรระบุข้อปฏิบัติว่าการใช้นโยบายประชานิยม เพื่อหาเสียงต้องมีรูปแบบและเนื้อหาที่ชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ และพรรคการเมืองรวมถึงนักการเมืองต้องรับผิดชอบในความสำเร็จหรือล้มเหลวของโครงการด้วย
นอกจากนั้น ยังมีข้อเสนอต่อการเขียนบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญใหม่ว่า ควรปรับบทบาทขององค์กรอิสระ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ดำเนินการสอบสวนตรวจสอบคดีที่สำคัญ เพื่อลดระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ ขอให้กำหนดว่าการตรวจสอบในประเด็นที่สำคัญนั้นต้องมีระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน
ขณะที่การทำงานภายใต้สภาผู้แทนราษฎร เห็นว่าต้องเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านเข้ามาถ่วงดุลอำนาจรัฐบาลให้มากขึ้น เช่น การแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องให้ฝ่ายค้านเข้าไปทำหน้าที่ด้วย เช่น ฝ่ายรัฐบาลได้ตำแหน่งประธานสภา ฝ่ายค้านให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภา คนที่ 1 เป็นต้น นอกจากนั้นต้องให้ตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญ และกรรมาธิการวิสามัญ เป็นของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านเพื่อเพิ่มการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพ
นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า มีประเด็นสำคัญที่ต้องการนำเสนอ 3 ประเด็น คือ 1.ต้องทำให้รัฐธรรมนูญมีความยั่งยืนด้วยกระบวนการประชามติ เพื่อลดข้อโต้แย้งหรือปัญหาจากกลุ่มบุคคลที่ไม่พอใจที่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตหลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลบังคับใช้
ส่วนกระบวนการทำประชามตินั้นต้องเสนอทางเลือกที่ชัดเจนให้กับประชาชน เช่น กรณีไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะมีทางเลือกอื่นใดให้ประชาชนบ้าง
2.รัฐธรรมนูญใหม่ต้องคงสิทธิ เสรีภาพ หรือการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงสิทธิการเลือกผู้บริหารประเทศ และกำหนดทิศทางของประเทศไว้ให้เหมือนกับที่ผ่านมา
และ 3.รัฐธรรมนูญต้องแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน การใช้อำนาจโดยมิชอบของฝ่ายการเมือง ซึ่งเป็นปัญหาหลักของระบบการเมืองที่ผ่านมา ด้วยกระบวนการลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจและบทบาทของประชาชนรวมถึงกลไกตรวจสอบ ถ่วงดุล และต้องไม่ใช้วิธีแก้ปัญหาที่ทำให้พรรคการเมืองหรือการทำงานในรัฐสภาอ่อนแอลง





