"พล.ต.ท.ประวุฒิ" รรท.ผบช.ก. ย้ำยังไม่ออกหมายจับใครเพิ่มคดี"พงศ์พัฒน์" ชี้ทรัพย์สินอีกมากซุกซ่อนในหลายจุดของปท.
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และรรท.ผบช.ก. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีจับกุมเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับใครเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ในช่วงระหว่างวันสองวันนี้มีเพียงการรวบรวมของกลาง ไม่ว่าจะเป็นไม้แปรรูป วัตถุโบราณขนาดใหญ่ สิ่งของที่มีมูลค่า เช่น ทองคำขาว พระเครื่อง เป็นต้น ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะตั้งคณะกรรมการพนักงานสอบสวนขึ้นมา 1 ชุด เพื่อดำเนินการเรื่องของกลางที่ยึดได้ในคดีของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ และพวก ซึ่งของกลางในคดีนี้ทั้งหมดมีมากเกือบ 20,000 ชิ้น
โดยหลังจากนี้ ในส่วนของทรัพย์สินที่เป็นวัตถุโบราณ จะส่งให้กรมศิลปากร ตรวจสอบความถูกต้อง ส่วนทรัพย์ที่เป็นไม้แปรรูป จะส่งมอบให้กับองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ และเชื่อว่า ยังมีทรัพย์สินอีกจำนวนมากที่มีการซุกซ่อนไว้ในหลายจุดภายในประเทศไทย แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบหลักฐานว่ามีการเคลื่อนย้ายหรือเก็บทรัพย์สินในต่างประเทศ แต่ยืนยันว่าในเมืองไทยยังมีทรัพย์สินอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายผล อย่างไรก็ตามทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ในขณะนี้ทั้งหมด จะมีการตรวจสอบรายนิ้วมือแฝงและเก็บดีเอ็นเอ เพื่อหาความเชื่อมโยงว่า ยังมีบุคคลใดอีกหรือไม่ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการนี้
สำหรับการดำเนินคดี กับนายณัฐพล อัครพงศ์ปรีชา, นายสิทธิศักดิ์ อัครพงศ์ปรีชา, นายณรงค์ อัครพงศ์ปรีชา , นายสุทธิศักดิ์ สุทธิจิตต์ และนายชากานต์ ภาคภูมิ ซึ่งเป็นผู้ต้องหากลุ่มล่าสุดที่ถูกจับกุมได้ในคดีนี้ เบื้องต้นพบว่า ทั้งหมดมีพฤติกรรมในการบังคับข่มขู่ ทวงหนี้ หน่วงเหนี่ยวกักขัง และกรรโชกทรัพย์ เพื่อหาประโยชน์โดยมิชอบ และพนักงานสอบสวนจะควบคุมตัวไปขออำนาจศาลฝากขังในวันที่ 28 พฤศจิกายน ที่ศาลอาญารัชดา
ส่วนการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมนั้น ยังไม่มีการออกหมายจับใครเพิ่ม อีกทั้งกระแสข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่า มีนายตำรวจระดับสูงประกอบไปด้วย 3 นายพล 2 นายพัน เข้าไปเกี่ยวข้องนั้น ขอยืนยันว่ายังไม่มีข้อมูลในขณะนี้ และยังไม่พบ ซึ่งหากพบมีจะนำเรียนให้สื่อมวลชนทราบต่อไป
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวด้วยว่า คดีนี้ตำรวจที่ดีในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางนั้น มีอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีไม่กี่คนที่มีปัญหา ยืนยันว่า ขวัญและกำลังใจของข้าราชการตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยังดีอยู่ โดยจะมีการเรียกประชุมเพื่อชี้แจง และมอบนโยบายให้ตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในหลายเรื่อง อาทิ การดำเนินการ การประพฤติตนจากนี้ไป ซึ่งไม่เกี่ยวกับการดำเนินคดี หรือจ้องจับผิด อย่างไรก็ตาม รรท.ผบช.ก.พร้อมระบุด้วยว่า ตำรวจนายใดที่ทำหน้าที่ด้วยความสุจริต ก็ไม่จำเป็นต้องหวั่นไหวกับคดีที่เกิดขึ้น ใครผิดก็ว่าไปตามผิด
โดยคดีนี้ทาง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้สืบในทุกประเด็น ทั้งเรื่องของการทุจริตซื้อขายตำแหน่ง ทุจริตเรื่องน้ำมัน โดยให้ทีมสืบสวนเจาะทุกประเด็นในเชิงลึกว่า มีใครเกี่ยวข้องบ้าง และให้ดำเนินการทั้งหมดตามที่หลักฐานสาวไปถึง แต่ถ้าเป็นตำรวจ หากหลักฐานไม่ถึง จะดำเนินการเรื่องวินัยได้ ก็จะดำเนินการ เบื้องต้นยังไม่พบข้อมูล
อย่างไรก็ตาม วานนี้นายชูวิทย์ ได้เดินทางมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมกับเปิดเผยชื่อย่อของนายตำรวจระดับสูง ที่พัวพันกับเครือข่ายดังกล่าวนั้น ทาง ผบ.ตร พร้อมที่จะพบคุณชูวิทย์ ทุกเมื่อ เมื่อไหร่ก็ได้ ขอให้คุณชูวิทย์ เดินทางมาได้เลย ไม่ใช่แค่เวลา 15 นาที นานเป็นชั่วโมง ท่านผบ.ตร.ก็พร้อมจะคุย โดยประสานมายังตน หรือจะติดต่อผ่าน ผบ.ตร.โดยตรงก็ได้ รรท.ผบช.ก. กล่าวทิ้งท้าย


